difference-thinking

ตอนที่ 29 : สานต่อความฝันที่ไม่สิ้นสุด “เปลี่ยนเกษตรกรสู่ผู้ถือหุ้น”

ภายในโรงเรือนโครงการเกษตรทันสมัย ผิงกู่ (ไก่ไข่ 3 ล้านตัว) เขตผิงกู่ นครปักกิ่ง ประเทศจีน เครือซีพีนำหุ่นยนต์มาใช้ในการตรวจสอบสภาวะแวดล้อมภายในโรงเรือน และตรวจสอบความผิดปกติของแม่ไก่ไข่

เพื่อทำความฝันที่ยิ่งใหญ่ให้เป็นจริง ผมได้ทดลองโครงการใหม่ขึ้นที่หมู่บ้านผิงกู่ (Pinggu) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชานเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครปักกิ่งนั่นคือ “โครงการไก่ไข่ 3 ล้านตัวผิงกู่” ที่เริ่มการผลิตในเดือนเมษายน พ.ศ.2555

โครงการแห่งนี้คือโรงงานผลิตไข่ไก่ที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งโดยสร้างเป็นโรงเรือนระบบปิดทั้งหมดเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่โรงเรือน ไก่ไข่จำนวน 3 ล้านตัวสามารถผลิตไข่ได้วันละ 2,400,000 ฟอง ทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การผสมอาหารสัตว์ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกจนถึงการส่งไข่ไก่ออกจากโรงงานซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายจะควบคุมด้วยระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ (Automation) ทั้งหมด กล่าวคือ อาหารสัตว์จะถูกลำเลียงผ่านท่อไปยังฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แล้วนำส่งไปเลี้ยงไก่ เมื่อไก่ออกไข่ ไข่จะถูกส่งด้วยสายพานลำเลียงไปสู่พื้นที่จัดเก็บและคัดแยก ภายในโรงงานมีแขนกลเหมือนที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์(Robotics) ค่อยๆ นำไข่ไก่ขึ้นวางบนชั้นอย่างเบาๆ กระบวนการผลิตเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด

ส่วนมูลจากไก่ 3 ล้านตัว จะถูกนำไปทำปุ๋ยชีวภาพและนำไปใช้ในสวนผลไม้ที่อยู่ใกล้เคียง ไก่แก่ที่ไม่สามารถออกไข่ได้แล้วจะถูกนำไปแปรรูปอาหาร และชิ้นส่วนที่เหลือจะถูกนำไปเป็นอาหารจระเข้ ซึ่งการเลี้ยงจระเข้ยังสามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับโครงการอีกด้วยจะเห็นว่าการนำทรัพยากรกลับมาหมุนเวียนใช้อย่างคุ้มค่า สามารถรักษาสิ่งแวดล้อมบริเวณใกล้เคียง และยังช่วยบริหารต้นทุนการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้โครงการนี้จะตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยแรงงานแต่เราก็ใช้พนักงานเพียงไม่กี่สิบคน ส่วนเกษตรกรจำนวนเกือบ 5,000 คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงนั้นจะอยู่ในฐานะผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง โดยมีระบบการแบ่งสรรผลกำไรที่ไม่ว่าโครงการจะได้กำไรหรือขาดทุน ผู้ถือหุ้นก็มีหลักประกันว่าจะได้รับค่าเช่าที่ดินในอัตราที่แน่นอน และหากโครงการมีผลประกอบการที่ดีก็จะได้รับเงินปันผลให้เป็นการเพิ่มเติมด้วย

