Columnist

‘วัคซีนโควิด’ฉีดแล้วไม่ตาย แต่ถ้าไม่ฉีดมีโอกาสตาย!!!!

       เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายของคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดที่จะกังวลว่าการฉีดวัคซีนโควิด โดยเฉพาะยี่ห้อ “ซิโนแวค” ที่ทางหน่วยงานสาธารณสุขของไทยกำลังเร่งฉีดให้กับประชาชนอยู่ขณะนี้ ซึ่งมีข้อมูลประเมินผลจากประเทศยราซิล ระบุว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสน้อยที่สุด

หลังมีการนำมาฉีดให้กับคนไทยแล้วก็มีข่าวว่าผู้ได้รับวัคซีนเสียชีวิต ยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นจนกลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง

ในวงการแพทย์เริ่มมีการกล่าวถึงผลเป้าหมายหลังจากการฉีดวัคซีนให้ประชาชนโดยหวังว่าคนไทยเมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะมี “ภูมิต้านทานหมู่”

     แต่ในโซเซียลมีเดียทำให้ประชาชนบางส่วนเลือกรับข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่แต่ละคนนิยม มีไม่น้อยเลือกที่จะเชื่อข้อมูลจากกลุ่มคนที่มีทัศนคติทางการเมืองไปในทิศทางเดียวกัน จนบางครั้งเมื่อได้อ่านก็เชื่อทันที ไม่ต่างจากการสร้าง “อุปาทานหมู่” ขึ้นมาแทนข้อเท็จจริง

เราต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วย รวมถึงให้วัคซีนกับประชาชนได้อย่างทั่วถึงเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนไทยติดเชื้อไวรัสโควิดจนอาการทรุดหนัก และเสียชีวิต

   ซึ่งแน่นอนครับว่างานของ แพทย์ พยาบาล ที่เราให้กำลังใจทุกวันนี้ จะเหนื่อยและหนักมากขึ้นขนาดไหน ถ้าจำนวนการติดเชื้อโควิดของคนไทยเพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุเพราะไม่ยอมฉีดวัคซี

คนไทยหลายครอบครัวจะต้องสูญเสียกันอีกเท่าไร หากสมาชิกในบ้านต้องเสียชีวิตจากโรคระบาดนี้ ทั้งๆที่เรามีวัคซีนอยู่ในมือแล้ว

    อย่างน้อยแพทย์และพยาบาลทั่วประเทศที่กำลังทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถขณะนี้ พวกท่านหวังดี และไม่ได้ต้องการฉีดวัคซีนเพราะฝักใฝ่หรือรับใช้การเมืองฝ่ายไหน ทุกท่านกำลังทำเพื่อคนไทยทุกคน เพื่อสังคมไทยที่ปลอดภัยจากโรคระบาดจะทำให้เราได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็วที่สุ

ผมมาลองไล่ดูข่าวผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนและเสียชีวิตที่เกิดในประเทศไทยว่าเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และแพทย์ได้วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตในแต่ละเคสอย่างไร เพราะต้องการหาคำยืนยันว่ามีคนได้รับวัคซีนแล้วเสียชีวิตจริงๆหรือไม่

ก็ปรากฏว่าในปี 25641 นี้ เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา มีกรณี ผู้ป่วยชาย มีโรคประจำตัวคือ โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง และเข้ารับการผ่าตัดเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม

จากนั้นได้นอนพักรักษาที่โรงพยาบาลประมาณ 40 วัน ก่อนจะกลับไปพักฟื้นที่บ้าน 1 สัปดาห์ต่อมา ผู้ป่วยเห็นว่าตัวเองมีโรคประจำตัว เลยไปฉีดวัคซีนโควิด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม

ประมาณวันที่ 8-9 มี.ค.หลลังได้รับการฉีดวัคซีน ผู้ป่วยแน่นหน้าอก เวียนศีรษะ และเป็นลม จึงเข้าแอดมิดที่โรงพยาบาลก่อนอาหารทรุดหนัก และเสียชีวิตในวันที่ 13 มี.ค.

เดือน เม.ย. ผู้ป่วยหญิงอายุ 23 ปี มีภูมิลำเนา จ.อ่างทอง ประกอบอาชีพที่ จ.สมุทรสาคร แต่อาศัยอยู่ใน จ.ปทุมธานี เสียชีวิตภายหลังมีประวัติการฉีดวัคซีนโควิด

       กรณีนี้ นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ต้องออกมาบอกเองเลยว่า ผู้ป่วยเข้ารับการฉีดวัคซีนในรพ.แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. โดยหลังฉีดวัคซีนไม่มีอาการใดๆ แต่วัดถัดมา เวลาประมาณ 09.30 น. ได้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ทราบชนิด หลังจากนั้นมีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน จึงเข้ารักษาในรพ. ต่อมามีอาการเพิ่มขึ้นทางระบบประสาทตามลำดับและเสียชีวิตในวันถัดมา

 

 

ล่าสุด พ.ค. ไม่กี่วันที่ผ่านมา พนักงานขับรถเอกซเรย์ตามหน่วยงานต่างๆ อายุ 51 ปี เสียชีวิต หลังจากได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด จาก รพ.แห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานีได้เพียง 2 วัน โดยผลชันสูตรจากโรงพยาบาลระบุสาเหตุ “กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน”

    นั่นหมายความว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนครับ

ส่วนคนที่กลัวว่าจะแพ้หรือฉีดแล้วส่งผลต่อร่างกายนั้น แพทย์ยืนยันว่า การฉีดวัคซีนทั่วโลก 20-30% มีอาการข้างเคียงไม่รุนแรง โดยพบว่าอาการข้างเคียงรุนแรงที่ 0.7% ซึ่งมักจะออกอาการทันทีภายใน 15 นาทีหลังฉีด เช่น แน่นหน้าอก เหนื่อย ปวดท้อง อาเจียน ส่วนอาการที่แพ้รุนแรงหลังฉีด 30 นาที พบน้อยมาก

  ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยกล่าวว่า “ซิโนแวค” ทั่วโลกมีการฉีดแล้วมากกว่า 200 ล้านโดส เป็นจำนวนเยอะพอสมควร ประเทศเราไม่ได้บุกเบิก เราเอามาเสริมในยามที่วัคซีนอื่นยังไม่มี จริงๆแล้ววัคซีนตัวไหนก็ได้ ยินดีทุกตัว ตอนนี้เราอยากได้วัคซีน แต่มันไม่มียี่ห้ออื่น เมื่อมี 2 ตัวนี้ก็ต้องฉีด2 ตัวนี้ก่อน

คุณหมอถึงกับพูดว่า “ไวรัสมันไม่รู้หรอกว่าเราฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร”

ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศูนย์เด็ก (โรคติดเชื้อ) โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์  นำข้อมูลการเปรียบเทียบวัคซีนจากการศึกษาระยะที่ 3 โดยมีผลสรุปว่าทุกชนิดสามารถป้องกันการป่วยหนักแล้วเสียชีวิตได้ถึง 100%

     “อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดจากการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด19 อาการแพ้รุนแรง พบเพียง 1 ในแสน โดยวัคซีนทุกยี่ห้อมีโอกาสเกิดอาการแพ้ภายในเวลา 30 นาทีหลังจากฉีด”

คุณหมอกล่าวว่า ในต่างประเทศหยุดใช้วัคซีนยี่ห้อแอสตร้าเซเนก้า สาเหตุหยุดใช้เพราะเป็นโรคลิ่มเลือดและมีเกล็ดเลือดต่ำ ไปอุดตันเส้นเลือดสมอง แต่ในประเทศไทยไม่เคยเจอ ถ้าจะเจอคาดว่าจะมีโอกาสแค่ 1 ในล้านคน

คุณหมอทั้ง 2 ท่าน นอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแล้ว ความเห็นและการทำงานของทั้ง 2 คนก็ไม่ได้ทำเพื่อเอาใจฝ่ายการเมือง หรือรับใช้ฝักใฝ่การเมืองฝั่งไหนด้วย

 

     ผมเชื่อว่าคุณหมอมีจรรยาบรรณแพทย์ในการรักษาคน และไม่ต้องการให้ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ระบาดขั้นวิกกฤติ จนทำให้คนไทยต้องป่วยโควิดตาย

เรื่องอุปาทานหมู่ว่าวัคซีนยี่ห้อนั้นดีกว่ายี่ห้อนี้ ส่วนยี่ห้อของไทยฉีดแล้วตาย ผมคิดว่าควรจะทำความเข้าใจกันใหม่ได้แล้วครับ

ที่ผมเห็นควรว่าต้องหยุด เพราะยิ่งนานวันการอุปาทานหมู่จากชุดความเชื่อแบบนี้มันไม่ได้ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในไทยลดลง มันไม่ได้ทำให้การระบาดในประเทศไทยน้อยลงด้วย เราควรคุยกันจากข้อเท็จจริง จากการที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาให้ความรู้ เพื่อที่เราจะได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวจองวัคซีนว่าเราได้ฉีดของยี่ห้ออะไร ต้องฉีด 2 โดสหรือเปล่า แล้วเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนถึงวันฉีดวัคซีน คนที่มีโรคประจำตัวอะไรก่อนรับวัคซีนก็ต้องแจ้งกับแพทย์ให้ทราบนะครับ

ผมไม่คิดว่าดราม่าในโซเชียลเถียงกันไปมาบ้าง ทัวร์ลงบ้าง ด่ากันบ้างจะมีทางออกอะไรเลย พวกเยอะเถียงชนะแล้วได้ประโยชน์อย่างไร

     อย่าลืมนะครับ ณ เวลานี้ ประเทศไทยไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการพ้นวิกฤตโควิดไปให้ได้  

(โดย : ธนก บังผล)

Related Articles

Back to top button