Biznews

‘โควิด’ ทุบ “ค้าปลีก-สายการบิน” ดิ้นปรับตัวหนีตายรับวิกฤต

จากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อทุกธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ทำรายได้หลักให้กับประเทศ เมื่อจีนซึ่งเป็นนนักท่องเที่ยวหลักยกเลิกการเดินทางมาไทยทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน สถานที่ท่องเที่ยวตลอดจนค้าปลีกบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ต้องงัดกลยุทธ์ เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการร์วิกฤต

สายการบินหั่นเงินเดือนผู้บริหาร

เริ่มกันที่ธุรกิจสายการบินที่เร่งปรับตัวอย่างหนัก นำโดยการบินไทยที่สั่งลดเงินเดือนผู้บริหาร 15-25% ลดค่าพาหนะเหมาจ่ายของผู้บริหาร ลดงบประมาณสำหรับการเดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานลง 30% ยกเว้นพนักงานที่ปฏิบัติงานบนเครื่องบิน รวมทั้งกำชับให้งดการทำงานล่วงเวลา

บางกอกแอร์เวย์ส ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการบินและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ลดความถี่ของเที่ยวบิน ยกเลิกเส้นทางบินในบางเส้นทาง ปรับลดเงินเดือนผู้บริหาร 50% ยกเลิกการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี 2563 ของผู้บริหารสูงสุดของฝ่าย และลดจำนวนพนักงานสถานีต่างประเทศ รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้บริหารและพนักงานในการลางานโดยไม่รับค่าจ้าง หรือ Leave without pay จำนวน 10-30 วัน

 

แอร์เอเชีย แม้ว่าจะยืนยันว่าไม่มีการลดพนักงาน หันไปลดค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง ตั้งเเต่ระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป รวมทั้งขอความร่วมมือจากนักบิน วิศวกรซ่อมบำรุงอากาศยาน เเละพนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไปของแผนกต่างๆ ให้สมัครใจใช้สิทธิ์ลางานอย่างน้อย 2- 5 วันต่อเดือน โดยไม่รับค่าตอบเเทนมีผลระยะสั้นตั้งเเต่มีนาคม-กันยายน 2563

ห้างวิกฤตออกมาตรการอุ้มผู้ค้า

ขณะที่ภาคธุรกิจซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศก็วิกฤตไม่แพ้กัน โดยเฉพาะห้างที่พึ่งพิงกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลักในย่านใจกลางเมือง อย่างศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ออกมาตรการปรับลดค่าเช่าพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการร้านค้า ตั้งแต่ 10-20% ระยะเวลา 6 เดือน หลังผู้ประกอบการร้านค้าเรียกร้องให้ปรับลดค่าเช่า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนหายไปจำนวนมาก

เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ทางห้างจึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ได้แก่ ผู้เช่าที่จ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน ระยะเวลา 1 ปี ลดค่าเช่าค่าบริการประมาณ 10-35% ตามสัดส่วนพื้นที่และประเภทการเช่า เป็นระยะเวลา 3 เดือน

รายล่าสุดคือ ศูนย์การค้า Mixt จตุจักร มีผู้ค้ารวมตัวกดดันทางห้างเพื่อลดค่าเช่า 50% เพราะลูกค้าลดลงถึง 90 %

ค้าปลีก-ค้าส่ง วอนรัฐช่วยด้วย!

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไวรัสโควิค 19 ทำให้ลูกค้าลดลงมากกว่า 30% และยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผลการปิดตัวของธุรกิจท่องเที่ยวหรือที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง ส่งผลให้กำลังซื้อหายไปจากระบบเป็นจำนวนกว่า 70,000 ล้านบาท (ข้อมูลจาก EIC ) ขอเสนอมาตรการที่จำเป็นให้รัฐบาลช่วยเหลือและเยียวยาเร่งด่วน 4 มิติ อาทิ นำโครงการ “ช้อป ช่วย ชาติ” กลับมาอีกครั้ง  เสนอโครงการ “คืนภาษีนำเข้า Duty Tax Refund” ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 5% เป็นการชั่วคราว  ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้สุทธิจากเดิม 150,000 บาทแรก เป็น 300,000 บาทแรก สำหรับปีภาษี พ.ศ.2563  เป็นต้น

กสิกรฯ ลดเป้าจีดีพีโตแค่ 0.5%

ล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับลดประมาณการจีดีพีปีนี้เติบโตที่ 0.5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.7%  ตัวแปรหลักมาจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งเริ่มมีผลมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม และมีผลหนักขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 8 ล้านคน ส่งผลให้เม็ดเงินหายไป 400,000 ล้านบาท การส่งออกที่ถูกกระทบทั้งทางตรงจากจีนและทางอ้อมจากซัปพลายเชน ก็จะส่งผลกระทบลามมาถึงการลงทุน การใช้จ่าย การอุปโภคบริโภคของเอกชน

รวมถึงภาวะการจ้างงานที่คาด่าจะมีจำนวนการว่าจ้างงานลดลงกว่า 200,000 ตำแหน่ง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะทำให้จีดีพีในช่วงไตรมาส 1 และ 2 อยู่ในระดับติดลบ และค่อยๆ ดีขึ้นในไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะโตได้ใกล้ๆ 1% และไตรมาส 4 ที่ใกล้ๆ 3%

 

 

Related Articles

Back to top button