Biznews
ก่อนตรวจเลือดต้อง ‘งดน้ำ’ จริงไหม? โพสต์นี้มีคำตอบ!

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” ระบุว่า
ก่อนตรวจเลือดต้อง “งดน้ำ” จริงไหม?โพสต์นี้มีคำตอบ!
หลายคนงดทุกอย่างก่อนตรวจเลือด แม้แต่น้ำเปล่า เพราะกลัวผลเพี้ยน แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ทำให้ค่าคลาดเคลื่อนบ่อย กลับไม่ใช่น้ำ แต่คือ “การขาดน้ำ” หรือ “ดื่มมากเกินไป” มากกว่า จุดสำคัญคือร่างกายต้องอยู่ในสมดุล เลือดไม่ข้นหรือเจือจางเกินไป ถึงจะสะท้อนค่าที่ใกล้ความจริงได้มากที่สุด วันนี้ผมจะอธิบายให้เห็นภาพครับ
คำตอบคือ “ดื่มได้ และควรดื่ม” แต่ต้องเป็นน้ำเปล่าเท่านั้น เพราะไม่กระทบค่าตรวจ และช่วยให้เลือดไม่ข้นเกินไป ทำให้ผลตรวจสะท้อนสภาพร่างกายจริงมากขึ้น รวมถึงช่วยให้เส้นเลือดขยาย เจาะง่าย ลดโอกาสเจาะซ้ำ นอกจากนี้ การดื่มน้ำในปริมาณพอดี ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น เลือดไม่หนืดเกินไป ลดโอกาสเกิดภาวะเลือดข้นชั่วคราวที่ทำให้ค่าหลายตัวดูสูงผิดจริง โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่ร่างกายขาดน้ำจากการนอนทั้งคืน
ปริมาณที่เหมาะ: ดื่มประมาณ 1–2 แก้ว (250–500 ml) ก่อนตรวจ 1–2 ชั่วโมง กำลังพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไปครับ
.
เมื่อร่างกายขาดน้ำ เลือดจะข้นขึ้น ทำให้หลายค่าดู “สูงหลอก” ทั้งที่จริงไม่ได้ผิดปกติ เพราะน้ำในเลือดลดลง แต่เซลล์และสารต่าง ๆ ยังอยู่เท่าเดิม ทำให้ความเข้มข้นเพิ่มขึ้นแบบหลอก ๆ
• Hematocrit / Hemoglobin (Hct / Hb)
เลือดข้น → ค่าสูงขึ้น เพราะสัดส่วนเม็ดเลือดต่อพลาสมาเพิ่มขึ้น ทำให้ดูเหมือนมีเม็ดเลือดมาก ทั้งที่จริงแค่ “น้ำในเลือดลดลง” หลายคนจึงถูกเข้าใจว่าเลือดข้นโดยไม่จำเป็น
• BUN
ขาดน้ำ → ค่าสูงขึ้น เพราะไตพยายามเก็บน้ำกลับ ทำให้ของเสียอย่างยูเรียเข้มข้นขึ้นในเลือด จึงดูเหมือนไตทำงานผิดปกติ ทั้งที่เป็นผลจากการขาดน้ำ
• Creatinine
อาจสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณน้ำในเลือดลดลง ทำให้ค่าดูสูงกว่าความจริง และอาจทำให้การประเมินระยะไตดูแย่ลงโดยไม่จำเป็น
• Electrolytes (Na+, K+)
โซเดียมอาจดูสูงขึ้นจากความเข้มข้นของเลือดที่เพิ่ม ส่วนโพแทสเซียมอาจแกว่งจากภาวะร่างกายไม่สมดุล ทำให้แพทย์แปลผลยากขึ้นในบางกรณี
• Fasting Glucose
ขาดน้ำร่วมกับความเครียดตอนเช้า จะกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้น้ำตาลสูงขึ้น ทำให้ค่าน้ำตาลดูสูงหลอก บางคนเกือบถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
สรุปฝั่งนี้คือ “ไม่ดื่มน้ำ = ค่าสูงหลอก” โดยเฉพาะกลุ่มเลือด ไต และเกลือแร่
.
ถ้าดื่มน้ำมากเกินไปในช่วงใกล้ตรวจ เลือดจะถูกเจือจาง ทำให้ค่าหลายตัว “ต่ำหลอก” เพราะปริมาณน้ำในเลือดเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป จนความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ลดลง
• Sodium ต่ำ (Dilution)
น้ำมากเกิน → โซเดียมถูกเจือจาง ทำให้ค่าดูต่ำ ทั้งที่จริงไม่ได้ขาด ในกรณีที่มากจริง อาจมีอาการเวียนหัว สับสนได้ (พบไม่บ่อย)
• Hematocrit / Hb ต่ำหลอก
เลือดเจือจาง → สัดส่วนเม็ดเลือดลดลง ทำให้ดูเหมือนซีด ทั้งที่จริงเม็ดเลือดยังปกติ แค่ถูกน้ำเจือจาง
• BUN / Creatinine ต่ำหลอก
ค่าดูเหมือนไตดี เพราะของเสียถูกเจือจางในเลือด แต่จริง ๆ ไม่ได้สะท้อนการทำงานไตที่แท้จริง
• Urine test เพี้ยน
ปัสสาวะใสเกิน → ค่า specific gravity ต่ำ ทำให้ดูเหมือนไตไม่สามารถทำให้ปัสสาวะเข้มข้นได้ ทั้งที่จริงเกิดจากการดื่มน้ำมากเกิน
• เจาะเลือดยากในบางคน
น้ำมากเกิน → ความดันในเส้นเลือดเปลี่ยน เส้นเลือดอาจแฟบหรือเคลื่อน ทำให้หาเส้นยาก หรือเจาะแล้วเลือดไหลช้าลงในบางราย
.
ไม่ดื่มน้ำ = ค่าสูงหลอก
ดื่มน้ำเยอะไป = ค่าต่ำหลอก
จุดที่ดีที่สุดคือ “ดื่มพอดี” ประมาณ 1–2 แก้วก่อนตรวจ ไม่ต้องงดน้ำ แต่ก็ไม่ต้องดื่มเยอะเกินไป เพราะเป้าหมายคือให้ค่าที่ออกมา “ใกล้ความจริงที่สุด” จะได้ไม่ต้องตีความผิด หรือกังวลเกินเหตุครับ



