เคล็ด(ไม่)ลับ สุขภาพดีแบบ’ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย’ ผู้ทำให้การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน (ตอนจบ)

หลังจากตอนที่แล้วนำเสนอที่มาที่ไปจุดเริ่มต้นของการลุกขึ้นมาออกกำลังกายอย่างจริงจังชนิดเสพติดการออกกำลังกายก็ว่าได้ สำหรับ ‘ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย’รองกรรมการผู้อำนวยการ – สำนักกิจการและสื่อสารองค์กร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือช่อง 3 อีกหนึ่งผู้บริหารมากความสามารถที่ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะที่หลายคนคุ้นชินนั่นคือการดูแลรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำชนิดเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตที่ขาดไม่ได้เลยแม้แต่วันเดียว
(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)
- เคล็ด(ไม่)ลับ สุขภาพดีแบบ’ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย’ ผู้ทำให้การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน (ตอนที่1)
- 6 ข้อคิดกินเจให้มีความสุขกายสบายใจ By “ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย”
- 9 วิธีเพื่อการก้าวกลับบ้านแบบเบาตัว
- เปิดใจ “ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย”ความท้าทายบนเส้นทางสายใหม่
วันนี้เสนอเป็นตอนจบว่าด้วยเรื่องชนิดกีฬาที่คุณตี๋โปรดปราน ไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันและที่สำคัญ นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกับการทำงานอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในยุคโควิดแพร่ระบาดอย่างทุกวันนี้
อย่างที่บอกไปแล้วในตอนที่แล้วว่าคุณตี๋ออกกำลังกายจริงจังมาก เฉลี่ยน 12-14 คร้ังต่อสัปดาห์ นั่นหมายความว่า ในแต่ละวัน คุณตี๋จะตื่นนอนประมาณ 4.30 น.ทุกวัน หลังจากปฏิบัติภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย คุณตี๋ก็เตรียมออกไปวิ่งรอบๆ หมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 3 กิโล จะใช้เวลาไม่เกิน 20-30 นาที จากนั้นก็กลับมาเตรียมตัวไปทำงาน
ช่วงหัวค่ำหลังเลิกงาน คุณตี๋เลือกที่จะจบวันที่วุ่นวาย (หรือไม่วุ่นวาย) ด้วยการกลับมาวิ่งแบบเดิมอีกครั้งเพื่อให้ได้เหงื่อ หัวใจเต้นแรงอีกประมาณ 30 นาที จากนั้นถ้าพอมีเวลาก็จะเลือกทำอาหารด้วยตัวเอง เพราะคุณตี๋มองว่า การทำอาหารทานเองเป็นการฝึกสมาธิที่ดีอีกแบบหนึ่ง เราสามารถเลือกสรรได้ว่าจะใส่อะไรบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเน้นโปรตีนจากไข่และเนื้อปลา หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ใหญ่ จากนั้นก็พักผ่อนตามปรกติและเข้านอนในช่วงเวลา 21.00-22.00 น.
การที่เลือกออกกำลังกายด้วยการวิ่ง คุณตี๋บอกว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอใครเพียงแค่มีใจที่จะลุกขึ้นมาทำ ช่วงแรกๆ อาจจะยากหน่อยแต่เมื่อปฏิบัติทุกวันจะเคยชินและเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจแน่นอน
ในฐานะที่คุณตี๋เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาแล้วหลายองค์กรซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรชั้นนำของเมืองไทย แถมยังเป็นนักการตลาดมากความสามารถและกำลังจะได้รับตำแหน่ง เลขานุการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยเป็นหมวกอีกใบที่คุณตี๋รับผิดชอบ การออกกำลังกายที่คุณตี๋เพียรพยายามทุกวัน ทุกสถานที่ช่วยในการทำงานได้เป็นอย่างดี

คุณตี๋ มองว่า การทำงานทุกที่ แน่นอนทุกคนย่อมมีความเครียดเป็นทุนเดิม มากน้อยบ้างแตกต่างกันออกไป ส่วนตัวก็ยอมรับว่ามีความเครียดทุกวัน เครียดเมื่อต้องรับผิดชอบงานใหญ่ๆ อยากให้งานเสร็จๆไป การให้กำลังใจในการทำงานกับเพื่อนร่วมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ยึดมั่นถือมั่น อยู่แล้วมีความสุข ทุกอย่างมีแพ้ มีชนะ ไม่ยึดติด มองหาเส้นชัยและก้าวไปด้วยกัน นั่นคือ การมีทัศนคติที่ดี การมีทัศคติที่ดีก็มาจากจิตใจที่ดี ซึ่งมาจากการออกกำลังกายเป็นประจำนั่นเอง
ในวันที่ 1 ตุลาที่จะถึงนี้ คุณตี๋นั่งทำงานที่ช่อง 3 ครบ 5 ปีเต็มยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานต่อไปและขอเชิญชวนทุกท่านมาออกกังกายตามที่ตัวเองถนัด เพราะการออกกำลังกายทำแล้วมีความสุขเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันและเป็นการเริ่มต้นชีวิตประจำวันด้วยความสดใส ช่วยให้นอนหลับสบาย ทานอาหารครบ 3 มื้อ ได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ มีมุมมองใหม่ๆ
คุณตี๋ ยอมรับว่า ตัวเองกลายเป็นคนเสพติดการออกกำลังกายโดยไม่รู้ตัวทุกที่ ทุกโอกาสสามารถออกกำลังกายได้เสมอ โดยในแต่ละวันกำหนดเผาผลาญไขมัน 2,500-3,000 แคลอรี่ เคบื่อนไหว 10,000-20,000 ก้าว ปัจจุบันในวัย 56 ปีมีอัตราการเต้นหัวใจ 48-49 คร้ังต่อนาที

ปัจจุบัน คุณตี๋นั่งตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการ – สำนักกิจการและสื่อสารองค์กร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หน้าที่หลักๆ ดูแลเรื่องราวทุกอย่างนอกเหนือจากงานขายและงานออกอากาศ โดยเฉพาะด้านภาพลักษณ์และข้อมูลข่าวสารที่จะออกไปเผยแพร่สู่สาธารณะให้ไปในทิศทางเดียวกัน
จากธุรกิจค้าค้าปลีกสู่องค์กรสื่อสารมวลชนรายใหญ่ในวงการทีวีอย่างช่อง 3 วันนี้คุณตี๋ทำงานอย่างมีความสุขเนื่องจากการมีสุขภาพที่ดี ทั้งภายในและภายนอก
ถามว่าอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรในช่อง 3 ในฐานะที่เข้ามารับผิดชอบกับตำแหน่งใหม่ในครั้งนี้ คุณตี๋ บอกว่า ช่อง 3 เป็นองค์กรที่ดีอยู่แล้ว มีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ อยากให้คนดูติดตามต่อไป และอยากให้ช่อง 3 เป็น Brand Consideration Set เป็นแบรนด์ที่คนพิจารณา และเป็น 1 ในแบรนด์ที่คนส่วนใหญ่รู้จักและรู้สึกดีกับแบรนด์

