Columnist

ส่ง SMS หลอกเหยื่อ “อนุมัติสินเชื่อ-เงินกู้”

       ในวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิดไปทั่วประเทศ มีหลายธุรกิจและหลายคนนะครับที่ต้องเป็นหนี้หรือรายได้ลดลง      ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาเรากำลังร่วมใจกันเพื่อฟันฝ่าให้พ้นสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปได้ ก็ยังมีมิจฉาชีพที่คอยซ้ำเติมคนที่เดือดร้อน โดยเฉพาะบางคนที่ต้องจำใจพึ่งพาเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ
คนกลุ่มนี้ถ้าไม่เดือดร้อนจริงๆ ไม่มีใครอยากเป็นหนี้ จริงไหมครับ?

บทความนี้ผมจะเล่าถึงวิธีการหลอกลวงด้วย “ข้อความ” หรือ SMS ที่พวกมิจฉาชีพใช้ ให้เห็นภาพการล่อเหยื่อและการจะทลายขบวนการนี้ในเชิงวิเคราะห์ครับ

ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของผมที่ได้รับข้อความที่ถูกส่งเข้ามายังสมาร์ทโฟน 2 รูปแบบ

      1.ได้รับสินเชื่อเป็นเงิน 100000 ฿ และ 2.ผ่านเกณฑ์การขอยื่นกู้  
นี่ยังไม่นับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆที่โทรเข้ามาบอกว่ายื่นเรื่องกู้สินเชื่อผ่านแล้วนะครับ ทั้งๆที่ปีนี้ผมไม่เคยทำเรื่องกู้กับใครในหลักแสนบาท หรือแม้กระทั่งยื่นเรื่องกู้สถาบันการเงินใดๆทั้งสิ้น จะมีก็แต่ต้องใช้หนี้ที่กู้ธนาคารมาอย่างเดียวเท่านั้น

ข้อความเหล่านี้มาจากไหน? และส่งมาหาเราได้อย่างไร? เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้คำตอบ

ข้อสันนิษฐานแรกคือ “เฟซบุ๊ก” ซึ่งบางคนอาจต้องอึ้งไปเลยว่าระหว่างที่เม้าท์มอยกับเพื่อนอย่างเมามันอยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสวยความงาม เครื่องสำอาง ไปจนถึงเรื่องทะลึ่งติดเรตแบบสนุกสนาน  พอเปิดเฟซบุ๊กขึ้นมาปุ๊บปรากฏว่าเจอโฆษณาในเรื่องที่เรากำลังพูดถึงอยู่เฉยเลย

      สำนักข่าว Bloomberg เคยรายงานว่า เฟซบุ๊กได้ทำการจ้างพนักงานชั่วคราวหลายร้อยรายเพื่อถอดข้อความเสียงจากผู้ใช้งานบน Messenger App ซึ่งละเมิดความเป็นส่วนตัว ที่แรกก็ปฏิเสธเสียงแข็งแต่พอถูกตรวจสอบและกดดันจากหลักฐานในที่สุดเฟซบุ๊กก็ยอมรับว่าได้มีการนำเสียงของผู้ใช้งานไปใช้จริง  

ถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ในปัจจุบัน เมื่อคนที่เดือดร้อนปรึกษาเรื่องเงินกับญาติสนิทมิตรสหายไม่ว่าจะเปิดใช้ Messenger ไปด้วยหรือไม่ก็ตาม ทำให้เฟซบุ๊กสามารถคัดกรองประเด็นหนี้สินขึ้นมาจนทำให้มิจฉาชีพใช้ช่องโหว่ตรงนี้เป็นวิธีหากินในยุคข้าวยากหมากแพง

 

อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ครับ ถึงแม้บางคนจะไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพนันออนไลน์ใดๆ แต่โฆษณาเชิญชวนก็ยังเด้งขึ้นมาเต็มหน้าฟีดไปหมด ซึ่งหลักการโฆษณาเชิญชวนของเว็บพนันออนไลน์คือซื้อโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก นั่นหมายความว่าหากมิจฉาชีพจะลงทุนซื้อโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

      ข้อสันนิษฐานต่อมาคือ มิจฉาชีพซื้อข้อมูลของผู้ที่เคยมีธุรกรรมการขอสินเชื่อหรือติดเครดิตบูโรโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งง่ายมากครับข้อมูลพวกนี้มีขายกันทั้งอย่างแอบๆและเปิดเผย

เมื่อได้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มาก็ส่งข้อความมาล่อเหยื่อ สมมุติคร่าวๆ วันละ 1,000 ราย เสียค่าใช้จ่ายข้อความละ 2 บาท แต่หากมีคนหลงเชื่อเพียง 10 คน หรือ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์คือ 0.1% โอกาสที่จะดูดเงินจากเหยื่อกลับมาแม้เพียงแค่ 1 คน …ยังไงก็คุ้ม

