Columnist

‘วัคซีนโควิด’ สัญชาติไทย…ในฝัน ที่เป็นได้แค่ความหวังหมู่บ้าน

      คนไทยกำลังจะผลิตวัคซีนโควิดได้เอง ไม่ใช่ข่าวใหม่ที่เราต้องออกมาแสดงความดีใจนะครับ  
      เพราะประสิทธิภาพในการป้องกันโรคหลังฉีดวัคซีนจะบอกด้วยผลลัพธ์ของตัวมันเองว่าเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ของไทยเข้าใกล้กับความสำเร็จหรือยัง
ตราบใดที่เด็กน้อยเพิ่งเริ่มเดินได้อย่ารีบแสดงความดีใจว่าเขาจะกลายเป็นนักกรีฑาทีมชาติที่สร้างตำนานได้เหรียญทองโอลิมปิค

ยังจำแคมเปญการขอรับบริจาคที่สร้างความฮือฮาที่สุดในปีที่แล้วได้หรือเปล่าครับ

      มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัทใบยา ไฟโตฟาร์ม ได้ออกมาขอให้คนไทยบริจาคเงิน คนละ  500 บาท จำนวน 1ล้านคน เพื่อจะนำเงิน 500 ล้านบาท ไปเป็นทุนสนับสนุนนักวิจัยไทยค้นคว้าวัคซีนโควิด-19

มีการโหมโรงเพื่อสร้างกระแสให้คนออกมาช่วยบริจาค ผ่านพรีเซนเตอร์ทั้งดาราและนักร้องชื่อดังหลายคน โดยสามารถโอนเงินผ่าน QR Code ในวันที่ 18 ธ.ค. 2563

ในวันที่จุฬาฯ พูดเรื่องการผลิตวัคซีน ยังไม่มีคนไทยคนไหนสนใจรู้จักยี่ห้อซิโนแวค ไฟเซอร์ หรือ แอสต้าเซเนก้า เลยนะครับ ซึ่งมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ ระบุว่าการวิจัยวัคซีนโควิดครั้งนี้ผลิตจากใบพืช

 

หากการวิจัยประสบผลสำเร็จต่อยอดจนผลิตได้ ก็จะนำออกมากจำหน่ายให้กับประชาชน โดยผู้ร่วมบริจาคจะได้รับสิทธิพิเศษด้วยการสามารถจองซื้อวัคซีนก่อน

เงินทุนก็ขอระดมให้ประชาชนบริจาค ผลิตได้ก็จะเอามาขายประชาชน เป็นความสับสนขั้นแรกที่หลายคนสงสัย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ไม่ได้ หลังจากอนุมัติให้องค์การเภสัชกรรม ลงนามความร่วมมือกับ บจก.ใบยา ไฟโตฟาร์ม สตาร์ทอัพโดยนักวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บจก. คินเจน ไบโอเทค เรียกว่า “ทีมไทยแลนด์” ที่ทำการค้นคว้า วิจัย พัฒนา วัคซีนป้องกันโควิด-19 จากใบพืชได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า  การทำยาและวัคซีนจากใบพืช ว่า เทคโนโลยีนี้มีมามากกว่า 15 ปีแล้ว และ ทำสำเร็จในการผลิตยาในการรักษาอีโบล่า

    “ในปี 2011 และ 2012 ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทยได้ทุนสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐในการเตรียมแผนรับมือโรคอุบัติใหม่ ศ. นพ. Michael Callahan harvard และ DARPA ได้แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมการทำยาและวัคซีน จากใบยาพืช ซึ่งกระบวนการในการสกัดให้บริสุทธิ์ไม่ได้ยุ่งยากและไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีนใดๆ และถูก เร็ว ไม่ยุ่งยาก แม้ในกระบวนการวก้ดโปรตีนให้บริสุทธิ์” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ยืนยัน

ความเห็นทั้ง 2 ท่านตรงนี้ ทำให้ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกสำเร็จเป็นครั้งแรก หรือ มีมากว่า 15 ปีแล้ว
ถามว่าจะเป็นครั้งแรกหรือคนอื่นทำได้มา 15 ปีแล้ว มีความสำคัญอย่างไร

ก่อนจะไปถึงตรงนั้น คำถามที่จุฬาฯ โดยมูลนิธิซียูฯควรออกมาชี้แจงก็คือ การระบุจำนวนเงินเพื่อขอรับบริจาคเป็นการกระทำที่ขัดต่อ พรบ.เรี่ยไร  ที่ห้ามกำหนดมูลค่าที่แน่นอน หรือไม่

