‘หมอสมิทธิ์’แจง 8 ประเด็นเรื่องไซยาไนด์ในงานนิติเวช หลังพบความเข้าใจผิดในสังคม

ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ สาขานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยาคณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการแพทยสภา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คว่า ขอสรุปเกี่ยวกับสารไซยาไนด์ในทางนิติเวช และนิติพิษวิทยา เนื่องจากมีคนเข้าใจผิดบางเรื่องเยอะมาก
1. ไซยาไนด์ออกฤทธิ์โดยการทำให้เซลล์ในร่างกายไม่สามารถดึงออกซิเจนจากเลือดไปใช้งานได้ พูดง่ายๆ คือถึงแม้จะหายใจจนหัวใจปั้มเลือดที่มีออกซิเจนไปแล้ว แต่เซลล์ใช้งานไม่ได้ ก็ทำให้อวัยวะภายในร่างกายทุกส่วนหยุดทำงานได้ แต่สามารถรักษาได้โดยมียาต้านพิษ ซึ่งเมืองไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีระบบการจ่ายยาต้านพิษไซนาไนด์ที่ดีมาก
2. มีคนเข้าใจว่า บุคลากรทางการแพทย์สามารถหาไซยาไนด์ได้ง่าย อันนี้ไม่จริงเลย เพราะทางการแพทย์ไม่มีการใช้สารไซยาไนด์ในการรักษาโรค
3. การที่ตรวจศพแล้วพบว่า มีการเขียวคล้ำของปลายนิ้วมือหรือริมฝีปาก (cyanosis) ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าตายจากสารพิษใดๆ ไม่มีงานวิจัยใดๆ ว่าเกี่ยวข้องกัน ศพที่ตายตามธรรมชาติก็เจอแบบนั้นได้ หรือกรณีตรวจศพพบว่ามือเกร็งแข็ง ก็ไม่ตอบใดๆ เช่นกัน เพราะศพเมื่อเสียชีวิตไปสักพักย่อมมีการแข็งตัวของกล้ามเนื้อหลังตาย ศพที่ตายตามธรรมชาติก็เจอแบบนั้นได้
4. หากใครอ่านหรือดูซีรีย์นักสืบ นิยายนักสืบ หรือการ์ตูนนักสืบ จะทราบว่า ไซยาไนด์มีกลิ่นเป็นอัลมอนด์ แต่จริงๆ แล้วคนที่ได้กลิ่นไซยาไนด์เป็นกลิ่นอัลมอนด์มีประมาณแค่ 40% จากงานวิจัย
5. ศพที่เสียชีวิตจากไซยาไนด์อาจจะตรวจพบรอยตกตะกอนของเลือดหลังตาย (livor mortis) บริเวณด้านล่างของศพเป็นสีชมพูแดง ซึ่งปกติควรจะออกเป็นสีม่วงแดง ซึ่งอันนี้จะตรงกับพวกซีรีย์นักสืบ นิยายนักสืบ หรือการ์ตูนนักสืบอยู่ แต่รอยตกตะกอนของเลือดของศพที่มีสีชมพูแบบนี้ก็ไม่ได้เจอในทุกราย เช่นหลายเคสในคดีแอมไซยาไนด์ก็ไม่เจอแบบนั้น
6. จากข้อ 2-4 ทำให้การตรวจศพแล้วระบุว่า ตายจากไซยาไนด์ ไม่สามารถแค่ดูจากภายนอกหรือผ่าศพเท่านั้น ต้องมีการตรวจเลือดของศพด้วย ซึ่งการตรวจหาไซยาไนด์ในศพเป็นการตรวจที่ไม่ยากและราคาไม่แพง เพียงแต่ต้องส่งตรวจเพื่อแยกจากสารพิษอื่นๆ ปัจจุบัน แพทย์นิติเวชในไทยมี guideline ว่า หากตรวจไม่พบสาเหตุการตายใดๆ เช่น คล้ายกรณีดังล่าสุด พวกเราก็จะมีการคัดกรองหาไซยาไนด์ ดังนั้นใครที่คิดจะวางยาด้วยไซยาไนด์ อย่าคิดว่าจะหลุดได้ง่ายๆ นะครับ
7. ถึงแม้แพทย์ทราบว่าเสียชีวิตจากไซยาไนด์ แต่ก็ไม่สามารถระบุพฤติการณ์การตายได้ เพราะเป็นไปได้ทั้งฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรม หรืออุบัติเหตุเผลอกิน ก็ต้องให้ตำรวจสืบต่อไป
8. สุดท้ายผมมีข้อเรียกร้อง ซึ่งเรียกร้องมานานแล้วว่า งบประมาณในการตรวจหาสารพิษในศพ ควรมีให้ชัดเจนกว่านี้ ไม่ใช่แค่การตรวจหาไซยาไนด์ มันควรมีให้ในการตรวจหาสารพิษ และสารเสพติดอื่นๆ ด้วย เพราะตอนนี้ค่าตรวจสารพิษในศพ มันเข้าเนื้อพนักงานสอบสวนผู้ทำคดี โรงพยาบาล หรือสถาบันที่ทำการตรวจศพมาก อยากให้มีงบชัดเจนจากส่วนกลางมากกว่านี้ หรือมีคำสั่งชัดเจนให้สามารถส่งตรวจฟรีที่แลบของรัฐบาลไหนได้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข



