สยบดราม่า ‘วัคซีนโควิด’

มีเรื่องอยากจะเล่าให้ทุกท่านได้รับทราบครับ หลังจากที่ผมไปแอบฟังคุณหมอคุยเรื่องวัคซีนเพื่อหาความรู้ว่าที่เขาดราม่ากันนั้นคุณหมอคิดเห็นอย่างไร นอกจากนี้ยังได้มุมมองการบริหารจัดการวิกฤตการระบาดครั้งนี้จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลในพื้นที่ 3 จังหวัดซึ่งมีการระบาดสูง

เป็นเวทีเสวนาออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ที่ทาง สำนักข่าว Hfocus ,สำนักข่าว The Reporter ,ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ(The Active) และ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) ได้ร่วมกันจัด Virtual Policy Forum หัวข้อ “นับถอยหลัง 16 ล้านคน ฉีดวัคซีน COVID-19 สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง” เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมาครับ
งานนี้เขาเชิญ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศูนย์เด็ก (โรคติดเชื้อ) โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ มาบรรยายพิเศษหัวข้อ “ภูมิต้านทานและผลข้างเคียงจากวัคซีน COVID-19”
คุณหมอทั้ง 2 ท่าน ยืนยันว่าประชาชนควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิดกันทุกคนนะครับ เพราะวัคซีนจะทำให้ร่างกายของเราสร้างภูมิต้านทานไวรัสขึ้นมาต่อสู้กับไวรัส แต่ฉีดวัคซีนแล้วไม่ได้หมายความว่าจะไม่ติดโควิด ต่อให้ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังติดโควิดได้เพียงแต่ติดแล้วอาการจะไม่รุนแรง โอกาสที่เสียชีวิตก็จะน้อยลงมากๆ
ศ.นพ.ยง ตอบคำถามที่หลายคนคงอยากรู้ เช่น คนที่เคยเป็นโควิดแต่รักษาหายแล้วจะต้องฉีดวัคซีนไหม คุณหมอตอบว่าต้องฉีดวัคซีนอีก และควรจะฉีดหลังจากที่หายแล้ว 3-6 เดือนครับ ซึ่งโดยหลักการแล้วฉีดเข็มเดียวก็น่าจะพอ แต่ถ้าหายมานานเกิน 6 เดือน ต้องฉีดใหม่เลย 2 เข็มครับ
เมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว เป็นโควิดอีกได้หรือไม่ ศ.นพ.ยง ตอบว่า “ได้”
เมื่อฉีดวัคซีนแล้วเป็นโควิดถึงตายได้หรือไม่ คุณหมอบอกว่า โอกาสจะถึงตายได้น้อยมากๆ
เพราะฉะนั้นเมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว จะทำให้ร่างกายของเรามีภูมิต้านทานอยู่ในระดับสูง แต่การตรวจพบภูมิต้านทานก็ไม่ได้บอกถึงประสิทธิภาพของวัคซีนครับ
“การจะดูประสิทธิภาพจะต้องดูว่าฉีดแล้วป้องกันการติดเชื้อได้มากน้อยแค่ไหน สร้างภูมิต้านทานได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันการติดเชื้อได้” ศ.นพ.ยง ตอบชัดๆ ตรงไปตรงมา
วัคซีน 2 เข็มที่คุณหมออยากแนะนำให้เราฉีดนั้น หากเราจะฉีดเข็มแรกยี่ห้อซิโนแวค แล้วเข็มที่ 2 ฉีดยี่ห้อไฟเซอร์ หรือแอสตร้าเซนาก้า ได้หรือเปล่า
คุณหมอตอบว่า “ไม่แนะนำ” ยกเว้นว่าฉีดเข็มแรกแล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อเข้าโรงพยาบาลให้หมอรักษาเป็นสัปดาห์ อย่างนี้ก็ควรเปลี่ยนยี่ห้อ
แต่…”ไวรัสมันไม่รู้หรอกว่าเราฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร” ศ.นพ.ยง ให้ความเห็น
ด้าน ศ.พญ.กุลกัญญา อธิบายเรื่องอาการแพ้วัคซีนได้น่าสนใจมากครับ