คำถามสำคัญคือ หลังจากการขอรับบริจาค มูลนิธิซียูฯ  ได้มีเงื่อนไขว่าจะไม่เปิดเผยยอดเงินที่ได้การบริจาค ซึ่งสำหรับประชาชนแล้วก็ย่อมอยากรู้ว่าการจัดกิจกรรมระดมทุนครั้งนี้ มีผู้โอนเงินผ่าน QR Codeให้ถึง 500 ล้านบาทตามที่กำหนดไว้หรือไม่

ถ้าครบหรือเกิน ทำไมไม่ชี้แจงบัญชีรายรับ

แล้วถ้าไม่ครบ ทางจุฬาฯ จะยังนำเงินไปสนับสนุนการวิจัยเพื่อผลิตวัคซีนต่อหรือไม่

ที่ต้องถามเพราะหลังจากนั้นแคมเปญนี้ก็หายไปในความเงียบทิ้งไว้แต่บรรยากาศหลอนๆ ทุกครั้งที่ผู้บริจาคคิดถึงแคำว่า 500 ล้านบาท

พอขึ้นปีใหม่เริ่มต้น พ.ศ.2564 ก้มีข่าวว่ารัฐบาลดีลกับแอสต้าเซเนก้า ให้ บริษัท SiamBioSciene เป็นผูัผลิตวัคซีนโควิด โดยจะนำเข้าวัคซีนบางยี่ห้อจากต่างประเทศด้วย

จากที่เคยทำแคมเปญยิ่งใหญ่ อยู่ดีๆก็หายไป ทำให้ผมใจไม่ดีเลยครับ

หลังจากนั้น เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แถลงข่าว “ความก้าวหน้าล่าสุดของการพัฒนาวัคซีน ChulaCov19 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และความพร้อมในการทดสอบในอาสาสมัคร” โดยมีนายอนุทิน คนดีคนเดิมผู้เป็นทองแท้ไม่กลัวไฟไปร่วมเช่นกัน

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ  กล่าวว่า ศูนย์วิจัยวัคซีนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯได้ทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในลิงเข็มที่สอง ลิงสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูงและมีสุขภาพดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมเดินหน้าทดสอบในอาสาสมัครต่อไป

ด้าน ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม  ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวด้วยว่า การพัฒนาวัคซีนนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทุนศตวรรษที่สอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเงินบริจาคจากสมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ กองทุนบริจาควิจัยวัคซีน สภากาชาดไทย วัคซีน ChulaCov19 เป็นวัคซีนชนิด mRNA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการอนุมัติ ให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินแล้วในหลายประเทศ

คำพุดนี้ชัดเจนมากครับว่า ChulaCov19 กับ “วัคซีนเพื่อคนไทย” ไม่ใช่โครงการเดียวกันเพราะที่มาของเงินทุนคนละแห่งกัน

แคมเปญเก่าพอหลังจากวันที่ 18 ธ.ค. 2563 ก็ยังไม่ได้ชี้แจงยอดบริจาคและไม่เคยออกมาพูดถึงความคืบหน้าในการดำเนินการ หรือพูดถึงคำว่าประชาชนอีกเลย

ในขณะที่ มีหน่วยงานอื่นๆของ จุฬาฯ ดำเนินการวิจัยและทำการผลิตวัคซีนด้วย และอยู่ภายในการกำกับของ บริษัท ซียูเอนเตอร์ไพรซ์ ไม่ใช่มูลนิธิ  ซียูเอนเตอร์ไพรซ์

ถามว่า ทำไมไม่ร่วมมือกันทำแค่เพียงโครงการเดียวก็พอ เจอกรณีแบบนี้เข้าไปคนขวัญอ่อนอาจเกิดอาการหลอนนะครับ

ข้ามประเด็นต้นทุนการผลิต ที่ยังไม่มีใครบอกได้ว่าวัคซีน ChulaCov19 จะมีราคาจำหน่ายให้กับคนไทยโดสละกี่บาท  เมื่อต้องรวมเอาความมีประสิทธิภาพบวกกับความเชื่อมั่นของคนทั้งโลกมาคำนวณด้วย จะถูกกว่า คุ้มกว่า วัคซีนที่เราสั่งซื้อต่างประเทศหรือไม่

มีบางคนบอกว่าเราควรดีใจที่ประเทศเราผลิตวัคซีนได้เอง

ถูกต้องครับ เราควรแสดงความดีใจถ้าวัคซีนที่เราผลิตถูกนำมาฉีดให้กับประชาชนตั้งแต่วันนี้แล้ว

มนุษย์ควรจะดีใจกับสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตหรือครับ ?

