Auto

‘ซูบารุ’ ยืนยันยังคงดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ในไทย’หันนำเข้ารถญี่ปุ่น แผนชัดเจนปีหน้า

ตามที่ Tan Chong International Limited (TCIL) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKSE) ว่าบริษัทในเครือคือ ตัน จง ซูบารุ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย (TCSAT) เตรียมยุติการผลิตรถยนต์ซูบารุ ที่โรงงานลาดกระบัง ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไปนั้น

ล่าสุดบริษัทฯ ในได้ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมว่า รถที่จำหน่ายในตลาดประเทศไทย เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชาจะเปลี่ยนไปจำหน่ายรถนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น อันจะทำให้สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเช่น ประเทศไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งยังเสริมการสร้างแบรนด์ผ่านรถยนต์ซูบารุรุ่นใหม่ๆ ในตลาดกลุ่มพรีเมียมที่เน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก

ตัน จง อินเตอร์เนชั่นแนล (TCIL) และซูบารุ คอร์ปเปอรเรชั่น จะได้ความคล่องตัวและรุดหน้าต่อไปบนเส้นทางธุรกิจที่มีศักยภาพทั้งในประเทศไทย เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา อีกทั้งการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์นี้จะทำให้แบรนด์ซูบารุประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาดที่มีพลวัตเหล่านี้ นับเป็นก้าวย่างใหม่ของ ตัน จง อินเตอร์เนชั่นแนล (TCIL) ที่ร่วมกับซูบารุ คอร์ปเปอเรชั่น ในการส่งมอบคุณค่าที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าชาวไทย

ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) ยังคงมุ่งมั่นและยืนยันในการดูแลเจ้าของรถซูบารุทุกคนในประเทศไทย ผ่านบริการไว้วางใจได้ของตัวแทนจำหน่ายซูบารุในประเทศไทย ไม่ว่าการดูแลลูกค้าด้านบริการหลังการขาย ความพร้อมของอะไหล่ และมาตรฐานการรับประกันตัวรถ จะยังเป็นคุณภาพเดียวกันกับปัจจุบัน แม้จะเปลี่ยนไปจำหน่ายรถรุ่นใหม่ๆ ที่นำเข้าโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นก็ตาม

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุ หรือ SUBARU ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กล่าวว่า บริษัทแม่ในเครือกลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ TCIL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หรือ HKEX ว่า บริษัทเตรียมหยุดประกอบรถยนต์ซูบารุจากโรงงานในประเทศไทย ในนามบริษัท ตันจง ซูบารุ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย จำกัด หรือ TCSAT ตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้รถยนต์ที่ผลิตออกไปไม่สามารถขายได้ในราคาที่เหมาะสม และบริษัทไม่สามารถควบคุมราคาจำหน่ายได้ จึงตัดสินใจหยุดการผลิตรถยนต์ซูบารุที่ขายใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย และกัมพูชา โดยจะนำรถยนต์ SUBARU เข้ามาจำหน่ายทั้งคัน (CBU)

นางสาวสุรีทิพย์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้เรายังมีรถยนต์ที่ผลิตออกขายอยู่ ซึ่งจะขายไปจนกว่ารถจะหมด จากนั้นก็จะเป็นการนำเข้ามาขายทั้งคัน อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ SUBARU ไปแล้วไม่ต้องกังวลใจ เพราะงานบริการหลังการขายยังอยู่

โดยเราพร้อมดูแลลูกค้าชาวไทยอย่างเต็มที่ ด้วยมาตรฐาน ความพร้อมของอะไหล่ ระยะเวลาการซ่อม การนัดหมายการดูแลลูกค้า ซึ่งมั่นใจได้ว่า SUBARU พร้อมดูแลไม่เปลี่ยนแปลง เพียงโรงงานประกอบในประเทศไทยไม่มีเท่านั้น และเราจะกลับไปดำเนินธุรกิจแบบเดิมคือ นำเข้ามาขายทั้งคัน ที่สำคัญศูนย์บริการรถยนต์ซูบารุทั้ง 24 แห่งทั่วประเทศ กับดีลเลอร์ 21 รายพร้อมดูแลลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

Related Articles

Back to top button