“ไกรสิทธิ์ ฟูสุวรรณ”กับชะตาชีวิตสุดพลิกผันสู่ร้านกาแฟวาวี….

จุดเริ่มต้นของร้านกาแฟวาวี น่าสนใจเป็นอย่างมากชนิดไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเอเยนซี่หนุ่มในวงการธุรกิจโฆษณาที่เจอวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 มีหนี้สินล้นพ้นตัวจนต้องหอบร่างกายไปพักฟื้นที่บ้านเกิดในภาคเหนือและจับผลัดจับพลูสู่ธุรกิจร้านกาแฟแบบไม่ได้ตั้งใจ
“ไกรสิทธิ์ ฟูสุวรรณ” คือชายหนุ่มที่เรากำลังพูดถึง เขาได้เริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ด้วยการเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ภายใต้แบรนด์ “กาแฟวาวี” (WAWEE COFFEE) และสามารถขยับขยายสาขามากมายในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างแบรนด์ในฐานะกาแฟไทยออร์แกนิกระดับพรีเมี่ยม
โดยไกรสิทธิ์ ให้เหตุผลในการตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มบีเจซีครั้งนี้ เพราะอยากทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด คือ การเป็นต้นน้ำและกลางน้ำ แต่การแข่งขันในยุคธุรกิจที่ร้อนแรงและรวดเร็ว จึงต้องหาคนที่แข็งแกร่งในช่องทางปลายน้ำอย่างบิ๊กซี และบีเจซี มาทำงานร่วมกัน เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เขารู้ว่าคนเพียงคนเดียวไม่สามารถทำได้ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงของร้าน “กาแฟวาวี” จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง

จากลูกหนี้เน่าสู่เจ้าของธุรกิจ“วาวี”
ในช่วงแรกที่ไกรสิทธิ์ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจกาแฟ เขาไม่เคยตั้งความหวังทำเพียงเพื่อหนีหนี้เป็นพอและถือโอกาสมาพักใจ เขาใช้เวลาเรียนรู้ร่วมปีจนแน่ใจในความรู้ของตัวเองว่ามีมากพอมาเปิดร้านสาขาแรกที่ปางช้าง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสาขาแรกด้วยเงินที่เขามีติดตัวทั้งหมดราว 7-8 หมื่นบาทบวกกับความมั่นใจสุดๆ ว่ามันจะต้องประสบความสำเร็จ
ไกรสิทธิ์ผิดหวังอีกครั้ง เมื่อร้านกาแฟที่เขาเฝ้าปลุกปั้นมากับมือไม่เป็นไปตามคาด วันแรกเขาขายได้เพียง 4 แก้วคิดเป็นมูลค่า 87 บาท เขามึนงงกับผลลัพท์ดังกล่าวจนสืบเสาะพบว่านักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะน้ำที่นำมาใช้ในการชงกาแฟ จนเขาต้องปรับปรุงใหม่ เริ่มมีการเรียนรู้มากขึ้นจนสถานการณ์เริ่มกลับมาดีขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นวัละ 700-800 บาท รายได้เพิ่มเป็นวันละ 2,000-3,000 บาท ซึ่งในสมัย 20 ปีก่อนถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

ฝันหวานได้ไม่นาน จุดพลิกผันในชีวิตของผู้ชายคนนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเจ้าของสถานที่ที่เขาเช่าต้องการขอคืนพื้นที่ เขาจึงจำเป็นต้องออกเสาะหาทำเลใหม่อีกครั้ง พอดีมีเพื่อนเปิดร้านขายอาหารแถวถนนนิมมานเหมินทร์มีหน้าร้านว่างจึงให้ไกรสิทธิ์มาเปิดร้านกาแฟซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เริ่มมีลูกค้าประจำมากขึ้น แต่แล้วจุดพลิกผันก็เกิดขึ้นอีกจนได้ เมื่อเพื่อนที่ให้เขามาเปิดหน้าร้านมีอันต้องย้ายกลับกรุงเทพฯ กะทันหัน เดชะบุญที่เขาได้พื้นที่ร้านข้างๆ กันมาพัฒนาร้านอย่างเต็มรูปแบบทั้งการตกแต่งแบบเก๋ๆ ติดแอร์ จนเป็นที่มาของแบรนด์กาแฟวาวีจนปัจุจบัน แถมต่อยอดธุรกิจด้วยการขายแฟรนไชส์ นอกจากนั้น ขายวัตถุดิบเมล็ดกาแฟคั่วสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ตัวเอง และรับจ้างผลิตให้แก่แบรนด์ต่างๆ อีกมากมาย

ความใฝ่ฝันลึกๆ หลังจากดำเนินธุรกิจ มาเกือบ 2 ทศวรรษ ไกรสิทธิ์ ต้องการที่จะรีแบรนด์ โดยมุ่งยกระดับสู่กาแฟระดับพรีเมียมจากประเทศไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ควบคู๋ไปกับการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการเปิดทางให้กับเจ้าสัวเจริญที่จะมาเติมเต็มในเรื่องของช่องทางการขายและการขยายสาขาในส่วนของปลายน้ำ ส่วนไกรสิทธิ์ก็กลับไปทำหน้าที่ดูแลในส่วนที่เขาถนัดคือ ต้นน้ำ เพื่อคัดสรรคุณภาพสินค้าและยกระดับกาแฟวาวีให้เป็นกาแฟไทยออร์แกนิกต่อไป
จากอดีตที่เคยผิดพลาด ถูกนำมาใช้เป็นบทเรียน และสามารถสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะกาแฟไทยคุณภาพพรีเมียมที่พร้อมออกไปสร้างชื่อในตลาดโลก โดยมีเจ้าสัวเจริญเบียร์ช้างเป็นสปริงบอร์ด
เช่นนี้แล้ว ความสำเร็จจะไปไหนเสีย



