Columnist
เยียวยาจากภาษี “หนี้ไม่ทิ้งเรา” เพราะ “เราไม่ทิ้งกัน”
เยียวยาจากภาษี “หนี้ไม่ทิ้งเรา”
เพราะ “เราไม่ทิ้งกัน”
ธนก บังผล
มาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รั บผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรั สโควิด-19 “เราไม่ทิ้งกัน” มาถึงโค้งสุดท้ายแล้วนะครับ
กระทรวงการคลัง ประกาศว่าจะทำการปิดระบบขอข้อมู ลการประกอบอาชีพเพิ่มเติมในวั นศุกร์ที่ 15 พ.ค. เวลา 24.00 น. หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนมาตั้ งแต่วันที่ 28 มี.ค.
อย่างไรก็ตาม ยังจะมีการพิจารณาเปิดช่ องทางสำหรับผู้ประสงค์จะร้องเรี ยนอีกภายหลังผ่านสาขาของ ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย โดยสามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันที่ 18-29 พ.ค.
“เราไม่ทิ้งกัน” แรกเริ่มรัฐบาลตั้งเป้าให้เงิ นเยียวยา 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน คาดการณ์ไว้เบื้องต้น 3-4 ล้านคน
ไปๆมาๆมีผู้ลงทะเบียนทั้ งหมดมากกว่า 24 ล้านคน ก่อนที่จะขยายสิทธิให้กับผู้ที่ เข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยาเพิ่ มขึ้นเรื่อยๆกลายเป็นดอกเห็ด

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิ จการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีผู้ผ่านเกณฑ์แล้ว 14.5 ล้านคน แบ่งเป็นกลุ่มผู้ที่ผ่านเกณฑ์ การคัดกรองตั้งแต่รอบแรกจำนวน 4.4 ล้านคน กลุ่มที่ขอข้อมูลประกอบอาชีพเพิ่ มเติมและผ่านเกณฑ์จำนวน 5.3 ล้านคน และกลุ่มที่ขอทบทวนสิทธิและผ่ านเกณฑ์จำนวน 4.7 ล้านคน
ที่เคยออกมาเปรยๆว่าจะพิ จารณาขยายเวลาการจ่ายเงินช่ วยเหลือหากสถานการณ์การแพร่ ระบาดยังวิกฤตจาก 3 เดือน เป็น 6 เดือนก็มีอันต้องล้มพับไปทันที
ปัญหาในมาตรการเยียวยา “เราไม่ทิ้งกัน” ตั้งแต่วันแรกๆ คือระบบคัดกรองให้สิทธิกับผู้ที่ ลงทะเบียนค่อนข้างสับสนจนมี คำถามมากมาย
จนกระทั่งจะทำการปิดระบบแล้วก็ ปรากฏว่ายังต้องให้ทบทวนสิทธิซ้ำ ๆ
ที่เป็นปัญหาหลักเลยคือ เงินเยียวยาไม่ถึงมือผู้ที่เดื อดร้อนได้รับผลกระทบจาก” ล็อคดาวน์” จริงๆ
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ลงทะเบี ยนแบบหวังฟลุ๊ค เพื่อรับเงิน 5,000บาท ทั้งๆที่สถานภาพทางเศรษฐกิจไม่ ขัดสน ในขณะที่คนได้รับความเดือดร้ อนสาหัสกลับเข้าไม่ถึงแม้แต่ การลงทะเบียนด้วยซ้ำไป
และถึงแม้ว่าจะพยายามสะท้อนปั ญหานี้อย่างไร สุดท้ายแล้วก็ต้องยอมรับกั นตรงไปตรงมาว่า “คนลักไก่” มีไม่น้อยที่ได้ 5,000บาท เพราะระบบทำการอนุมัติ การลงทะเบียน

นอกจาก “เราไม่ทิ้งกัน” แล้วรัฐบาลยังแจกเงินให้กั บเกษตรกร ผ่าน ธกส. ซึ่งแม้ว่าต้องใช้หลั กฐานหลายอย่างในการลงทะเบี ยนเกษตรกร แต่ตัวเลขผู้มีสิทธิได้รับเงิน 5,000 บาท ก็มีมากถึง 6.7 ล้านราย และจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีตั้ งแต่วันนี้ (15 พ.ค.)เป็นต้นไป
รวมๆแล้วสรุปมีผู้ได้รับเงิ นเยียวยาจากทั้ง 2 มาตรการ ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน
ตกคนละ 5,000บาท เป็นเวลา 3 เดือน ใช้งบประมาณอย่างต่ำ 3 แสนล้านบาท
เงินกู้จากภาษีมหาศาลขนาดนี้ จะคุ้มค่าถ้าแจกจ่ายครอบคลุมผู้ เดือดร้อนที่ไม่สามารถทำมาหากิ นจากนโยบาย “ล็อคดาวน์” อย่างทั่วถึง
จริงอยู่ครับ เดือดร้อนมากกับเดือดร้อนน้อย ก็คือเดือดร้อนเหมือนกัน ทุกคนที่เดือดร้อนนั้นก็มี สาเหตุมาจากการล็อคดาวน์ทั้งสิ้ น
จะลงทะเบียนได้รับเงินหรือไม่ ได้รับเงิน หนี้สินก้อนมหึมาขนาดนี้ทุกคนต้ องร่วมกันชดใช้เช่นเดียวกัน ดังนั้นหากจะมีคนจงใจลักไก่ก็ ไม่แปลก
เงิน 15,000บาทต่อคน อาจไม่สามารถทดแทนรายได้ที่ ขาดหายไป และถ้าให้เลือกได้ชาวบ้านขอใช้ ชีวิตปกติเพื่อทำมาหากินดีกว่า
เพราะฉะนั้นหากมีใครสักคนอ้ างเอาการแจกเงินให้กั บประชาชนจำนวนมากกว่า 20 ล้านคน มาเป็นผลงาน ก็ขอให้เข้าใจตรงกันเลยครับว่า คนนั้น “ไร้วิสัยทัศน์” ในเชิงบริหาร
เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนไม่มี รายได้มาเลี้ยงปากท้ องจากนโยบายล็อคดาวน์ของรัฐบาล มันก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้ องเยียวยา
มันไม่ใช่ผลงานครับ แถวบ้านผมเขาเรียกว่าความจำเป็ นที่รัฐต้องชดเชย
แล้วการกู้เงินมาเยี ยวยาประชาชนนี้ก็เป็นเพี ยงมาตรการระยะสั้นนะครับ เพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดนั้ นได้ทำลายโครงสร้างทางเศรษฐกิ จในทุกภาคส่วนไปเรียบร้อยแล้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ การอนามัยโลก(WHO) ออกมาแสดงความเป็นห่วงว่าไวรั สโควิด-19 อาจจะอยู่ไปอีกนาน โอกาสที่เชื้อจะพัฒนาให้ดื้ อยาก็มีสูง ต่อให้มีวัคซีนรักษาก็ไม่ได้ ทำให้การแพร่ระบาดสิ้นสุดลง
พอมองเห็นเค้าลางอนาคตในปีนี้ หรือเปล่าครับ
ผ่อนปรน ปลดล็อคเร็วเกินไปก็อาจทำให้เกิ ดการกลับมาแพร่ระบาดซ้ำ
หากยื้อยุดมาตรการล็อคดาวน์ให้ นานต่อไปเรื่อยๆ ชาวบ้านอดตายแน่นอน
คำถามคือ หลังจากเงินเยียวยาเดือนที่ 3 จ่ายครบหมดเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลจะมีมาตรการฟื้นฟูการค้ าขาย ชีวิตความเป็นอยู่ให้กั บประชาชนอย่างไรต่อไป
จะกู้เงินมาเยียวยาเพิ่มเติมอี กอย่างนั้นหรือ?