ตรงนี้คือที่มาของข้อความหลอกลวงที่ส่งเข้าโทรศัพท์มือถือเรานะครับ อาจจะมีวิธีอื่นอีกก็เป็นได้ แน่นอนว่ามิจฉาชีพจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นหรือกลวิธีมาหลอกลวงเรื่อยๆ

ต่อมาคือ เมื่อได้รับข้อความแล้ว เช่น “คุณลูกค้าผ่านเกณฑ์ขอยื่นกู้กับเราแล้วสอบถามที่ Line:bit.ly/3debX1P

รหัสที่ต่อหลังมานี้ไม่ต่างกับรหัสยิงจรวดหัวรบนิวเคลียร์เลยนะครับ เมื่อมีข้อความประเภทนี้เข้ามาอย่าไปกด อย่าไปสนใจครับ ปล่อยมันไป ยิ่งถ้าเรามั่นใจว่าเราไม่ได้ไปยื่นกู้กับใครลบได้ลบเลยครับ

แต่ผมเองก็สงสัยเลยลองเอารหัสยิงจรวด bit.ly/3debX1P นี้มาหาในกูเกิ้ลดู ก็พบว่าให้แอดไลน์เป็นเพื่อนกับมันก่อน

      ถ้าเราตั้งสติดีๆ เราจะถามตัวเองครับว่า เมื่อเราไม่ได้ไปยื่นกู้กับใคร แล้วเราต้องไปแอดไลน์เป็นเพื่อนกับมันทำไม …ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมจึงหยุดแค่ตรงนี้

หากจำกันได้ ผมเคยเขียนวิธีการหลอกโดยให้เหยื่อแอดไลน์มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือการแอดไปเจอเว็บพนันออนไลน์ เพราะฉะนั้นกลวิธีของมิจฉาชีพแพลตฟอร์มนี้จึงไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วยประการทั้งปวง

เชื่อไหมครับว่าช่วงสงกรานต์เดือนที่แล้วนี้เอง ทางตำรวจก็ออกมาเตือนมีหลายสำนักข่าวเผยแพร่เอาไว้มากมาย

โดย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดเผยว่าการหลอกลวงแบบนี้มีมานานเเล้ว เป็นการกระทำแบบเดิม ๆ โดยเปลี่ยนเพียงชื่อแอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการหลอกลวงเท่านั้น

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    นอกจากนี้ยังฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ระวัดระวังการกู้เงินในลักษณะดังกล่าว หากจำเป็นควรเลือกกู้เงินกับสถาบันการเงินหรือธนาคารจะดีที่สุด อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ลงในลิงก์ หรือแอปพลิเคชั่น ไม่หลงเชื่อคำเชิญชวนที่ดีเกินจริง ควรรายงานสแปม และกดบล็อกหมายเลขที่ส่งโฆษณาต้องสงสัยหรือ SMS ขยะ

 

ผมเชื่ออยู่ลึกๆนะครับ ในฐานะที่คลุกคลีรู้จักกับตำรวจน้ำดีมีฝีมือหลายคนมาระดับหนึ่ง ว่าตำรวจคงมีความคืบหน้าในการสืบสวนมากไปกว่าการให้ประชาชนระมัดระวังตัวเอง

ก็ แหม…ขนาดเรายังแอบเข้าไปดูเลยว่าถ้าแอดไลน์ไปแล้วมันจะพาเราไปไหนต่อ แล้วระดับตำรวจ บช.สอท. ก็ต้องมีข้อมูลมากกว่าเราใช่ไหมครับ

ถามว่าหลังจากแอดไลน์มิจฉาชีพไปแล้ว ขั้นตอนในการทลายขบวนการจนถึงจับกุมยากไหม ผมตอบได้เลยครับว่า..ไม่ยาก

อยู่ที่ว่ามีงบประมาณให้ตำรวจหรือเปล่า ทำไปแล้วพอเป็นข่าวจะถูกวัคซีนโควิดกลบหรือเปล่า

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือ…ระมัดระวังตัวเองครับ

คนไทยด้วยกันเองแท้ๆนะครับ คนเดือดร้อนไม่ช่วยเหลือกัน ก็ไม่ควรมาหลอกลวงซ้ำเติมกัน ลองย้อนขึ้นไปดูโทษปรับกับจำคุกสิครับ

      มิจฉาชีพที่ไหนจะกลัว?

(โดย: ธนก บังผล)

Related Articles

Back to top button