‘KFC’หันซบ ‘โคคา-โคล่า’ ปิดฉากพันธมิตร 40 ปีกับ ‘เป๊ปซี่’

เคเอฟซี (KFC) เครือร้านไก่ทอดรายใหญ่ของสหรัฐฯ สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในธุรกิจเครื่องดื่ม หลังลงนามข้อตกลงกับโคคา-โคล่า (Coca-Cola) ให้เข้ามาเป็นผู้จัดหาเครื่องดื่มน้ำอัดลมสำหรับร้าน KFC ในสหรัฐฯ แทนเป๊ปซี่โค (PepsiCo) พันธมิตรที่ทำธุรกิจร่วมกันมายาวนานราว 40 ปี โดยคาดว่าเครื่องดื่มของโคคา-โคล่าจะเริ่มวางจำหน่ายในร้าน KFC ทั้ง 3,718 สาขาทั่วสหรัฐฯ ภายในฤดูใบไม้ผลิปี 2570
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียพันธมิตรรายใหญ่ของเป๊ปซี่โคให้กับคู่แข่งสำคัญอย่างโคคา-โคล่า และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทที่กำลังเร่งฟื้นยอดขายเครื่องดื่มน้ำอัดลมในตลาดสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ธุรกิจขนมขบเคี้ยวยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
เจย์ วูดส์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของฟรีดอม แคปิตอล มาร์เก็ตส์ (Freedom Capital Markets) ให้ความเห็นว่า การสูญเสียพันธมิตรรายใหญ่อย่าง KFC ถือเป็นผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของเป๊ปซี่โค และอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มที่เข้มข้น
นอกจากแรงกดดันจากการแข่งขันทางธุรกิจแล้ว เป๊ปซี่โคยังเผชิญแรงผลักดันจากเอลเลียตต์ อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ (Elliott Investment Management) นักลงทุนเชิงรุกที่เข้าถือหุ้นบริษัทเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้เป๊ปซี่โคพิจารณาขายสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้ต่ำกว่าศักยภาพ และเร่งปรับปรุงผลประกอบการในตลาดอเมริกาเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเป๊ปซี่โคกับ KFC มีจุดเริ่มต้นจากการที่เป๊ปซี่โคเข้าซื้อกิจการร้านไก่ทอดแห่งนี้ เพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาหารและขนมขบเคี้ยว แม้ภายหลังเป๊ปซี่โคจะแยก KFC ออกจากบริษัทในปี 2540 แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยเป๊ปซี่โคเป็นผู้จัดหาเครื่องดื่มให้กับร้านอาหารในเครือยัม แบรนด์ส (Yum Brands) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ KFC มาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนพันธมิตรเครื่องดื่มของ KFC ในตลาดสหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่าเป๊ปซี่โคจะยุติความสัมพันธ์กับเครือร้านอาหารทั้งหมด เนื่องจากบริษัทยังคงมีข้อตกลงจัดหาเครื่องดื่มให้กับร้านอาหารหลายแบรนด์ในตลาดอื่น ๆ
โฆษกของเป๊ปซี่โคเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า บริษัทเพิ่งต่อสัญญากับทาโก เบลล์ (Taco Bell) และ KFC ในตลาดต่างประเทศ โดยสัญญากับทาโก เบลล์มีระยะเวลา 10 ปี นอกจากนี้ เป๊ปซี่โคยังคงเป็นพันธมิตรด้านเครื่องดื่มของซับเวย์ (Subway) และเจอร์ซีย์ ไมค์ส ซับส์ (Jersey Mike’s Subs) รวมถึงดูแลเครื่องจ่ายน้ำอัดลมของพิซซ่า ฮัท (Pizza Hut) ซึ่งแยกออกจากเครือ Yum Brands ในปีนี้
การตัดสินใจของ KFC ในสหรัฐฯ จึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่สะท้อนการแข่งขันระหว่างสองยักษ์ใหญ่อย่างโคคา-โคล่าและเป๊ปซี่โค โดยเฉพาะการแย่งชิงพันธมิตรธุรกิจร้านอาหารรายใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้าถึงผู้บริโภคและการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตามเรื่องราวเริ่มต้นในปี 1986 เมื่อ PepsiCo เข้าซื้อกิจการ KFC ทำให้เครื่องดื่มในเครือ Pepsi กลายเป็นส่วนหนึ่งของร้านไก่ทอดชื่อดัง แม้ภายหลัง PepsiCo จะแยกธุรกิจร้านอาหารออกไปในปี 1997 แต่ความร่วมมือด้านเครื่องดื่มยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน




