BiznewsReal Estate

MBK ปัดฝุ่น “Riverdale District ” เปิดโปรเจค VERDALE RESIDENCE บ้านสำหรับ 3 เจน

เบครแผนเนรมิตโครงการสุดหรูบนพื้นที่แสนงามจำนวน 1,500 ไร่มาเกือบ 10 ปีเนื่องจากประสบปัญหาอุททกภัยใหญ่หลวงจนเกือบต้องพับแผน ล่าสุด บริษัท เอ็ม บี เค เรียลเอสเตท สวมหัวใจเสือปัดฝุ่นประกาศกลับมาพัฒนาโครงการรูปแบบมิกซ์ยูส ภายใต้ชื่อ “ Riverdale District ” โดยวางเป้าหมาย 10 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2561-2570  จะพัฒนาแล้วเสร็จสมบูรณ์แบบ ภายใต้วงเงินลงทุนสูงสุดกว่า 20,000 ล้านบาท

บริษัท เอ็ม บี เค เรียล เอสเตท จำกัด กลุ่มธุรกิจในเครือ MBK GROUP ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดิน โครงการที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงไฮเอนด์ ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดในชื่อ Park Riverdale, Quinn รัชดา 17, The Indy, Sabai Village และ Loch Palm ตลอดจนบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์  “MBK GROUP” มานานกว่า   15 ปี โดยมีวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ว่า “บริษัทที่มุ่งประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดหลัก                    การกำกับดูแลกิจการที่ดี” ได้เปิดตัวโครงการระดับไฮเอนด์ล่าสุด  “เดอะ ริเวอร์เดล เรสซิเด้นท์”   (THE RIVERDALE RESIDENCE) บนพื้นที่ทำเลทองของจังหวัดปทุมธานีขนาด 64 ไร่ ในรูปแบบบ้านพร้อมที่ดินและที่ดินเปล่าจำนวน 56 ยูนิต ซึ่งมีมูลค่าการลงทุน 1,944 ล้านบาท

โครงการ “เดอะ ริเวอร์เดล เรสซิเด้นท์” (THE RIVERDALE RESIDENCE) สุนทรียภาพในการใช้ชีวิตที่เหนือกาลเวลากับวิลล่าสุดหรูสไตล์ EliteVilla” ขนาด 300 ตารางวาขึ้นไป เอกสิทธิ์แห่งความภาคภูมิ ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตจากความใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย และใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าที่เคย พร้อมสัมผัสวิวสนามกอล์ฟริเวอร์เดลแบบพาโนรามาจากระเบียงห้องนอนของบ้านทุกหลัง ที่มีให้เลือกตอบโจทย์ ความต้องการของผู้อยู่อาศัยใน 3 รูปแบบ

บ้านแบบที่ 1 ซีดาร์ (CEDAR) พื้นที่ความสุขสำหรับจุดเริ่มต้นของครอบครัว ด้วยรูปแบบบ้านบนพื้นที่แบบ DOUBLE FRONT พร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด  476 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ที่จอดรถ โดดเด่นด้วยการดีไซน์แบบผนังสองชั้น (Double Skin Facade) พร้อมพื้นที่นั่งห้องรับแขกแบบเล่นสเต็ป (Sunken Seating Living Room) นอกจากนี้ยังมีพื้นที่พาวิลเลี่ยนที่แยกออกจากตัวบ้าน

บ้านแบบที่ 2 แอสเพน (ASPEN) พื้นที่ความสุขของครอบครัวขนาดกลาง ด้วยรูปแบบบ้านบนที่ดินแบบ TWO FACES         พร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 568 ตารางเมตร 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 4 ที่จอดรถ ที่เชื่อมต่อความสุขเพิ่มขึ้นอีกด้วยพื้นที่รับแขกและสวนพักผ่อนในรูปแบบ Semi – Outdoor ไม่ว่าจะนั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขกหรือนั่งทานอาหารอยู่ในห้องอาหารก็สามารถมองเห็นสวนสวยได้ตลอด นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวพร้อมสวนสวยที่เปิดรับทัศนียภาพของสนามกอล์ฟได้อย่างเต็มตา