คติประจำใจที่คุณตี๋ ยึดถือมาโดยตลอดคือ คนเก่งต้องเป็นคนดี คนไม่ดีถึงจะเก่ง ก็ไปได้ไม่ไกล ซึ่งความคิดแบบนี้ทำให้ใช้พลังได้เยอะ เพราะเรามองผลที่ดีที่มีในระยะยาว อย่าโกรธเมื่อโดนเอาเปรียบ เพราะชีวิตทุกเคยต้องเคยเอาเปรียบคนอื่นเหมือนกัน โดนเอาเปรียบบ้างในบางครั้งก็ไม่น่าจะเป็นไร ถ้างานสำเร็จได้พร้อมมิตรภาพ และแม้จะมีอุปสรรคบ้างในระหว่างการทำงานแต่เมื่อเรามั่นใจว่าการทำงานให้ถูกต้อง จริงใจ และโปร่งใส จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้ เราก็จะไม่ท้อเลย
ด้านการศึกษา คุณตี๋จบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรีบัญชีบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สมัยนั้นเป็นภาควิชาบัญชีบริหารธุรกิจ ภายใต้คณะสังคมศาสตร์ รหัส 28 ซึ่งเป็นรหัสเดียวกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย และเป็นทีมเชียร์ลีดเดอร์คณะรุ่นเดียวกัน) จากนั้นไปเรียนจบมหาบัณฑิต MBA เกียรตินิยม ด้าน Marketing & Business Research จาก Barry University รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ระหว่างเรียนเป็นนักกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น เป็นประธานนักศึกษา ประธานชมรมเชียร์ ประธานชมรมอาสา เมื่อเป็นนักศึกษาปีที่ 3 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศแผนการตลาด JMAT Award ครั้งที่ 2 จากสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย
ก้าวแรกในชีวิตการทำงาน เริ่มจากการดูแลด้านงานวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค โดยเป็นผู้จัดการฝ่ายวิจัยจากบริษัทวิจัยด้านการตลาด เป็นเวลา 7 ปี ก่อนเข้าร่วมงานกับ เทสโก้ โลตัส ในปี 2546 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายวิจัยการตลาดและดูแลงานการตลาด
จากนั้นจึงมีโอกาสเข้าไปดูแลงานด้านกิจการสาธารณะ (CSR) เมื่อเดือนกันยายน ปี 2554 ตามด้วยการรับผิดชอบด้านสื่อสารองค์กรและความยั่งยืนในปี 2558 ซึ่งเป็นงานที่ต้องพบปะกับผู้คนในชุมชน และทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐในโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชน ของเทสโก้ โลตัส จนกระทั่งตำแหน่งสุดท้ายในเทสโก้โลตัส คือ รองประธานกรรมการแผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนได้รับรู้ว่าคุณตี๋มีหลักในการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายมากๆ โดยเขามีความเกรงใจชุมชนและสิ่งแวดล้อม เขาบอกว่า การมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันทำให้ต้องมีการรบกวนบุคคลอื่นตลอดเวลา เพื่อสร้างชีวิตที่มีความสุขคือการผูกมิตรและมอบน้ำใจให้แก่กันด้วยการให้ไมตรีจิตกับเพื่อนร่วมงาน ผู้ที่เราติดต่องานด้วย รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
“การมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันทำให้เราต้องมีการรบกวนบุคคลอื่นตลอดเวลา เพื่อสร้างชีวิตที่มีความสุขคือการผูกมิตรและมอบน้ำใจให้แก่กันด้วยการให้ไมตรีจิตกับเพื่อนร่วมงาน ผู้ที่เราติดต่องานด้วย สร้างความไว้ใจ ไม่รบกวนเขา ไม่เอาเปรียบ ไม่ทำร้าย พอทำไปเรื่อยๆ ก็เป็นนิสัย ทำให้ชีวิตมีความสุข พอไม่มีศัตรู ทำอะไรก็ราบรื่น ความวุ่นวายในชีวิตก็จะน้อยลงตามไป”

และนี่คืออีกหนึ่งบุคคลที่เปี่ยมล้นและเพียบพร้อมในแทบทุกด้าน หน้าที่การงานที่มั่นคง ซื่อตรงต่อสุขภาพร่างกาย เจ้าของแฮชแท็ก #ว่างเป็นวิ่ง #ไม่ว่างก็วิ่ง #วิ่งก็ไม่ว่าง ในวัย 56 ปีที่หลายคนในวัยเดียวกันเห็นแล้วต้องอิจฉาแน่นอน…..