cp

สำหรับเครือเจียไต๋แล้ว โครงการผลิตไข่ไก่นี้จะได้กำไรหรือไม่ อาจไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญที่สุด เนื่องจากยังมีธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น การผลิตอาหารสัตว์ การผลิตไก่พันธุ์ การแปรรูปอาหาร และการค้าปลีกที่เป็นธุรกิจปลายน้ำก็สามารถสร้างผลกำไรได้ แต่ในอีก 20 ปีข้างหน้าเราจะโอนกรรมสิทธิ์โครงการแห่งนี้ให้แก่สหกรณ์ซึ่งมีเกษตรกรเป็นสมาชิก
อาจเกิดคำถามว่า เครือเจียไต๋มีจุดมุ่งหมายอย่างไรที่ไปสร้างโครงการที่ผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ ในหมู่บ้านที่มีแรงงานเพียบพร้อมอยู่แล้ว คำตอบคือรูปแบบการบริหารแบบนี้มีข้อดี 2 ประการ คือ

ประการที่หนึ่งช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นเพราะเครือเจียไต๋ไม่เพียง แต่จ้างเกษตรกรมาทำงาน แต่ยังให้ทุกคนมาเป็นเถ้าแก่และเป็นผู้ถือหุ้นอีกด้วย ผู้ถือหุ้นจะมีรายได้จากส่วนแบ่งกำไร มีหลักประกันในชีวิต เกษตรกรที่ต้องการมีรายได้มากขึ้นก็ยังสามารถไปทำงานอื่นๆเพิ่มเติมได้ซึ่งลำพังการรับจ้างทำงานในโรงงานทั่วไปเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่สามารถสร้างรายได้ที่ดีเท่านี้

ประการที่สอง เป็นการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) ที่จะ เกิดขึ้นจากการที่ประเทศจีนใช้ “นโยบายลูกคนเดียว” มายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ.2521-2523 และเพิ่งยกเลิกไปในปี พ.ศ.2558 ทำให้ในอนาคตจะมีช่วง เวลาที่แรงงานวัยหนุ่มสาวของจีนทั้งในเขตเมืองและชนบทมีจำนวนลดน้อยลง ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียที่ประสบปัญหาสังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดต่ำ และนับวันปัญหาจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นในทวีปเอเชียโรงงานที่ใช้ ระบบอัตโนมัติจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด นอกจากนี้การใช้เครื่องจักรในกระบวน การผลิตยังสามารถหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและปัญหาจากคนงานใหม่ ซึ่งยังไม่ได้รับการฝึกฝนให้ชำนาญพอ จนอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของงานอีกด้วย

ผมสนใจเรื่องหุ่นยนต์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นอย่างยิ่ง เพราะยิ่งมนุษย์ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้นเท่าไร กำลังการผลิตก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น เมื่อก่อนคุณพ่อของผมทำงานโดยไม่มีวันหยุดเลยตลอด 7 วันใน 1 สัปดาห์ แต่หลังจากที่ผมมารับช่วงต่อ บริษัทก็ได้เริ่มให้มีวันหยุด 1 วัน และเพิ่มเป็น 2 วันมาจนทุกวันนี้ ที่เราสามารถทำเช่นนี้ได้ก็เพราะเทคโนโลยีการผลิตด้วยเครื่องจักรกลทำให้ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น และในอนาคตหากมีการนำหุ่นยนต์มาช่วยทำงานเพิ่มมากขึ้น เราอาจจะเพิ่มวันหยุดเป็น 3 วันต่อสัปดาห์ก็เป็นได้

ในศตวรรษที่ 21 การใช้หุ่นยนต์เพื่อการผลิตนั้นจะช่วยให้มนุษยชาติมีความอุดมสมบูรณ์ในด้านวัตถุปัจจัยเพื่อการดำรงชีพ ความใฝ่ฝันของระบบคอมมิวนิสต์และสังคมนิยมไม่อาจเป็นจริงตามเป้าหมายก็เพราะสังคมต้องเผชิญกับปัญหาความขาดแคลน ความฝันจะเป็นจริงได้เมื่อสังคมมีวัตถุปัจจัยที่เพียงพอ ซึ่งผมเองก็จะพัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้สังคมที่เราใฝ่ฝันกลายเป็นจริงโดยเร็ว

Related Articles

Back to top button