Biznews
ไขคำตอบ!’รถยนต์ดีเซล-ไฟฟ้า’ โอกาสเกิดไฟไหม้มากกว่ากัน?

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
รถยนต์ดีเซลและรถยนต์ไฟฟ้า โอกาสเกิดไฟไหม้มากกว่ากัน?
จากสถิติพบว่ารถยนต์ดีเซลมีโอกาสเกิดไฟไหม้มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเห็นได้ชัด โดยจากสถิติทั่วโลก รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มีอัตราการเกิดไฟไหม้สูงกว่ารถ ยนต์ไฟฟ้าประมาณ20ถึง60เท่าแต่เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมา มักจะมีความรุนแรงกว่ามากและควบคุมเพลิงได้ยากกว่า
1.รถยนต์ดีเซลจึงเกิดไฟไหม้
1.1.เชื้อเพลิงติดไฟง่ายเมื่อท่อส่งน้ำมันแรงดันสูงเสื่อมสภาพ เครื่องยนต์ดีเซลทำงานด้วยระบบอัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงสูงมาก หากเกิดท่อยางหรือข้อต่อแตกหักหรือหลวม น้ำมันจะรั่วออกมาเป็นฝอยและติดไฟได้ทันทีเมื่อสัมผัสกับความร้อนของเครื่องยนต์
1.2.ปั๊มเชื้อเพลิงรั่ว หากซีลปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงเสื่อมสภาพ ทำให้น้ำมันหยดลงบนท่อไอเสียโดยตรง
1.3.สาเหตุหลักที่รถเครื่องยนต์ดีเซลเกิดไฟไหม้เมื่อถูกชน เกิดจากน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วซึมไปสัมผัสกับชิ้นส่วนที่มีอุณหภูมิสูงจัด เช่น ท่อไอเสีย ร่วมกับการเกิดประกายไฟจากการเสียดสีของตัวถังโดยน้ำมันดีเซลสามารถติดไฟได้เองเมื่อเจอกับความร้อนสูง
1.4.เมื่อรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลเกิดไฟไหม้ ให้ใช้ถังดับเพลิงประเภท ผงเคมีแห้ง (Dry Chemical), ก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ (CO2)) หรือ โฟมดับเพลิง ในการระงับเหตุเบื้องต้น ห้ามใช้น้ำฉีดเด็ดขาดเพราะน้ำมันดีเซลลอยน้ำและจะทำให้ไฟลุกลาม
2. รถยนต์ไฟฟ้าเกิดไฟไหม้
2.1. สาเหตุที่รถยนต์ไฟฟ้าเกิดไฟไหม้ เกิดจากภาวะความร้อนสูงเกินควบคุม (Thermal Runaway) หากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยถูกเจาะ หรือทำงานผิดปกติอาจทำให้เกิดการลัดวงจรและปฏิกิริยาลูกโซ่ทางเคมีที่เรียกว่า “Thermal Runaway”หรือสภาวะความร้อนสะสมจนควบคุมไม่ได้ สาเหตุคือ
เกิดการกระแทกอย่างรุนแรง เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุชนจนเกราะป้องกันแบต เตอรี่ทะลุ แรงกระแทกจะทำให้แผ่นกั้นภายในเซลล์เสียหาย ส่งผลให้เกิดการลัดวงจรภาย ในโดยตรง และปล่อยพลังงานออกมาเป็นความร้อนมหาศาลทันที นอกจากนี้การจอดรถทิ้งไว้ในพื้น ที่อุณหภูมิสูงจัดติดต่อกันเป็นเวลานานส่งผลให้สารเคมีในแบตเตอรี่สลายตัวเร็วขึ้นรวมถึง การขับผ่านพื้นที่น้ำท่วมโดยเฉพาะน้ำเค็มอาจกัดกร่อนระบบไฟฟ้าและทำให้เกิดการลัดวงจรภาย นอกจนนำไปสู่ประกายไฟ
