กางแผนปั้มน้ำมันในไทย ผปก.ลุยเพิ่มสาขา-สู้ศึกค้าปลีกในปั้ม
เวลานี้ไม่ว่าจะไม่ว่าจะหันไปมองธุรกิจประเภทไหนก็ล้วนแต่เต็มไปด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านท่ามกลางกระเป๋าสตางค์ที่เบาบางของผู้บริโภค การงัดสารพัดกลยุทธ์เพื่อตรึงและครองใจลูกค้าให้อยู่หมัดถูกนำมาใช้อย่างถึงลูกถึงคน
“ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน” ก็เช่นเดียวกัน หากมองภาพรวมการแข่งขันของปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าผู้ให้บริการสถานีน้ำมันหลายแบรนด์ ต่างหันมาพัฒนาปั๊มให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้มากขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ของปั้มน้ำมันเป็นมากกว่าสถานีบริการน้ำมันเท่านั้น
เราจึงได้เห็นสถานีบริการน้ำมันยุคนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งใน “ธุรกิจค้าปลีก” ที่มีคับคั่งไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไล่มาตั้งแต่ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารจานด่วน ที่เหล่าแบรนด์ดังต่างเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตเข้ามาเปิดสาขาจำนวนมาก เพื่อเป็น “แม่เหล็ก”ในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ
“เอสโซ่”ทุ่ม 2 พันล้านเปิดอีก 600 สาขา
ปั้มน้ำมันเอสโซ่ อีกหนึ่งสถานีบริการน้ำมันจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาเปิดดำเนินธุรกิจในไทยตั้งแต่ปี 2547 ยาวนานพอสมควรสำหรับเส้นทางการทำตลาดในบ้านเรา จึงต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ปีนี้เอสโซ่ ตั้งงบลงทุน 2 พันล้านบาท เพื่อใช้ขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 60 แห่งทั่วประเทศ จากปีก่อนที่มีสถานีบริการน้ำมันรวม 608 แห่ง พร้อมกับปรับปรุงสถานีบริการให้มีรูปโฉมใหม่ภายใต้รูปแบบ Synergy ให้ครบทั้งหมดหลังจากที่ปรับปรุงไปแล้ว 300แห่ง โดยเพิ่มร้านค้าพันธมิตรอีก 50 ร้าน ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของเอสโซ่ที่จะไม่ลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีควรามชำนาญอย่างธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (นอน ออยล์) เอง แต่จะดึงพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญกว่ามาลงทุน อาทิ ร้านกาแฟสตาร์บัค ร้าน Grand COFFEE BOY, ร้าน RABIKA COFFEE ร้านครัวพี่เสือ ร้านสะดวกซื้อแฟมิลี มาร์ท ,ร้านไก่ทอดเคเอฟซี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ตัวอย่างที่สร้างความฮือฮาคือการร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง “สตาร์บัคส์” พันธมิตรรายล่าสุดเพื่อรุกธุรกิจ Non-Oil โดยในระยะแรกเปิดให้บริการในสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ 3 สาขา ได้แก่ บางบัวทอง, เพชรบุรี และกาญจนบุรี รวมทั้งพิจารณาขยายสาขาเพิ่มเติม
ขณะที่หากมองศักยภาพของเอสโซ่ ในด้านจำนวนสาขา ถือว่าเป็นรองปั๊มใหญ่แค่ ปตท. พีที และบางจาก อีกทั้งในด้านของบรรยากาศภาพรวมในปั๊ม ที่มีพันธมิตรที่เป็นแม็กเนตอีกหลายแบรนด์ เช่น แฟมิลี่มาร์ท, ลอว์สัน, โลตัสเอ็กซ์เพรส, เบอร์เกอร์คิง, เคเอฟซี ฯลฯ ถือว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้ปั๊มอื่นๆ การจับมือกับเอสโซ่ในครั้งนี้ จึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งของสตาร์บัคส์ได้ไม่น้อยในระยะยาว
ปี 2561 เอสโซ่มีการขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถึง 73แห่ง แต่ได้มีการปิดสถานีบริการที่มีให้ผลตอบแทนไม่คุ้ม และมีการปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันให้มีรูปโฉมใหม่ภายใต้รูปแบบ Synergy จำนวน 213 แห่ง

“บางจาก”ลงขัน 2 พันล้าน เพิ่มอีก 80 แห่งในปี 2562
ด้านสถานีบริการน้ำมันบางจาก ได้ตั้งเป้าขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอีก 80 แห่งในปี 2562 จากปัจจุบันมีอยู่ 1,170 แห่ง ภายใต้เงินลงทุนธุรกิจการตลาดรวม 2,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 2561 ที่ใช้เงินลงทุน 2,200 ล้านบาท เนื่องจากสถานีบริการที่เปิดขึ้นใหม่จะเป็นลักษณะการร่วมทุนมากขึ้น โดยคาดว่ายอดขายน้ำมันในปีนี้จะเติบโต 7-8% จากปี 2561 ที่เติบโตเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 6% หรือคิดเป็นจำนวน 333 ล้านลิตรต่อเดือน ตามทิศทางเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตขึ้น
นอกจากนี้ บางจาก ยังมีแผนขยายร้านเครื่องดื่มอินทนิลอีก 200 แห่ง จากสิ้นปี 2561 มีอยู่ 550 แห่ง โดยเน้นการขยายร้านภายในประเทศเป็นหลัก ส่วนตลาดต่างประเทศวางแผน 5 ปี(2561-2565) จะขยายให้ได้ 50 แห่ง ส่วนร้านสะดวกซื้อ SPAR มีแผนขยายเพิ่มอีก 20-30 แห่งในปีนี้
“พีทีจี”ปูพรมปั๊ม 2,000 แห่ง
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้ตั้งงบลงทุนไว้ 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็น การลงทุนในธุรกิจน้ำมันและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง 2,500 ล้านบาท ธุรกิจ nonoil โดยเฉพาะ LPG อยู่ที่ 500 ล้านบาท และธุรกิจใหม่ 500 ล้านบาท และตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและรายได้จะเติบโต 20% จาก 4,000 เป็น 4,800 ล้านลิตร และคาดว่าจะมีกำไรเติบโตเพิ่มขึ้น 40-50% จากปี 2561 จากปัจจัยยอดขายที่เพิ่มขึ้นของสถานีบริการเดิม และวางแผนขยายสถานีบริการใหม่ให้เพิ่มขึ้น 116 สาขา จาก 1,884 เป็น 2,000 สาขา
นอกจากนี้ ในช่วง 3 ปี 2562-2564 นี้พีทีจีจะมีกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งน้ำมันและรูปแบบน็อนออยล์ เช่น การเตรียมเปิดตัวแคมเปญให้สิทธิประโยชน์จากบัตรเติมน้ำมัน PT Max Card ซึ่งจะร่วมกับพันธมิตรกว่า 100 รายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกให้ได้ 20 ล้านสมาชิก

ปตท.เพิ่มปั้มใหม่อีก 155 แห่ง
ปิดท้ายกันที่ด้านผู้นำตลาดอย่างบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR มีเป้าหมายจะเปิดสาขาทั้งสิ้น 155 แห่งจากปัจจุบันที่มีราว 1,700 แห่ง รวมถึงมีแผนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในสถานีบริการน้ำมันด้วย โดยวางเป้าจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมด 50 แห่ง คาดว่าจะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ราว 10-40% จากปัจจุบัน
เพราะขณะนี้สถานีบริการน้ำมันไม่ใช่แค่ขายน้ำมันเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว




