Biznews

เปิด 5 เรื่อง ‘จดลิขสิทธิ์’ สมควรทำ แต่ต้องไม่ไปเบียดบัง หรือรบกวนสิทธิผู้อื่น

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจดสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ โดยระบุว่า
การจดสิทธิบัตร หรือลิขสิทธิ์ สมควรทำ แต่จะต้องไม่ไปเบียดบัง หรือรบกวนสิทธิผู้อื่น

ผมออกตัวก่อนว่าผมมีความรู้น้อยทางพืช แต่ขอแสดงความคิดเห็นทางวิทยาศาสตร์ ให้เกิดความโต้แย้งในแนวความคิดจะเป็นเรื่องดี

ผมเองทำวิจัยชุดตรวจไม่ว่าจะเป็นชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ ชุดตรวจมือเท้าปาก ที่ทำได้ดีมาก ผมเองต้องการให้คนไทยใช้ ไม่ได้สนเรื่องสิทธิบัตร แต่ถูกเชิงบังคับ ว่าเป็น KPI ทั้งเจ้าของทุน และหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ว่าต้องทำ ก็เลยต้องจด แต่สิทธิบัตรที่ได้คุ้มครองเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เราไม่สามารถที่จะไปจดต่างประเทศได้เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก ผมใช้เงินหลวงสถานที่หลวงทำ ถ้าใครจะเอาไปใช้ในประเทศไทยยินดีได้เลยไม่ต้องมาขอสิทธิ์ และต่างชาติผมก็ไม่สามารถไปบังคับเขาได้
เรื่องต่อไปนี้ที่จะเล่าให้ฟังเป็นเรื่อง “สมมุติ” ที่คิดขึ้นมาถูกผิดไม่รู้แต่คิดตามหลักวิทยาศาสตร์ ขอให้ใช้วาจาสุภาพในการวิจารณ์
การสร้างนวัตกรรม สมควรที่จะได้รับลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตร ในการจดลิขสิทธิ์จะต้องบอกขั้นตอนทุกขั้นตอนในการทำ และขั้นตอนต่างๆเปิดเผยได้ โดยที่ผู้อื่นจะไปทำเลียนแบบเราไม่ได้ตามเวลาที่กำหนด ถ้าเราแน่จริงไม่อยากให้ใครรู้ในกระบวนการ ก็ไม่ต้องจด ตัวอย่างเช่นโค้กและเป๊ปซี่ ไม่เคยจดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ แต่จะใช้วิธีการเก็บความลับ จึงไม่มีใครสามารถทำเลียนแบบได้ ก็ควรจะเลือกเอา
ในกรณีที่เป็นข่าวต่อไปนี้ผมขอใช้ชื่อว่าผัก กะพือก็แล้วกัน มีข้อความที่น่าสนใจให้น่าคิดอย่างนี้
1 การใช้กระบวนการ สารเคมีหรืออะไรก็ตามแต่ ไปเพิ่มโครโมโซม ให้เป็น 4 n ( จากเดิม 2 n) จะถือว่าเป็นการ เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมหรือไม่ (Genetically Modified Organism) เพราะโครโมโซมเป็นหน่วยใหญ่ที่ควบคุม DNA ทั้งหมดหรือพันธุกรรมทั้งหมด เกิดจากการบังคับด้วยสารเคมี ไม่ได้เป็นการผสมข้ามเกสร
2 การเปลี่ยนแปลง ให้สิ่งมีชีวิตนั้นแข็งแรงขึ้น หรืออะไรก็ตามให้ตรงตามความต้องการ ความแข็งแรงขึ้น ถ้าหลุดออกไป จะไปเบียดเบียน ผู้ที่อ่อนแอกว่า ให้สูญพันธุ์ไปได้หรือไม่ ผมยกตัวอย่าง (สมมุติ)เช่น คนที่มีโครโมโซมเพิ่มคือ Y เป็น XYY อาจจะก้าวร้าว (แต่ที่จริงยังพิสูจน์ไม่ได้) และผู้ที่ก้าวร้าวไม่สามารถถูกควบคุมได้ ก็จะไปกระทบในวงนอกให้เดือดร้อนได้ เช่นเดียวกัน
3 สายพันธุ์ใหม่ ที่มีโครโมโซม 4n ที่เกษรตัวผู้ (เปรียบได้เหมือนสเปิร์ม)จะมีโครโมโซม 2n เมื่อไปผสมกับเกสรตัวเมีย ที่ชาวบ้านปลูก (เปรียบได้กับไข่) โครโมโซม 1n โครโมโซมเมื่อรวมกันจะเป็น 3n ก็จะทำให้ของชาวบ้านเป็นหมันไม่สามารถแพร่พันธุ์ต่อไปได้ หรือแพร่พันธุ์ต่อไปได้? จริงไหม? และก็จะลดน้อยลงไปตามลำดับในอนาคตการควบคุมดังกล่าวจะทำได้อย่างไร สายพันธุ์พื้นเมืองก็จะร่อยหรอลงไปหรือไม่ เพราะมีโอกาสแพร่พันธุ์ได้น้อยกว่า เมื่อถูก 4n ลุกลามเข้ามา
4 สมมุติว่าผมดัดแปลงสิ่งมีชีวิตใหม่ เป็นหอยเชอรี่ หรือปลาคางเบือน และมีคุณสมบัติพิเศษตรงตามความต้องการของผม แพร่พันธุ์ได้เร็ว กระจายได้เร็ว หอยสามารถไข่บนยอดหญ้าได้ ในขณะเดียวกันบ้านเรามีหอยโข่ง ที่ตัวใหญ่กว่ามีคุณค่ามาก แต่ต้องออกไข่ในดิน การแพร่พันธุ์สู้ไม่ได้แน่นอน และในที่สุด หอยเชอรี่ก็มาเบียดบังหอยโข่งบ้านเรา ทำให้จำนวนหอยโข่งบ้านเราลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยหอยเชอรี่ ทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน ใครปรับตัวได้ดีกว่าก็อยู่รอด เช่นเดียวกันกับปลาหมอคางเบือน ปรับตัวได้เก่ง ดำรงความอยู่รอดได้เก่ง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
5 ผมเป็นนักไวรัสวิทยา ผมอาจจะชักนำ ไวรัสตัวหนึ่ง ให้มี duplicate gene และไวรัสตัวนี้ มีคุณสมบัติตรงตามจุดประสงค์ของผม เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม แต่ผลระยะยาว หรือเอฟเฟค ที่จะไปเกิด recombination กับไวรัสสายพันธุ์เดียวกัน หรือไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาในทางที่ดี และไม่ดีก็ได้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ทั้งหมดนี้ชวนให้คิดทางวิทยาศาสตร์ ในการควบคุมสิ่งมีชีวิตใหม่ สายพันธุ์ใหม่ แตกต่างจากสายพันธุ์เดิมโดยเฉพาะผลระยะยาวที่จะเกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อม ใครจะเป็นผู้ดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น โดยไปกระทบผู้ใช้สิทธิ์อื่น

Related Articles

Back to top button
X