2.2.ดับไฟได้ยาก แบตเตอรี่รถยนต์ไฟ ฟ้าสามารถผลิตก๊าซออกซิเจนได้เองในขณะที่เกิดการเผาไหม้ทำให้ไม่ใช้สารดับเพลิงเพื่อตัดก๊าซออกซิเจนเพื่อดับไฟเหมือนเพลิงไหม้ทั่วไปได้ เปลวไฟจะมีความร้อนสูงมากและสามารถปะทุขึ้นมาใหม่ได้อีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันหลังจากเกิดเหตุครั้งแรก
การดับไฟแบตเตอรี่ EVอาจต้องใช้น้ำฉีดระบายความร้อนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน (บางกรณีใช้เวลานานหลายชั่วโมงและใช้น้ำหลายหมื่นลิตร) เพื่อลดอุณหภูมิภายในเซลล์แบตเตอรี่ให้ต่ำลงจนหยุดปฏิกิริยาเคมีหรือใช้สารเคมีหรือโฟมพิเศษ เช่น โฟมที่มีสาร F- 500 เพื่อช่วยลดความร้อนและควบคุมปฏิกิริยาเคมีของลิเธียมไอออนได้เร็วขึ้นหลังจากดับไฟจนสนิทแล้ว ต้องจอดรถทิ้งไว้ในพื้นที่โล่งและกั้นอาณาเขตห้ามเข้าใกล้เป็นเวลาอย่างน้อย 24- 48 ชั่วโมง เนื่องจากแบตเตอรี่รถ EV ที่เสียหายสามารถเกิดปฏิกิริยาความร้อนและกลับมาปะทุไฟไหม้ซ้ำเองได้อีก
2.3.รถยนต์ไฟฟ้าจะมีการออกแบบเพื่อความปลอดภัย โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะมีโครงสร้างที่เสริมความแข็งแกร่งและมีระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS)ขั้นสูงเพื่อป้องกันความเสียหายเหล่านี้ เช่นระบบตัดไฟ ระบบควบคุมอุณหภูมิ เป็นต้น

รถยนต์ที่ติดตั้ง NGV และ LPG ชนิดใด โอกาสเกิดไฟไหม้ได้มากกว่า
ทั้งรถยนต์ที่ใช้ระบบ NGV และ LPG ต่างติดไฟได้ง่ายมากหากเกิดการรั่วไหลแต่โดยทั่วไป LPG จะว่าอันตรายและติดไฟได้ง่ายกว่า NGV
1.ทำไม LPG ถึงอันตรายมากกว่าNGV
1.1 ความหนาแน่นของก๊าซ LPG หนักกว่าอากาศ หากเกิดการรั่วไหล เช่นถูกชนท้ายอย่างรุนแรง ก๊าซจะจมตัวและสะสมรวมกันในพื้นที่ต่ำ (เช่น บริเวณพื้นท้ายรถ) ทำให้เกิดกลุ่มก๊าซ เมื่อปะ ทะความร้อนจากท่อไอเสีย ทำให้เกิดติดไฟและระเบิดได้
1.2.อุณหภูมิติดไฟอัตโนมัติที่ต่ำ LPG ใช้ความร้อนน้อยกว่า NGV ก็สามารถติดไฟได้เอง
1.3. LPG สามารถติดไฟได้ในช่วงอัต ราส่วนผสมของก๊าซกับอากาศที่กว้างกว่าทำให้ติดไฟได้ง่ายขึ้นแม้จะเจือจางอยู่ในอากาศปริมาณมาก
2.ทำไม NGV ถึงปลอดภัยกว่า LPG ?
NGV (หรือที่รู้จักกันในชื่อ CNG) มีส่วนประกอบหลักเป็นก๊าซมีเทนที่เบากว่าอากาศ หมายความว่าหากเกิดการรั่วไหล ก๊าซจะกระจายตัวและลอยขึ้นสู่ด้านบนอย่างรวดเร็ว การกระจายตัวจะทำให้ก๊าซมีความเข้มข้นไม่พอที่จะติด ไฟ เว้นแต่จะถูกกักขังอยู่ในพื้นที่แคบและไม่มีการระบายอากาศ เช่น ติดตั้งถังNGVใต้ท้องหรือในรถบัส เมื่อถูกกระ แทกจนท่อส่งก๊าซหรือวาล์วแตกหรือหลุดจะทำให้ก๊าซสะสมในห้องโดยสารจำนวนมากเมื่อมีประกายไฟจะเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้
รถบัสโดยสารที่จะติดตั้งถังNGV จึงควรติดตั้งบนหลังคามากกว่าใต้ท้องรถ



