รู้หรือไม่? ถ้าคุณหยุดสูบบุหรี่ได้…
15 นาที …หัวใจจะเต้นช้าลง
12 ชั่วโมง …ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดลงสู่ภาวะปกติ
14 วัน …ระบบไหลเวียนดีขึ้น หายใจโล่งขึ้น รู้สึกสดชื่น
1 ปี …ความเสี่ยงโรคหัวใจวายลดลง 50%
5 ปี …ลดความเสี่ยงโรคสมอง 50%
วันที่ 31 พ.ค. ของทุกปี เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” สำหรับปี 2562 มีคำขวัญคือ บุหรี่เผาปอด (Tobacco burns your lungs) เพื่อกระตุ้นเตือนให้บรรดาสิงห์อมควันทั้งหลายลด ละ เลิกสูบบุหรี่ สร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ เป็นเกราะป้องกันดูแลสุขภาพตนเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัย
ทีมงานไทยคู่ฟ้ามีโอกาสได้สนทนากับ นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี พบว่า การสูบบุหรี่เป็น “การติดสิ่งเสพติด” เนื่องจากมีสารนิโคตินที่เหมือนสารเสพติด ออกฤทธิ์โดยตรงต่อสมอง กระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิด “โรคสมองติดยา”
หากหยุดสูบจะเกิดอาการขาดนิโคติน ผู้สูบจึงยังคงสูบต่อไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอันตราย บางทีเพิ่มปริมาณมากขึ้นจนเกิดผลเสียต่อสุขภาพ
จากสถิติผู้ป่วยปี 2561 ของสถาบันฯ พบว่าเป็นผู้สูบบุหรี่ถึง 10,664 ราย จากทั้งหมด 13,044 ราย หรือคิดเป็น 81.75% ในจำนวนนี้มาปรึกษาเรื่องบุหรี่แต่ขอให้ช่วยเลิกบุหรี่น้อยมาก เพราะผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ไม่คิดว่าการติดบุหรี่เป็นโรค
ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า นอกจากกฎหมายกำหนดให้ที่สาธารณะเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่แล้ว แต่ผู้สูบต้องนึกถึงคนรอบข้างโดยเฉพาะที่บ้านด้วย โดยมีข้อมูลว่า เด็กไทย 1 ใน 3 ได้รับควันบุหรี่มือสองจากที่บ้าน จนทำให้เด็กติดบุหรี่ไปด้วย
“อย่าเริ่มทดลองสูบบุหรี่ เพราะคนสูบบุหรี่ อายุจะสั้นลงไปอีก 18 ปี และโดยเฉลี่ยจะเจ็บป่วยหนัก 3 ปี ก่อนจะเสียชีวิต และไม่เคยมีใครตายจากการเลิกสูบบุหรี่ มีแต่ดีขึ้นทุกคน”

สำหรับ 6 เทคนิคง่าย ๆ ในการเลิกบุหรี่ มีดังนี้
1) ลงมือทำและตั้งใจที่จะเลิกโดยกำหนดวันที่จะเป็นจุดเริ่มต้น เช่น วันที่ 31 พ.ค. ซึ่งเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก หรือวันเกิดตัวเอง โดยตัดใจทิ้งบุหรี่ ไฟแช็คและเครื่องสูบต่าง ๆ แบบไม่ต้องเสียดาย และบอกคนข้างตัวให้ทราบเพื่อให้กำลังใจเราและเข้าใจเรา หากมีอาการหงุดหงิดเกิดขึ้น
2) ช่วงแรกอาจเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ “ทำได้” ประจำ เช่น เป้าหมายว่าจะเริ่มลดจำนวนการสูบ 1 วัน/มวน ไล่ไปเป็นต่อเดือนและต่อปี การเลิกบุหรี่แบบนี้จะมีประสิทธิภาพสูงมากกว่าการหักดิบ
3) หากมีอาการหงุดหงิดอยากสูบบุหรี่ ซึ่งจะเกิดอยู่ 2 – 3 นาที ให้ใจแข็งจนพ้นเวลาดังกล่าว ความอยากจะค่อย ๆ น้อยลงไป โดยการเปลี่ยนอิริยาบถไม่อยู่เฉย และหันไปออกกำลังกาย เช่น การเดินเร็ว การวิ่ง ซึ่งจะช่วยลดอาการลงได้
4) ให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ หรือเลือกดื่มน้ำผลไม้อย่างน้ำมะนาว ซึ่งความเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยลดความอยากบุหรี่ และจะขับนิโคตินออกไปได้เร็วขึ้น
5) หลีกเลี่ยงสถานที่หรือกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ เช่น งดไปเที่ยวสังสรรค์ในช่วงที่ตั้งใจเลิก จะช่วยให้อาการอยากบุหรี่ลดลงไปได้มาก
6) หากทำทุกวิธีแล้วแต่ยังเลิกไม่ได้ อาจขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาอาการติดบุหรี่ หรือ โทรสายด่วน 1600 ศูนย์แนะนำการเลิกบุหรี่ เพื่อขอคำปรึกษาได้
นพ.ประกิต ย้ำว่า ขอให้ทุกคนมีกำลังใจและพยายามหลาย ๆ ครั้ง เพราะการล้มเหลวที่ผ่านมา ไม่ได้แปลว่าจะเลิกไม่ได้
รู้แล้วบอกต่อ…เริ่มต้นสิ่งดี ๆ ตั้งแต่วันนี้ เพื่อปอดสดใส ไร้ควันบุหรี่