ปิดท้ายความหลอน ที่ประเด็นวัคซีน ChulaCov19 เป็นวัคซีนชนิด mRNA ครับ

11 พ.ค ที่เพิ่งผ่านมาสื่อต่างประเทศลงข่าวว่า BIONTech บริษัทผู้ผลิตวัคซีนที่มีชื่อเสียง ได้เลือกสิงคโปร์เป็นฐานการผลิตวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากผลิตวัคซีนโควิดแล้ว  ยังจะผลิตวัคซีนโรคติดเชื้อและมะเร็งด้วย

เมื่อสิงคโปร์กำลังจะเป็นฐานการผลิตใหญ่และ ผลิตชนิด mRNA ถึงแม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิต ChulaCov19 เพราะเราไม่ได้ผลิตไปแข่งกับเขา แต่ในอนาคตจะกระทบกับบริษัทที่ผลิตของแอสตร้าเซเนก้าหรือเปล่า ผมยังไม่แน่ใจ

ประเด็นที่ผมอยากรู้มากๆ คือ หากวัคซีนของไทยผลิตออกมาแล้วมีดราม่าว่าฉีดแล้วทำให้ผู้รับวัคซีนเสียชีวิต หรือต่างประเทศซื้อไปฉีดแล้วมีคนตาย

ที่เห็นด่ากันเองไปมาในโซเชียลจะตอบคำถามว่าอย่างไรครับ

ดราม่าที่เถียงกันว่ายี่ห้อนั้นดีกว่านี่ห้อนี้ ยี่ห้อนี้ประสิทธิภาพต่ำฉีดแล้วตาย ทำไมรัฐบาลไม่ซื้อยี่ห้อโน้น ทำไมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อยี่ห้อนั้น

 

ถ้าวันหนึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนที่ผลิตในไทยกลายเป็นประเด็นขึ้นมาบ้างว่าทำให้ผู้รับวัคซีนเสียชีวิต วันนั้นชาวเน็ตก็อาจจะไม่สนใจด้วยซ้ำเพราะคงมัวแต่เถียงกันในเรื่องอื่นแล้ว

หลักการแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียควรตั้งอยู่บนประเด็นที่ว่าเราจะทำช่วยกันผ่านวิกฤตการระบาดนี้ไปได้อย่างไรบ้าง ใครพอจะมีแรงช่วยสังคมในเรื่องไหนได้ ไม่ใช่ใครเก่งกว่าใคร หรือใครผิดใครถูกในเรื่องยี่ห้อวัคซีน

ซึ่งต่อให้คุณเรียกร้องยี่ห้อวัคซีนที่อยากฉีด แต่รัฐบาลไทยไม่จัดซื้อมา คุณต้องไปหาซื้อเองไม่ใช่มาบ่นในโซเชียล

    ตอนนี้บริษัทที่เขาผลิตวัคซีนมาขาย เริ่มนำข้อมูลเพื่อเตรียมประเมินผลประกอบการของปีนี้กันแล้ว ส่วนไทยเรายังทดลองเข็มที่ 2 ในลิงอยู่เลยครับ เราจะยังภูมิใจหรือมั่นใจกับการที่ไทยตามหลังอุตสาหกรรรมผลิตวัคซีนระดับโลกอยู่หลายก้าวเช่นนั้นหรือครับ  

ถ้าจะรอแอสตร้าเซเนก้า จากSiam BioSciene ทนไหวก็รอครับไม่มีใครว่า

เพราะกว่าวัคซีนของจุฬาฯ จะผลิตเสร็จสิ้นผ่านการทดลองจนกระทั่งได้รับอนุญาตให้นำออกมาจำหน่าย

คุณหมอหลายท่านยืนยันตรงกันว่า “วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่เราได้รับการฉีดเร็วที่สุด”

       เรามาลุ้นกันเล่นๆดีกว่าครับว่าวัคซีนของไทยจะออกมาวางจำหน่ายก่อนไวรัสโควิดหายไปจากโลกนี้หรือยัง

(โดย: ธนก บังผล)

Related Articles

Back to top button