Columnist

เมื่อ ‘ถุงพลาสติค’ กลายเป็นอาชญากร

เมื่อถุงพลาสติคกลายเป็นอาชญากร

‘ธนก​ บังผล’

ดราม่าถุงพลาสติคบนโลกโซเชียลนั้นอาจจะขำขันนะครับ​ เราได้เห็นการครีเอทของชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายหยิบภาชนะอันหลากหลายมาใส่สินค้าแทนถุง

ถามว่าการเลิกใช้ถุงพลาสติคดีหรือไม่​ ผมเป็นอีกเสียงหนึ่งครับที่ว่าดี​ เพราะพลาสติคทุกวันนี้เยอะเหลือเกินกลายเป็นขยะที่ทิ้งแล้วย่อยสลายยากมาก​ หากเรามีอายุยืนยาวถึง 200ปี​ เราจึงจะมีโอกาสเห็นมันย่อยสลายไปตามพื้นดิน
แต่กระนั้นย่อยสลายแล้วก็ยังเป็นพิษอีกต่างหาก​
นโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ (ทส.) ที่รณรงค์ให้ห้างและร้านสะดวกซื้อเลิกใช้ถุงพลาสติคตั้งแต่​ 1​ ม.ค.จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
ซึ่งเรื่องที่ดีนั้นย่อมต้องมีคนเห็นต่างครับ​
ผมคนหนึ่งล่ะที่เห็นต่าง​ ไม่ได้หมายความว่าไม่อยากให้เลิกใช้นะครับ​ แต่ผมคิดว่ามันขาดแรงจูงใจในนโยบายนี้อย่างชัดเจน
พลาสติคอยู่คู่วิถีชีวิตคนไทยมานานระดับหนึ่ง​ การจะให้ร้านค้าระดับใหญ่เลิกแจกนั้นควรให้ชาวบ้านมีแรงจูงใจครับ
ผมคิดเอาเองนะครับว่า​ ห้างร้านที่เข้าร่วมอาจได้ใจรัฐบาล​ คำถามคือแล้วชาวบ้านได้อะไร​
ไม่จำเป็นต้องให้เงินหรอกครับ​ ไม่จำเป็นต้องสะสมแต้ม​ แต่การจะให้ชาวบ้านเลิกใช้ถุงพลาสติคต้องหาจุดร่วมแบบโดนๆ​ แล้วต้องโดนกันทั้งประเทศ​
คิดเร็วๆตอนนี้​ เช่น​ รณรงค์ให้นำถุงพลาสติคกลับมาใช้ใหม่​  เพราะปัจจุบันเราใช้แล้วทิ้ง​ น้อยคนที่จะเก็บสะสมไว้ใช้​ ถึงเก็บไว้ใช้ก็จะนำมาใส่ขยะในที่สุด
ถ้าไม่มีถุงพลาสติคจะเอาอะไรใส่ขยะไปทิ้งครับ… ใส่ถุงผ้า?
เมื่อทำให้ทุกคนเห็นว่าการนำถุงพลาสติคเอามาใช้ใหม่ไม่ใช่เรื่องผิด​ มันก็น่าจะดีกว่าเอากระสอบไปใส่สินค้าแน่นอนครับ​
ตัวผมเองเวลาไปซื้อของยังเอาถุงพลาสติคที่ใช้แล้วไปใส่เช่นกัน​ แต่วันนี้ถ้าถือถุงพลาสติคเดินมันจะเขินๆหน่อย​ คือเหมือนไม่ให้ความร่วมมืออะไรแบบนี้​ (หรือเปล่า)​
ที่ชาวบ้านเขาดราม่าเพราะมันไม่มีทางให้เลือกครับ​ ในขณะที่ถุงผ้านั้นมันก็ดีครับ​ แต่มีปัญหาอยู่ที่ขนาด​ คือ​ ไปเดินตลาดซื้อแกงถุงกับผักสัก2อย่างไม่ใส่ถุงพลาสติค​ ใครจะถือละครับ​ แล้วถุงผ้าเอาไปใบเบ้อเร่อใส่2อย่างนี่​ ผมว่าให้คนเตรียมถุงพลาสติคมาจากบ้านจะดีกว่า