คุณหมอให้ความรู้ว่า วัคซีนเมื่อฉีดแล้วสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะไฟเซอร์ ซิโนแวค หรืออะไรก็ตาม ถ้าร่างกายจะแพ้ก็แพ้หมด แต่อาการแพ้นั้นส่วนใหญ่ไม่รุนแรงครับ อาจจะปวดเมื่อย มีผื่นคัน อะไรแค่นั้น ไม่ถึงกับระบบหายใจล้มเหลว นั่นดราม่าเกินไป ซึ่งพอข่าวออกแต่เรื่องดราม่าก็เลยทำให้ประชาชนกลัวที่จะฉีดวัคซีน
“ภาวะลิ่มเลือดที่เกิดจากการฉีดวัคซีนแอสตร้า ในไทยพบโรคนี้น้อยอยู่แล้ว คาดว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นไม่เกิน 1 ในล้าน”
ศ.พญ.กุลกัญญา ยังมั่นใจด้วยว่า ข่าวที่ออกมาเหมือนมีผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้มาจากการฉีดวัคซีนนะครับ ดราม่ากันเกินไป
เรื่องดราม่า เรื่องร้ายๆนี่ชาวบ้านได้ยินแล้วก็กลัว ไม่ใช่แค่ชาวบ้านอย่างเราๆเท่านั้น ขนาดเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์บางคนที่ไม่ได้ตามข่าวจริงๆ พอเจอข่าวดราม่ายังสับสนจนไม่อยากฉีดเหมือนกันนะครับ
ถามว่าถ้าคนไทยไม่ฉีดวัคซีน อะไรจะเกิดขึ้นครับ… ง่ายๆคือ ถ้าติดเชื้อก็มีโอกาสที่อาการจะรุนแรง เชื้อลงปอด ลงไต จนอาจทำให้เสียชีวิต
คุณหมอ บอกอีกว่า ข้อดีของวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าและซิโนแวค คือยิ่งอายุมากการฉีดวัคซีนจะเกิดอาการข้างเคียงน้อยกว่าคนที่มีอายุน้อย สิ่งที่จะได้ต่อมาคือเรามีภูมิต้านทาน
คุณหมอเลยขอเป็นอีกเสียงที่สนับสนุนให้คนไทยได้รับวัคซีนกันทุกคน
ตั้งแต่ 28 ก.พ. – 6 พ.ค. มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 1,651,782 โดส
นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ประกาศแผนการฉีดวัคซีน COVID-19 ของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งเป็นแบบเข็มเดียวให้กับนักท่องเที่ยว คาดว่าจะเริ่ม มิ.ย.นี้
ส่วนในประเทศไทย แรงงานต่างด้าวยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนนะครับ อาจจะเพราะคนไทยยังไม่ได้รับวัคซีนกันครบทุกคนหรืออย่างไรไม่ทราบได้ แรงงานต่างด้าวและนักท่องเที่ยวก็เลยต้องยอมรับสภาพการเป็นพลเมืองชั้น 3 ชั้น 4
“วัคซีนมันไม่รู้หรอกครับว่าใครต่างด้าวใครคนไทย” ขออนุญาตนำคำพูดของ ผู้อำนวยการ รพ.สมุทรสาคร ที่แสดงความเห็นเอาไว้
ปัญหาเดียวเรื่องวัคซีนตอนนี้คือ เราจะเข้าถึงกันอย่างไรแลัวจะได้รับการฉีดทุกคนหรือไม่
นี่เห็นว่าให้ประชาชนที่อายุมากกว่า 60 ปี และกลุ่ม7 โรคเรื้อรัง ทำการจองวัคซีนด้วยการลงทะเบียน (อีกแล้ว) ผ่านแอพลิเคชั่น “หมอพร้อม”

ลงทะเบียนอะไรกันนักหนาครับ
สารภาพตามตรงเลยว่าก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้สนใจเรื่องดราม่าราคาวัคซีนยี่ห้อต่างๆ หรือผลข้างเคียงหลังการฉีดว่าจะเป็นอย่างไร ใดๆทั้งสิ้น เพราะคิดอยู่อย่างเดียวว่าเมื่ออยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปเลย หากเราไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ไม่เป็นไร ส่วนมาตรการเยียวยาอะไรที่รัฐบาลจะออกมาก็ไม่ได้สนใจเช่นกันครับ
ณ เวลานี้ เหนื่อยหน่ายเต็มทน
คือ ไม่ใช่ไม่อยากรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำพิพากษากรณีรัฐมนตรีจำคุกเพราะค้าแป้งอย่างไรนะครับ แต่นี่มันยุคที่เราเดาได้ล่วงหน้าเลยว่าคนของใครทำผิดกฎหมายอะไรแล้วผลจะออกมาแบบไหน
ไม่ใช่ไม่อยากรู้ว่าทำไมรัฐบาลถึงจัดหาวัคซีนมาช้าจนมีประชาชนต้องเสียชีวิตนะครับ แต่นี่มันยุคที่ชนชั้นปกครองเป็นผู้วิเศษทำอะไรก็ไม่ผิด ไม่สะทกสะท้าน ตีมึนเดินลอยไปมาไม่อายใครทั้งสิ้น
ยิ่งรู้ ยิ่งเห็น ก็ยิ่งเสียสุขภาพจิต
ในระหว่างที่ชาวบ้านต้องการความมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับทุกคน ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีจะต่อโครงการ “คนละครึ่ง” เฟส 3
อยากถามหน่อยว่า การออกประกาศให้ประชาชนห้ามออกจากเคหะสถานตั้งแต่เวลา 23.00น.ถึง 04.00น. ในบางจังหวัดนั้น มันต่างจากการประกาศเคอร์ฟิวตรงไหนครับ
นี่มันมาตรการล็อคดาวน์ เหมือนตอนเมษายนปีที่แล้วชัดๆ
แต่ห้ามใช้คำว่าล็อคดาวน์นะ เพราะรัฐจะต้องจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากการสั่งปิดสถานประกอบการ ร้านค้าที่ทำมาหากินกันตอนกลางคืน
ไม่ใช่คนไทยทุกคนหรอกนะครับที่จะเข้มแข็งแล้วมีแรงก้าวผ่านทุกวิกฤตปัญหาไปได้ด้วยตัวเอง
อย่างน้อยวิกฤตต่อไปที่จะเข้ามา ถ้ารัฐบาลไม่สามารถช่วยได้
ขอแค่อย่าซ้ำเติมให้ประชาชนเดือดร้อนก็พอแล้วครับ
(โดย : ธนก บังผล)