ตื่นนอนอย่ารีบลุก! 3 สิ่งที่ต้องทำทันที ถ้าอยากลดเสี่ยง เส้นเลือดสมอง!

‘หมอเจด’ หรือนายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า..
เช้านี้ก่อนจะก้าวลงจากเตียง ผมอยากให้ทุกคน ช้าลงสักครึ่งนาทีครับ
เพราะช่วงที่เราตื่นใหม่ ๆ ร่างกายกำลังเปลี่ยนจากโหมดพักไปเป็นโหมดทำงาน
ชีพจรเริ่มขึ้น
ความดันเริ่มเปลี่ยน
ระบบประสาทเริ่มตื่นเต็มที่
โดยเฉพาะคนที่มีความดันสูง เบาหวาน ไขมันสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเคยมีโรคหลอดเลือดมาก่อน ผมยิ่งอยากให้ช่วงเช้าเป็นช่วงที่เรา “รู้ทันร่างกาย” มากกว่าลุกพรวดแล้วรีบใช้ชีวิตทันที
ไม่ได้หมายความว่าแค่ลุกช้า ๆ แล้วจะป้องกัน Stroke ได้ทั้งหมดนะครับ
แต่ 3 อย่างนี้ช่วยให้ร่างกายปรับตัวดีขึ้น และที่สำคัญคือ ช่วยไม่ให้เราพลาดสัญญาณผิดปกติที่เกิดขึ้นตอนเช้า
1️⃣ ตื่นแล้วอย่าเด้งตัวขึ้นยืนทันที
ตื่นปุ๊บ ลุกปั๊บ เดินเข้าห้องน้ำเลย
บางคนทำแบบนี้มาตลอดครับ
แต่พอลุกเร็ว ความดันอาจตกชั่วคราว โดยเฉพาะคนสูงอายุ คนที่กินยาความดัน ยาขับปัสสาวะ หรือมีภาวะขาดน้ำ
สิ่งที่ตามมาคือ
หน้ามืด
โคลง
ตาลาย
บางคนถึงขั้นล้ม
เอาง่าย ๆ ครับ
ตื่นแล้วนอนนิ่งสักครู่
ค่อย ๆ พลิกตัว
นั่งห้อยขาข้างเตียงประมาณครึ่งนาทีถึงหนึ่งนาที
ลองขยับข้อเท้า กำมือ แบมือ
ถ้าไม่เวียนหัว ค่อยลุกครับ
แค่เปลี่ยนจาก “เด้งขึ้น” เป็น “ค่อย ๆ ให้ระบบไหลเวียนตามทัน” ต่างกันเยอะเลย
2️⃣ ดื่มน้ำสักแก้ว ก่อนปล่อยให้เช้าเริ่มด้วยกาแฟอย่างเดียว
เมื่อคืนเรานอนหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ดื่มน้ำครับ
ตอนเช้าเลยเป็นช่วงที่หลายคนค่อนข้างขาดน้ำเล็กน้อย โดยเฉพาะถ้าเมื่อคืนอากาศร้อน เหงื่อออก หรือเข้าห้องน้ำหลายรอบ
พอตื่นมาแล้วสิ่งแรกคือกาแฟเข้ม
ตามด้วยรีบออกจากบ้าน
น้ำเปล่ายังไม่ได้แตะเลย
ผมอยากให้ลองเปลี่ยนง่าย ๆ ครับ
ตื่นแล้วเติมน้ำก่อน
ไม่ต้องฝืนดื่มเป็นลิตร
แก้วหนึ่งพอ แล้วค่อยใช้ชีวิตตามปกติ
เรื่องน้ำไม่ได้เป็นยาป้องกัน Stroke ครับ
แต่การรักษาภาวะน้ำในร่างกายให้เหมาะสมช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานตามปกติ และลดปัญหาหน้ามืดจากการขาดน้ำได้
โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผมไม่อยากให้ทั้งเช้ามีแต่กาแฟแล้วลืมน้ำครับ
3️⃣ ก่อนหยิบมือถือ ลองเช็ก “หน้า–แขน–คำพูด” ตัวเองสักครั้ง
อันนี้ผมอยากให้ติดเป็นนิสัย โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงหลอดเลือดสมองครับ
ตอนล้างหน้า แปรงฟัน หรือยืนหน้ากระจก
ลองยิ้มดู
มุมปากเท่ากันไหม
ลองยกแขนสองข้าง
มีข้างหนึ่งตกหรือไม่มีแรงผิดปกติไหม
พูดประโยคง่าย ๆ
เสียงชัดเหมือนเดิมไหม
รวมถึงถ้าตื่นมาแล้ว
มองเห็นแปลกไป
เดินเซแบบไม่เคยเป็น
ชาแขนขาข้างเดียว
หรือพูดไม่ออกขึ้นมาทันที
ตรงนี้อย่าเสียเวลาอาบน้ำก่อน อย่ารอดูถึงเที่ยง และอย่ากลับไปนอนต่อครับ
เพราะถ้าเป็น Stroke จริง เวลาเริ่มอาการสำคัญมาก
โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที และจำเวลาที่ “ครั้งสุดท้ายยังปกติ” ให้ได้ครับ
แต่ถ้าอยากลดความเสี่ยง Stroke จริง ๆ ตอนเช้าอย่างเดียวไม่พอครับ
สิ่งที่มีผลมากกว่าคือ
• คุมความดันให้ถึงเป้าหมาย
• คุมน้ำตาลและไขมัน
• กินยาที่แพทย์ให้สม่ำเสมอ
• งดบุหรี่
• ขยับร่างกายเป็นประจำ
• ถ้ามี Atrial fibrillation ต้องประเมินเรื่องยาป้องกันลิ่มเลือดตามความเหมาะสม
• นอนให้พอ และถ้ากรนดังมากหรือสงสัยหยุดหายใจขณะหลับ ควรตรวจครับ
เช้านี้ไม่ทันไม่เป็นไรครับ
วันพรุ่งนี้เช้าตอนลืมตา ผมอยากให้ลองจำแค่ 3 อย่าง
อย่ารีบลุก
เติมน้ำ
เช็กหน้า–แขน–คำพูด
ใช้เวลาไม่กี่นาทีครับ
แต่สำหรับคนที่มีความดัน เบาหวาน ไขมัน หรือความเสี่ยงหลอดเลือดอยู่แล้ว การเริ่มวันแบบที่ “รู้ว่าร่างกายกำลังเป็นยังไง” มีค่ากว่าการคว้ามือถือขึ้นมาดูก่อนเยอะ เพราะเรื่องหลอดเลือดสมอง สิ่งที่เราอยากได้ไม่ใช่แค่เช้าที่รีบกว่าเดิมแต่คือเช้าที่เรายังรู้ทันร่างกายตัวเองครับ




