‘ซีพี ออลล์’ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100ในกลุ่มธุรกิจบริการ ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม
และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG)จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2569 โดยสถาบันไทยพัฒน์และยังถือเป็นปีที่ 9 ต่อเนื่อง (พ.ศ. 2561-2569) อีกด้วย
นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่าการที่สถาบันไทยพัฒน์ ได้ประกาศให้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)(CPALL) ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2569ในกลุ่มธุรกิจบริการต่อเนื่องยาวนานถึง 9 ปีเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งในการการการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้นแต่ยังมีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมในทุกมิติ
โดย ซีพี ออลล์ ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ยั่งยืน 3 สร้าง 1 DNA สร้างคนสร้างอาชีพ สร้างชุมชนอุ่นใจ และ DNA ความดี 24 ชั่วโมงเพื่อส่งมอบโอกาสสู่คนทุกกลุ่ม ตามปณิธาน “Giving and Sharing”ผ่านการให้โอกาสทางการศึกษา และโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตโอกาสในการมีอาชีพที่มั่นคง ตลอดจนสนับสนุนเกษตรกร และ SMEไทยให้โตไกลไปด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ปลูกฝัง DNA ความดี 24 ชั่วโมงให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรของพนักงานในทุกระดับควบคู่ไปกับการบริหารจัดการที่โปร่งใส การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและความเคารพในสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับการยกระดับการบริหารจัดการพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการลดขยะพลาสติกอย่างเข้มข้น ผ่านโครงการ 7 Go Greenเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zeroตลอดจนการร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานเพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมร่วมกัน
สำหรับสถาบันไทยพัฒน์เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESGจำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี2558และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ในปีนี้
โดยจะพิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล(ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกันซึ่งในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนเข้าคัดเลือกจาก 931 แห่งการจัดระดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนโดยสถาบันไทยพัฒน์เป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอกโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESGตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI




