Auto

สู้กลับ!’ฮอนด้า’ผนึก’นิสสัน’ของญี่ปุ่นควบรวมกิจการสู้ศึกรถไฟฟ้า-เทสลา

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567 กล่าวว่า ฮอนด้า มอเตอร์ และนิสสัน มอเตอร์ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของญี่ปุ่น จะเข้าสู่การเจรจาควบรวมกิจการเพื่อช่วยให้องค์กรมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นในการแข่งขันกับบริษัทเทสลาและผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้ารายอื่นๆ ได้ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์นิกเคอิ

บริษัททั้งสองกำลังมองหาวิธีดำเนินงานภายใต้บริษัทโฮลดิ้งเดียว และจะลงนามในบันทึกความเข้าใจสำหรับการจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ในไม่ช้านี้

มีรายงานว่าฮอนด้าและนิสสันจะพิจารณานำมิตซูบิชิ มอเตอร์สซึ่งนิสสันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด เข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทโฮลดิ้งดังกล่าวเพื่อสร้างกลุ่มยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ฮอนด้าและนิสสันออกแถลงการณ์ที่เกือบจะเหมือนกัน โดยระบุว่าทั้งสองบริษัทกำลังสำรวจความเป็นไปได้ต่างๆ สำหรับความร่วมมือในอนาคต และจะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของกันและกัน

ในเดือนมีนาคม ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสองและสามของญี่ปุ่น รองจากโตโยต้า ได้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อตกลงที่จะสำรวจความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า

นักวิเคราะห์กล่าวว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อไล่ตามคู่แข่งจากจีน เช่น บีวายดี (BYD) ที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในด้านยานยนต์ไฟฟ้า ขณะที่บริษัทญี่ปุ่นเสียส่วนแบ่งทางการตลาดไปโดยมุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ไฮบริดมากขึ้น

จีนแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นเป็นผู้ส่งออกยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2566 โดยได้รับแรงหนุนจากความโดดเด่นด้านยานยนต์ไฟฟ้า

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ฮอนด้าได้ประกาศแผนการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสองเท่าด้วยมูลค่า 65,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายอันทะเยอทะยานที่ตั้งไว้เมื่อ 3 ปีก่อนในการบรรลุเป้าหมายยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในปี 2583

นิสสันได้ส่งสัญญาณถึงความทะเยอทะยานที่คล้ายคลึงกัน โดยระบุในเดือนมีนาคมว่ารถยนต์รุ่นใหม่ 16 รุ่นจาก 30 รุ่นที่วางแผนจะเปิดตัวภายใน 3 ปีข้างหน้าจะเป็นแบบ “ไฟฟ้า”

ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของโลกให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลับชะลอตัวลงเนื่องจากผู้บริโภคกังวลเรื่องราคาที่สูง, ความน่าเชื่อถือ รวมทั้งการจำกัดของระยะทาง และจุดชาร์จที่ไม่เพียงพอ

ปัจจุบันรถยนต์ไฮบริดที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และเครื่องยนต์สันดาปภายในได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น โดยคิดเป็น 40% ของยอดขายในปี 2565

แต่การที่บริษัทญี่ปุ่นมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฮบริดทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องชะลอการตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น

ในปี 2565 รถยนต์ที่ขายในญี่ปุ่นมีเพียง 1.7% เท่านั้นที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวเลขตลาดที่น้อยมากเมื่อเทียบกับ 15% ในยุโรปตะวันตกและ 5.3% ในสหรัฐอเมริกา

ฮอนด้า และนิสสัน จะมีการเปิดแถลงข่าวเร็วๆ นี้ ด้วยการเปิดลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU การจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งส์ คอมพานี ตามข้อมูลเบื้องต้น นอกจากนี้ บริษัทโฮลดิ้งส์ คอมพานี ดังกล่าวนั้น นิสสัน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ มากถึง 24% ซึ่งเป็นอึกหนึ่งผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในญี่ปุ่น จะนำค่ายรถมิตซูบิชิ มอเตอร์ เข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทโฮลดิ้งส์ คอมพานี ด้วย ซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด การควบรวมดังกล่าวจะส่งผลให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ในโลก ด้วยยอดขายรวมกัน 8 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์รวมกันทั่วโลกของฮอนด้า และนิสสันในปี 2023 อยู่ที่ 7.4 ล้านคัน

ปัจจุบันฮอนด้า มอเตอร์ มีมูลค่าบริษัท อยู่ที่ 5.95 ล้านล้านเยน หรือ 38,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.33 ล้านล้านบาท ขณะที่ นิสสัน มอเตอร์ มีมูลค่าบริษัท อยู่ที่ 1.17 ล้านล้านเยน หรือ 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 259,920 ล้านบาท ซึ่งฮอนด้า มอเตอร์ มีมูลค่าตลาดใหญ่กว่านิสสัน มอเตอร์ ถึง 5 เท่า หากการเจรจาควบรวมกิจการด้วยการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง คอมพานี เป็นผลสำเร็จและมีความชัดเจนแล้วจะกลายเป็นการควบรวมกิจการที่มีมูลค่าขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปีผ่านมา หรือนับตั้งแต่การควบรวมกิจการระหว่างค่ายรถยนต์เฟียต ไครสเลอร์ กับพีเอสเอ กลายเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันมีชื่อว่า สเตลแลนทิส (Stellantis)

Related Articles

Back to top button