คนเฒ่าคนแก่เขายังไม่ชินนะครับ​ แม่ค้าแม่ขายในตลาดไม่ให้เขาใส่ถุงพลาสติคให้ลูกค้า​ ตอนนี้มันทำไม่ได้หรอกครับ​ รณรงค์คราวนี้มันเลยเหมือนไปจับเอาห้างใหญ่มากกว่า
แต่ประเด็นที่ผมว่ามันแปลกประหลาดกว่านั้นคือการขอความร่วมมือ​กับ​​ 8​  สถานีโทรทัศน์ในการเบลอถุงพลาสติค
เอาจริงๆนะครับ​ ผมว่าลำบากพนักงานตัดต่อเสียมากกว่า​ งานที่ควรจะไปทำอย่างอื่นนั้นต้องมานั่งเบลอภาพถุงมันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
และมันดันไปสอดคล้องกับกฎหมายสื่อ​ ที่ให้เบลอภาพผู้ต้องหาเสียอย่างนั้น​
การเบลอภาพผู้ต้องหาในสื่อโทรทัศน์ยังถกเถียงกันไม่มีข้อยุติเลยนะครับว่า​ เบลอเพื่ออะไร?
และบางครั้งเวลาเราเห็นการเบลอภาพผู้ต้องหาเต็มจอ​ คนดูยังรู้สึกรำคาญ
นี่ต้องมาเบลอถุงพลาสติคกันอีก​
เบลอภาพผู้ต้องหานั้นก็มีผู้รู้ทางกฎหมายเขาพยายามออกมารักษาสิทธิของคนร้าย​ หากว่าขึ้นศาลแล้วปรากฏว่าศาลพิพากษาว่าไม่ผิด​ การประจานในวันโดนจับมันจะทำให้ชาวบ้านจำหน้าได้​ บางทีอาจลามไปถึงครอบครัวลูกเล็กที่อาจได้รับผลกระทบ
ตรงนี้เข้าใจได้ครับ​
แต่เหตุผลในการเบลอถุงพลาสติค​ ผมนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าถุงพลาสติคไปกระทำความผิดอะไรขนาดนั้น
อะไรบางอย่างบนโลกนี้เราต้องอยู่ร่วมกับมันไปให้ได้​ อย่างคนไม่ดีเป็นภัยต่อสังคม​ เราไม่รู้ว่าใครดีไม่ดี​ เราอาจจะเดินผ่านกันทุกวัน​ แต่ถ้าต่างคนต่างอยู่เราก็ต้องอยู่ของเราให้ได้
เมื่อถุงพลาสติคเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเราก็ต้องอยู่ร่วมกับมันให้ได้เช่นกันครับ​ เพียงแต่ต้องหาวิธีเปลี่ยนจากให้โทษมาเป็นประโยชน์​ และในชีวิตเราพลาสติคไม่ได้มีแค่ถุงนะครับ​ ขวดน้ำก็พลาสติค​ กระปุกยาก็พลาสติค​ แว่นตาบางชนิดก็พลาสติค​ เรายังต้องอยู่ร่วมกับมันเพียงแค่เข้าใจว่าถ้าทิ้งแล้วมันจะก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
นโยบายที่ดีย่อมมีดราม่าครับ​ นั่นแสดงว่ามาถูกทาง​ แต่ปรับวิธีคิดวิธีอยู่ร่วมกับมัน​ ใช้มันให้เป็นประโยชน์จะดีกว่า
เพราะผมยังไม่เห็นว่าการเบลอภาพถุงพลาสติคในจอโทรทัศน์จะมีประโยชน์ตรงไหน​ 

 

Related Articles

Back to top button