Biznews

รู้จัก ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย

กลับมาอยู่ในจุดที่คนสนใจอีกครั้งสำหรับผู้ชายที่ชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ตัวเต็งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย กับประวัติที่โดดเด่นจากการเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ และเบนเข็มสู่แวดวงการเมืองเป็นครั้งแรงในชีวิต

เศรษฐา ทวีสิน (เกิด 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506) ชื่อเล่น นิด เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองชาวไทย ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย[1] ของแพทองธาร ชินวัตร และหนึ่งในบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีไทยจากพรรคเพื่อไทย อดีตประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

เศรษฐาเป็นบุตรคนเดียวของร้อยเอกอำนวย ทวีสิน กับชดช้อย (สกุลเดิม: จูตระกูล) เขาอ้างว่าบิดาของตนเป็นทหารรุ่นเดียวกับพลเอก เปรม ติณสูลานนท์

เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการเงินที่มหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาแคลร์มอนต์ (Claremont Graduate University) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับแพทย์หญิงพักตร์พิไล (สกุลเดิม: ปลัดรักษา)มีบุตร 3 คน

การทำงาน
หลังจบการศึกษาระดับปริญญาโทในปี พ.ศ. 2529 เศรษฐาเข้าทำงานที่พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เป็นเวลา 4 ปี ต่อมาได้ย้ายไปทำงานที่ บจก.แสนสำราญ ของอภิชาติ จูตระกูล ลูกพี่ลูกน้องของเขา ซึ่งหลังจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.แสนสิริ และเศรษฐาได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทดังกล่าว

ในการชุมนุม พ.ศ. 2556–2557 เศรษฐาแสดงความไม่เห็นด้วยกับพฤติการณ์ของ กปปส. ต่อมาหลังรัฐประหาร พ.ศ. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกคำสั่งเรียกให้เขาไปรายงานตัว ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ หลังจากนั้นเมื่อเกิดการระบาดทั่วของโควิด-19 และการประท้วงซึ่งนำโดยกลุ่มเยาวชน เขาได้วิจารณ์การบริหารสถานการณ์ดังกล่าวของรัฐบาล

งานการเมือง
ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เศรษฐาได้ประกาศว่าตนได้สมัครเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา เดือนมีนาคมปีต่อมา พรรคเพื่อไทยแต่งตั้งเขาเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวของพรรค นั่นคือเป็นที่ปรึกษาให้กับแพทองธาร ชินวัตร หลังจากนั้นเขาได้ลาออกจากแสนสิริโดยไม่รับเงินเดือน พร้อมโอนหุ้นที่เคยถืออยู่ในบริษัทจำนวน 13 แห่ง ให้บุคคลอื่น รวมถึงชนัญดา บุตรคนเล็กของเขาอีกด้วย

หลังรับตำแหน่งในพรรคเพื่อไทยในเดือนมีนาคม เขาลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรกที่ชุมชนคลองเตย และขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกที่จังหวัดพิจิตร ปลายเดือนเดียวกันเขาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยของทักษิณ ชินวัตร ระบุเป็นความต้องการของทักษิณเอง ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค]

ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน เขาทวีตข้อความคัดค้านระบบเกณฑ์ทหารโดยการบังคับ ก่อนหน้านั้นเขาได้แสดงหลักฐานการเกณฑ์ทหารของบุตรชายคนโตและคนกลาง เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาอันเกี่ยวกับทั้งสองคนดังกล่าว ไม่กี่วันต่อมาพรรคได้เสนอเขาในบัญชีรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกับแพทองธาร ชินวัตร และชัยเกษม นิติสิริ กลางเดือนเดียวกันระหว่างการปราศรัยที่จังหวัดเลย เขากล่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีส่วนร่วมในการรัฐประหาร

เว็บไซต์ของแสนสิริเผยว่า ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปี 2566 เป็นเวลาทั้งหมด 17 ปี เศรษฐา ทวีสิน ดำรงตำแหน่งกรรมการในกว่า 30 บริษัท เช่น บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (เดิมชื่อ บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน)), บริษัท สิริพัฒน์ ทเวลฟ์ จำกัด, บริษัท สิริพัฒน์ อีเลฟเว่น จำกัด, บริษัท สิริพัฒน์ เท็น จำกัด, บริษัท สิริพัฒน์ ไนน์ จำกัด เป็นต้น
 
จนกระทั่งต้นเดือนเมษายน 2566 เขาประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งของแสนสิริ พร้อมโอนหุ้นทั้งหมดของ บมจ.แสนสิริ (SIRI) จำนวนกว่า 661,002,734 หุ้น ให้แก่นางสาวชนัญดา ทวีสิน ผู้เป็นบุตรสาว โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเตรียมพร้อมทำงานการเมืองในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย
 
บทบาทด้านนักธุรกิจที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า เศรษฐา เป็นผู้นำทางความคิดที่ขับเคลื่อนแนวคิดใหม่ๆ ให้กับวงการอสังหาฯบ้านเราไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในแวดวงอสังหาฯ (Prop Tech) การผลักดันเรื่องความเท่าเทียมในสังคมและองค์กร จนแสนสิริได้เป็นหนึ่งในองค์กรต้นแบบด้านความเท่าเทียม ไปจนถึงการตั้งเป้าให้แสนสิริเป็นองค์กร Net-zero ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์
 
เห็นได้จาก ผลการดำเนินงานของ บมจ.แสนสิริ (SIRI) ปี 65 กวาดกำไรสุทธิ 4,280 ล้านบาท เติบโต +112% จากปี 2564 ทุบสถิติกำไรสูงสุดของบริษัทที่เคยทำมา และมีรายได้รวม 34,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +18% จากปี 2564
 
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เศรษฐา มักจะแสดงความคิดเห็นเรื่องทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมบ่อยคร้ัง รวมทั้งการใช้สื่อโซเชียลทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ สื่อสารกับคนรุ่นใหม่จน้มีผู้ติดตามจำนวนมาก
 
หลังจากวางมือบทบาทนักธุรกิจแล้ว การเริ่มต้นชีวิตนักการเมืองของ เศรษฐา ทวีสิน ก็เดินหน้าขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมประกาศนโยบาย “กระเป๋าเงินดิจิทัล แจกเงิน 1 หมื่นบาท” ให้กับคนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคน ให้ใช้ภายใน 6 เดือน นำไปจับจ่ายใช้สอยในชุมชน รัศมี 4 กิโลเมตรนับจากที่อยู่ในบัตรประชาชน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในระยะสั้น เรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก
 
นอกจากนี้ เขายังประกาศไม่ยอมรับกัญชาเสรี แต่ยอมรับเพียงแต่กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ และตอกย้ำจุดยืนของพรรคเพื่อไทยว่าไม่เอาเผด็จการ ไม่เอารัฐประหารอีกด้วย

Related Articles

Back to top button