จากพ่อครัวใหญ่สู่อาณาจักร “13เหรียญ”ในความทรงจำ

13 เหรียญ ร้านสเต๊กร้านแรก ๆ ของไทยที่บูมสุด ๆ ในช่วงนั้นเปิดสาขามากกว่า 40 สาขา แต่ปัจจุบันด้วยภาวะการแข่งขันต่างๆ นานาทำให้สถานการณ์ของ 13 เหรียญที่เคยร้อนแรงลดดีกรีลงเรื่อยมา จากกว่า 40 สาขาปัจจุบันเหลือเพียง 4 สาขาเท่านั้น คือ สาขาพระราม 9 , สาขางามวงศ์วาน , สาขาทาวเวอร์ รัชดา และ สาขาโยธินพัฒนา

แน่นอนว่า ตลอดระยะเวลา 4 ทวรรษที่ผ่านมาย่อมมีเรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะเรื่องราวชีวิตการต่อสู้ของเจ้าของ 13 เหรียญ ที่ชื่อว่า “เฮียก๊ก” สมชาย นิติวนะกุล หนุ่มใหญ่ที่ผ่านการใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชนเสมือนหนึ่งในบทละครหากแต่เป็นชีวิตจริง
สมชายเกิดที่ย่านวัดแขก แถวสีลม พ่อแม่โล้สำเภามาจากเมืองจีน มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน สมชายเป็นคนที่ 2 พ่อมีอาชีพเป็นหัวหน้ากุ๊กอยู่ที่โรงแรมเก่าแก่อย่างโอเรียนเต็ล ส่วนแม่มีอาชีพเป็นช่างเย็บเสื้อผ้า ฐานะทางบ้านอยู่ในขั้นปานกลาง
ด้วยความที่มีสายเลือดคือคุณพ่อเป็นหัวหน้ากุ๊กแถมยังเป็นคนแรกที่สามารถอ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้ แถมทำอาหารเก่ง ตรงนี้เองเป็นส่วนสำคัญทำให้สมชายมีความสนใจเรื่องของอาหาร และเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะซึมซับจากคุณพ่อมาแต่เด็ก ซึ่งในเวลาต่อมาทั้งการทำอาหาร และการใช้ภาษาได้กลายเป็นอาชีพและกลายเป็นนักธุรกิจระดับพันล้านในที่สุด

ชีวิตของสมชายมาพลิกผันในช่วงเข้าวัยหนุ่มแตกพาน โดยในปี 2510 สมชายกับเพื่อนอยากไปผจญภัยท่องโลกกว้างเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตตามประสาวัยหนุ่ม โดยจุดมุ่งหมายของเขาคือประเทศสหรัฐอเมริกา เขาขวนขวายหาหนทางไปจนได้ทำงานที่ร้านสเต๊กแห่งหนึ่งชื่อว่า 13 เหรียญที่เมืองวอชิงตัน
สมชายกับเพื่อนทำงานทุกอย่างภายในร้านอย่างขยันขันแข็งและมุมานะ ตั้งแต่ล้างจาน เด็กเก็บจาน จนไต่เต้าเป็นผู้ช่วยผู้จัดการเก็บเงินเก็บทองได้มากพอสมควร จึงทยอยส่งเงินกลับบ้านพร้อมกับมองหาลู่ทางเปิดร้านของตัวเองโดยไปเช่าตึกที่ปากซอยรามคำแหง 29 และกลายเป็นที่มาของ 13 เหรียญสาขาแรกที่สรร้างทั้งชื่อเสียงและเงินทองอย่างมากมาย รวมระยะเวลาที่สมชายใช้ชีวิตในต่างแดนเกือบ 10 ปี

หากถามว่าเสน่ห์ของ 13 เหรียญคืออะไร คงต้องบอกว่า นอกจากรสชาติของอาหารที่ถูกปากแล้ว บรรยากาศการตกแต่งในร้านในสไตล์คาวบอยที่เจ้าของร้านนำต้นแบบมาจากแหล่งดั้งเดิมอย่างอเมริกาที่สมชายไปขุดทองมาร่วม 10 ปี ด้วยผ้าคลุมโต๊ะและเก้าอี้ในลายหมากรุกสีแดงให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย นอกจากนั้น 13 เหรียญบางสาขายังเปิดให้บริการรีสอร์ทไว้ชั้นบนอีกด้วย
เป็นที่ทราบว่า 13 เหรียญยืนหยัดบนถนนสายนี้มาแล้วกว่า 40 ปี จวบจนกระทั่งปัจจุบันยังให้บริการลูกค้าตามปกติ แต่บางสาขาได้ปิดลงไป เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบแต่สมชายก็ยังยืนยนัว่า 13 เหรียญยังต้องทำต่อไป โดยผ่องถ่ายให้กับลูกๆ มาช่วยงาน
แน่นอนว่าทุกวันนี้ 13 เหรียญ ยังคงผงาดในยุทธจักรและยังคงมีลมหายใจแม้จะรวยรินลงไป เนื่องจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของร้านอาหารใหม่ๆ หลายรสชาติหลายประเภททำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการกินมากขึ้น หรืออาจจะเป็นเพราะการขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถควบคุมและดูแลทุกอย่างให้ดีได้อย่างเดิม
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าบทสรุปของ 13 เหรียญ จะไปในทิศทางใด แต่แอดเชื่อเหลือเกินว่า ความทรงจำและบรรยากาศที่คุ้นเคยจะยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคนตลอดไป




