Biznews

“อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ”เร่งบิดงานใหญ่เวิลด์อีเว้นท์ พร้อมบุกตลาดตะวันออกกลาง

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เผยภาพรวมตลาดอีเว้นท์ครึ่งปีแรกไม่โตเท่าที่ควรจะเป็นซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมโฆษณาที่ลูกค้าใช้จ่ายงบโฆษณาน้อยลง แม้ว่าจะยังเห็นนักลงทุนหลายรายเดินหน้าลงทุนในภาคส่วนธุรกิจต่างๆอย่างต่อเนื่อง และยังมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ให้เห็นอยู่บ้าง

แต่ถ้ามองตัวเลขภาพรวมตลาดอีเว้นท์ครึ่งปีแรกซึ่งจะเป็นช่วงที่ตลาดอีเว้นท์คึกคักที่สุด ตัวเลขกลับยังไม่โตเท่าที่ควรจะเป็น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเลือกตั้ง ที่นักลงทุน และนักการตลาดอยู่ในช่วงจับการดูสถานการณ์และทิศทางเศรษฐกิจ (wait & see) แนะนักลงทุน และนักการตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายให้เฉพาะเจาะจง เพื่อตอบสนองความต้องการ และตอบโจทย์ลูกค้าให้ตรงกลุ่มมากขึ้น พร้อมเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกโตสวนกระแสตลาดถึง6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว       แง้มโปรเจ็คใหญ่บิดดิ้งงานระดับเวิลด์ อีเว้นท์ ชูศักยภาพทีมงานลุยงานระดับเวิลด์คลาส พร้อมบุกตลาดตะวัน      ออกกลาง ตั้งเป้าต่อยอดธุรกิจในกลุ่มครีเอทีฟ บิซซิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ (Creative Business Development (CBD)) มุ่งเป้าเติบโตสูงถึง 10-15% มั่นใจสิ้นปีปิดยอด 1,800 ล้านบาทตามคาด

 

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชนผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน (จัดอันดับโดยนิตยสารสเปเชี่ยล อีเว้นท์ แม็กกาซีน ประเทศสหรัฐอเมริกา)กล่าวว่า จากสถานการณ์ตลาดอุตสาหกรรมอีเว้นท์ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีแม้ว่าภาพรวมของตลาดจะยังเห็นการเติบโตไม่ชัดเจนนัก แต่หลายธุรกิจก็เริ่มทยอยกลับมาจัดงานเพื่อโปรโมทสินค้า และบริการจัดแคมเปญต่างๆหวังกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น ธุรกิจที่โดดเด่นอยู่ในกลุ่มของ สินค้าอุปโภคบริโภค มือถือ ยานยนต์ ธนาคาร และธุรกิจประกัน ซึ่งในช่วงปลายปีน่าจะได้เห็นภาพรวมของตลาดที่มีความคึกคักและเติบโตมากขึ้น

 

ในส่วนของอินเด็กซ์ฯผลประกอบการครึ่งปีแรก ยอดโตสวนกระแสตลาดภาพรวมของธุรกิจอีเว้นท์สูงถึง 6% เมื่อเทียบกับปี 2018 โดยปีนี้มุ่งให้น้ำหนักกับกลุ่มธุรกิจครีเอทีฟ บิซซิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ (Creative Business Development หรือ CBD) ที่ให้บริการด้านการพัฒนาแบรนดิ้ง และสร้างประสบการณ์พิเศษ สู่การสร้างมูลค่าในรูปแบบของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเทรนด์การทำธุรกิจที่มาแรง และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีการเติบโตสูงที่สุดถึงร้อยละ 178 เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ส่งผลให้ลูกค้าของอินเด็กซ์ฯ มาจากหลากหลายวงการ  เนื่องด้วยความต้องการของลูกค้า ทั้งในส่วนของคอปเปอร์เรท   จากทั้งภาคเอกชน และรัฐบาล ต่างต้องการสิ่งใหม่ๆและมีเอกลักษณ์ให้กับลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของCreativity-added ซึ่ง ณ ปัจจุบัน บริษัทฯมีงานในมือมากกว่า 10 โปรเจค ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มีมูลค่าแบ็คล็อค (Backlog) กว่า 400 ล้านบาท รวมทั้งการจัดเทรดแฟร์ที่บริษัทฯยังคงให้ความสำคัญในการเจาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับและมียอดผู้เข้าชมงานที่ดี ดูจากสัดส่วนของการออกบู้ท มีทั้งเอ็กซิบิเตอร์ที่สนใจมาร่วมงานทั้งไทยและต่างประเทศ

ซึ่งเร็วๆนี้จะมี งานแบงค็อก บิวตี้ โชว์ 2019 (Bangkok Beauty Show 2019) ซึ่งจัดเป็น ปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา   งานเมียนมา ฟู้ด เบฟ (Myanmar FoodBev) งานแสดงสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่ม ควบคู่กับ งานเมียนมา รีเทล ซอสซิ่ง เอ็กซ์โป (Myanmar Retail Sourcing Expo) งานแสดงสินค้ากลุ่มธุรกิจรีเทล รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในร้านค้าอย่างครบวงจร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15-17 สิงหาคม 2562 งานเมียนมา บิวท์ แอนด์ เดคคอว์ (Myanmar Build & Decor) งานแสดงสินค้านวัตกรรม และเทคโนโลยีกลุ่มธุรกิจวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งภายใน จัดขึ้นในวันที่ 3-5 ตุลาคม 2562

ในส่วนของโอน โปรเจ็ค (Own Project) ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือวัดร่องขุ่นไลท์เฟส (Wat Rong Khun Light Fest) จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 22 พฤศจิกายน – 22 ธันวาคม 2562 จะเป็นครั้งแรกกับปรากฏการณ์แสดงโชว์ระบบ  มัลติเดียระดับเวิลด์คลาสที่ทุกคนจะได้สัมผัส รวมทั้งโปรเจ็ค กิโลรัน (KILO RUN) ที่จะจัดขึ้นที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น   ในวันที่ 22 ตุลาคม และเชียงราย ในวันที่ 15 ธันวาคมปีนี้ พร้อมเผยข่าวดีล่าสุดคว้างานใหญ่ระดับเวิลด์คลาสจากกาตาร์ ด้วยงบลงทุนกว่า 120 ล้านบาท ที่ทางอินเด็กซ์ฯ เสนองานชนะบริษัทระดับโลกกว่า 10 ประเทศ พร้อมเดินหน้าบิดงานใหญ่เวิลด์อีเว้นท์อย่าง พืชสวนโลก ฟีฟ่า ยู-20 เวิลด์คัพ 2021 (FIFA U-20 World Cup) และเวิลด์ เอ็กโป

 

นอกจากนี้ได้วางแผนบุกต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ที่เน้นเรื่องคอนเท้นต์ให้มีความเป็นสากล (Universal)  มากขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนของกลุ่มธุรกิจ 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มธุรกิจ ครีเอทีฟ บิซซิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ (Creative Business Development) คิดเป็นร้อยละ 15.7% 2.กลุ่มมาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส (Marketing Service) คิดเป็นร้อยละ79.4% และ3.กลุ่มโอน-โปรเจค (Own-Project) คิดเป็นร้อยละ 4.9 %   มั่นใจสิ้นปี 2562 สามารถปิดยอดตามเป้า 1,800 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน เนื่องด้วยจุดยืนใหม่ที่เราเป็น Creative Business Solutions ที่รองรับงานความคิดสร้างสรรค์ได้ทุกประเภททั้งในประเทศ และต่างประเทศ

Related Articles

Back to top button