กรณีศึกษา “เซ็นโทซ่า” เมื่อเมืองเจริญ อย่าทิ้ง’ค้าปลีกท้องถิ่น’ไว้ข้างหลัง
จังหวัดขอนแก่น เป็นจังหวัดที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นจังหวัดศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
จังหวัดขอนแก่นมีเทศบาลนครขอนแก่นเป็นศูนย์กลางของจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ถนนสายเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก) ตัดผ่าน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญอีกเส้นหนึ่งในการเดินทางจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางเข้าไปสู่ภาคเหนือตอนล่างที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และเดินทางเข้าสู่ประเทศลาวทางด้านทิศใต้ของลาว อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ ทิศใต้ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดนครราชสีมา ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์

5 โปรเจ็คสำคัญ ที่แสดงให้เห็นว่า “ขอนแก่น” กำลังพัฒนาสู่การเป็น Smart City แบบสมบูรณ์ โดยโปรเจคทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาจังหวัดซึ่งเกิดจากการร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน
‘Smart City’ คือโครงการที่รัฐบาลต้องการกระจายความเจริญไปตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ และด้วยความร่วมมือกันกับกลุ่ม KKTT (ขอนแก่นพัฒนาเมือง) ทำให้ตอนนี้ขอนแก่นกลายเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นับว่าตอนนี้ขอนแก่นเป็นเมืองที่มีความน่าลงทุนสูงที่สุด ไม่ว่าจะด้วยความพร้อมทางด้านสาธารณสุข การขนส่ง การแพทย์ และรวมไปถึงการศึกษา
แต่ใครจะคิดว่า ภาพความเจริญที่เกิดขึ้นในสายตาคนภายนอก กลับมีความซบเซาซ่อนอยู่ และที่สำคัญคือ เป็นความซบเซาในย่านใจกลางเมือง ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นทำเลทองที่เจริญที่สุด!!
ความเจริญที่พุ่งเข้าใส่จังหวัดขอนแก่นทุกช่องทาง จึงเป็นธรรมดาที่ผู้ที่หูตาไวย่อมมองเห็นโอกาสในการลงทุน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นเหล่าค้าปลีกชั้นนำจากเมืองยาตราทัพบุกเมืองหมอแคนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน นำโดยพี่ใหญ่อย่างเซ็นทรัลที่ปักหลักมากว่า 10 ปี

เมื่อทัพค้าปลีกเมืองกรุงมาเยือน ค้าปลีกท้องถิ่นจำต้องปรับตัวซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เห็นการปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขันมาโดยตลอดในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปเพื่อรักษาฐานลูกค้าซึ่งคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเอาไว้
“เซ็นโทซ่า” คือหนึ่งในค้าปลีกทองถิ่นที่ยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้และนับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่าทำอย่างไรถึงยืนหนึ่งท่ามกลางล้อมยักษ์ใหญ่ต่างถิ่นจำนวนมาก และวันนี้เราได้มีโอกาสจับเข่าคุยกับ “สัญชัย ชินจตุรภัทร”ผู้อำนวยการ บริษัท เซ็นโทซ่า จำกัด ผู้บริหารห้างสรรพสินค้า เซ็นโทซ่า
“สัญชัย ชินจตุรภัทร” เล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า “เซ็นโทซ่า” เปิดให้บริการเริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจเมื่อปีพ.ศ. 2528 เดิมใช้ชื่อ Center อยู่ตรงข้ามแบงค์ชาติ จังหวัดขอนแก่น ถือเป็นร้านต้นกำเนิด ตั้งแต่รุ่นพ่อมาบุกเบิกกิจการ จากนั้นเปลี่ยนชื่อมาเป็นสหพันธ์ ในปี 2510