บ้านแบบที่ 3 บ้านอคาเซีย (ACACIA) พื้นที่ความสุขสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ด้วยรูปแบบบ้านบนพื้นที่แบบ CONTOUR พร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 888 ตารางเมตร 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 2 ห้องอเนกประสงค์ 4 ที่จอดรถ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้ง 3 เจนเนเรชั่นด้วยขนาดของพื้นที่ที่มากกว่าพร้อมด้วยห้องนั่งเล่นถึง 2 ห้อง อีกทั้งยังสามารถชมวิวสนามกอล์ฟแบบพาโนรามาได้จากห้องนอนใหญ่ ริมระเบียงบ้าน และสระว่ายน้ำส่วนตัวได้อย่างเต็มตา ระดับราคาอยู่ที่ 69,73 และ 109 ล้านบาทตามลำดับซึ่งความพิเศษของ“เดอะ ริเวอร์เดล เรสซิเด้นท์”คือการเป็นที่อยู่อาศัยของ 3 เจนอย่างรุ่นปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ และรุ่นลุูกสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

นายสมบูรณ์ หวังโชคดำรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารโครงการ 2   บริษัท เอ็ม บี เค เรียล เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า “โครงการเดอะ ริเวอร์เดล เรสซิเด้นท์ สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ปรัชญาการทำงานของแบรนด์ MBK Real Estate ที่ว่า “THE HERITAGE OF LIVING”   ของขวัญชิ้นพิเศษที่สามารถมอบชีวิตอิสระอย่างที่ใจปรารถนา ได้เป็นนายเหนือกาลเวลา ท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อนบ้าน และสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่ตัวเอง และยังสามารถส่งต่อของมีค่าชิ้นนี้ให้แก่คนที่เรารักได้ในอนาคต ของขวัญที่รังสรรค์ขึ้นจากพื้นฐานความต้องการของมนุษย์อย่างแท้จริงทุกพื้นที่ของบ้านในโครงการนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบทุกโจทย์และทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยทุกเพศทุกวัย

บ้านทุกหลังในโครงการสามารถเปิดรับทัศนียภาพแบบพาโนรามาอันงดงามจากภูมิทัศน์ของกรีนวัลเล่ย์ภายในสนามกอล์ฟริเวอร์เดลและทะเลสาบล้อมรอบ เติมเต็มการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมฟังก์ชั่นภายในบ้านทุกหลังถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่าและการดีไซน์อารยสถาปัตย์แบบ Universal Design ที่ใส่ใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการทำกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบในส่วนต่างๆ ของบ้านของสมาชิกทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัยให้สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบาย ไม่มีสะดุดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่รองรับแรงกระแทก ระบบไฟนำทางตอนกลางคืน และระบบเทคโนโลยี Smart Home Solution สามารถควบคุมการทำงานของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ได้จากสมาร์ทโฟน สอดรับกับความต้องการของทุกคนในครอบครัวที่ปรารถนาจะใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ที่บริสุทธิ์ และยังต่อติดชีวิตใจกลางเมืองได้ภายใน 40 นาที จากทางด่วนศรีสมานปัจจุบัน โครงการเปิดขายเฟสแรกมียอดขายแล้วกว่า 50%

อย่างไรก็ตาม  “เดอะ ริเวอร์เดล เรสซิเด้นท์” ถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจำนวน 3 เฟส รวมพื้นที่ 150 ไร่ ซึ่งจะเปิดตัวครบทั้ง 3 เฟสในอีก 5 ปี

จิ๊กซอว์ตัวที่ 2 พาร์ค ริเวอร์เดล จำนวน 4 โครงการ พื้นที่ 120 ไร่ และจะมีอีกหนึ่งโครงการระดับราคาอยู่กึ่งกลางระหว่าง   “เดอะ ริเวอร์เดล เรสซิเด้นท์” กับ พาร์ค ริเวอร์เดล ระดับราคา 20 ล้านบาท พื้นที่ 10-20 ไร่

นอกจากนี้ ยังมีโครงการเปิดตลาดสดโดยยกระดับให้ได้มาตรฐานด้วยการนำผักปลอดสารพิษเข้ามาจำหน่าย การสรา้งท่าเทียบเรือ เฟรชวอเตอร์ มารีน่า โรงเรียนนานาชาติตลอดจนโครงการอื่นๆ   จากพื้นที่ทั้งหมดกว่า 700 ไร่ ขณะที่สนามกอล์ฟกินพื้นที่ไปทั้งสิ้น 800 ไร่

ต้องรอดูว่า การกลับมาครั้งนี้ของกลุ่มเอ็มบีเคที่ปัดฝุ่นที่ดินเก่าเก็บผืนงามสู่อาณาจักรแห่งใหม่ในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ที่สำคัญ ผูั้บริหารย้ำว่าได้จัดทำแนวป้องกันน้ำท่วมรอบๆ  ที่ดินทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว   

Related Articles

Back to top button