ต่อมาจังหวัดขอนแก่นถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ คุณพ่อจึงย้ายกิจการเข้ามาเปิดในตึกแถวแล้วเปลี่ยนชื่ออีกครั้ง เนื่องจากคุณพ่อมองว่ากิจการใหญ่ขึ้น อยากให้เป็นชื่อสากล คุณพ่อเคยไปเที่ยว sentosa แล้วรู้สึกว่าจำง่ายดี จึงใช้ชื่อ เซ็นโทซ่า
เซ็นโตซ่า ถือเป็นห้างยุคแรกๆ ของจังหวัดขอนแก่นที่มีครบครันทั้งแผนกแฟชั่นเสื้อผ้าและแผนก ซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะส่วนใหญ่สมัยนั้น ห้างอื่นๆ จะมีแต่แฟชั่น ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต จะเป็นโชห่วย ซึ่งเซ็นโตซ่า ถือเป็นรายแรก ที่นำทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต มาประสานกับสินค้าแฟชั่น และเปิดเป็นห้าง 2 ชั้น ซึ่งถือว่ากล้าหาญชาญชัยมากในยุ
ปัจจุบัน เซ็นโทซ่า เปิดให้บริการ 3 สาขา สาขาแรกอยู่ที่ถนนมะลิวั
อย่างไรก็ตาม เซ็นโทซ่า มีแผนขยายสาขาหากได้พื้นที่ทำเลที่เหมาะสม โดยสาขามะลิวัลย์ซึ่งมีพื้นที่จำนวน 9 ไร่และยังพัฒนาไม่หมดปัจจุบันอยู่
“ยิ่งเราเป็นห้างท้องถิ่น ต้องให้ความเป็นกันเองกับลูกค้า มาจับจ่ายที่มีสินค้าครบครัน คุ้มค่าเงิน จับกลุ่มเป้าหมายครอบครัวเป็นหลั
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว มีแม็คโคร โลตัส บิ๊กซีเข้ามาเปิด

สัญชัย ยอมรับว่าอย่างลูกผู้ชายว่า การเข้ามาของค้าปลีกเมืองกรุงถือว่าเ
นอกจากนี้ ค้าปลีกท้องถิ่นบางรายมีการแบ่งพื้นที่ให้ค้าปลีกส่วนกลางเข้ามาเช่าพื้นที่ เมื่อคืนพื้นที่เพื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบก็จะกระทบกับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ให้เช่าพื้นที่กับโมเ

ส่วนเซ็นโทซ่า ในฐานะค้าปลีกท้องถิ่นผู้เคยเกรียงไกรเมื่อคร้ังอดีต ปัจจุบันแม้จะลดระดับลงไปบ้างแต่ก็ยังพออยู่ได้ โดยใช้วิธีหาลูกค้าตัวเองให้เจอ โดยลูกค้าของเซ็นโทซ่าเป็นกลุ่มครอบครัว ซึ่งห้างท้องถิ่นมีความได้เปรียบ ตรงที่มีความคล่องตัวสูง ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับเรามากกว่า

การปรับตัวของเซ็นโทซ่าคือ การเพิ่มพื้นที่และบริการที่หลากหลายเปลี่ยนโพสิชั่นเป็นผู้ให้บริการ โดยล่าสุดปรับพื้นที่ชั้น 3 เป็นมุมจำหน่ายสินค้าเครื่องเขี
อย่างไรก็ตาม สัญชัย บอกว่า เขตเมืองชั้นในของจังหวัดขอนแก่นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพราะเมืองขอนแก่นเติบโตในทุกทิ
“เศรษฐกิจไม่ดีช่วงหลายปีที่ผ่าน
ในส่วนของเราเองต้องพยายามหาช่อ
ท่ามกลางความโชคร้ายยังมีความโชคดีเข้ามาบ้าง นั่นคือ บัตรสวัสดิการแห่งรั

ปัจจุบัน เซ็นโทซ่า มีคนเข้ามาใช้บริการวันละ 3,000 คนต่อวัน ซึ่งสินค้าอุปโภคบริโภคขายดีที่สุด ส่วนเสื้อผ้าเป็นสินค้าไม่จำเป็
ส่วนช่องทางออนไลน์
หันไปดูผลประกอบการของเซ็นโทซ่ากันบ้าง สัญชัย ยอมรับว่า ในปีที่
โดยเฉพาะปัญหาค่
สัญชัย สะท้อนต่ออีกว่า ประเทศไทยเปรียบเสมือนบริษัท ที่มีเลือดหล่อ

สุดท้าย สัญชัย ทิ้งท้ายว่า ก็
ภาพ 34 ปีที่ผ่านมาของเซนโทซ่า มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งสินค้าและรูปแบบการทำตลาด ใช้โซเชียลเข้ามามากขึ้น และจากสไตล์การทำงานที่เน้นแบบค่อยเป็นค่อยไปแบบประคองตัว เพราะเจ้าใหญ่มาทั้งระบบและใช้
กล่าวได้ว่า เซ็นโทซ่าในวันนี้ แม้ไม่ตายแต่หายใจรวยรินเต็มที ….



