‘มอส เบอร์เกอร์’ เปิดตำรารอบใหม่ ชิงตลาดเบอร์เกอร์ หลัง ‘พิธาน องค์โฆษิต’ ถือหุ้นใหญ่
ศึกธุรกิจเบอร์เกอร์ระลอกใหม่กำลังจะปะทุ เพราะหลังจากเก็บตัวเงียบมาพักใหญ่ ล่าสุด ‘พิธาน องค์โฆษิต’ ผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ของ ‘Mos Burger’ ในไทย ได้ประกาศเดินหน้าเต็มกำลัง เพื่อนำเชนร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์นี้ หวนคืนตลาดอีกครั้ง หลังปิดดีลเข้าถือหุ้น 75% ในบริษัท มอส ฟูดส์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

นายพิธาน องค์โฆษิต ประธานบริษัท มอส ฟูดส์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ได้เข้าซื้อหุ้น 75% ในบริษัท มอส ฟูดส์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการร้านฟาสต์ฟู้ดสัญชาติญี่ปุ่น มอส เบอร์เกอร์ ในประเทศไทย พร้อททั้งเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 200 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 6 ล้านบาทและมีบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
การเข้าซื้อกิจการดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า มอส เบอร์เกอร์ (Mos Burger) เป็นแบรนด์ร้านอาหารฟาส์ต์ฟู้ดชั้นนำที่ประสบความสำเร็จอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น และยังประสบความสำเร็จในอีกหลาย ๆ ประเทศ โดยปัจจุบันได้ขยายสาขาไปในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ จีน เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และไทย
สำหรับประเทศไทย มอส เบอร์เกอร์ ได้เข้ามาเปิดตัวครั้งแรกที่เซ็นทรัล เวิลด์ ในปี 2550 ซึ่งได้รับกระแสการตอบรับที่ดีพอสมควร ซึ่งการร่วมธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์มอส เบอร์เกอร์เพิ่มขึ้น

สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ จะขยายสาขาเพิ่มจำนวน 6 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 8 สาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า สุขุมวิท เซ็นทรัลพลาซ่า บางนา เซ็นทรัล พระราม 3 เอ็มโพเรียม ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และเทอมินอล 21 (อโศก)
นอกจากนี้ยังวางเป้าหมายที่จะขยายสาขาเพิ่มอีกปีละ 9 สาขาทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ยังได้ปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยเน้นการทำออนไลน์ ดิลิเวอรี่ ซึ่งจะมีการทำโปรโมชั่นร่วมกับผู้ให้บริการดิลิเวอรี่ต่าง ๆ และจัดทำโปรโมชั่นส่งเสริมการตลาดอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย 500 ล้านบาทใน 4 ปี
“มอส เบอร์เกอร์ เป็นธุรกิจที่น่าจับตามองและมีโอกาสที่สามารถเติบโตได้ เนื่องจากแบรนด์มีจุดแข็งในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพอาหารและรสชาติที่เป็นญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ซึ่งตรงกับความชอบของคนไทยที่ชื่นชอบรสชาติของอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว เมื่อนำกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะกับคนไทยเข้ามาเสริม มอสเบอร์เกอร์ ก็จะสามารถเติบโตและกลายเป็นคู่แข่งลำดับต้น ๆ ในตลาดอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทยได้ในอนาคต”นายพิธานกล่าว

ดังนั้นสิ่งที่เราจะนำเข้าไปเสริม จะเป็นในเรื่องของการบริหารการจัดการ และช่วยคิดเมนูใหม่ ๆ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของคนไทย สำหรับมอส เบอร์เกอร์ ญี่ปุ่น ยังคงดูแลในเรื่องของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก ทั้งคุณภาพอาหารและวัตถุดิบยังคงเป็นไปตามมาตรฐานของแบรนด์ดังเดิม
นอกจากนี้ มอส เบอร์เกอร์ ยังได้เปิดตัวเมนูใหม่ล่าสุด “ฟูจิยามะ เบอร์เกอร์” (Fujiyama Burger) เบอร์เกอร์สุกี้เนื้อและไข่ออนเซ็น ต้นตำรับความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ในราคา 109 บาท ซึ่งเป็นการตอกย้ำเอกลักษณ์ของแบรนด์มอส เบอร์เกอร์ ที่เน้นรสชาติความเป็นญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใคร และคุณภาพอาหารที่พิถีพิถันในการผลิตทุกเมนู
อย่างไรก็ตาม การชิงเค้กในตลาดเบอร์เกอร์เมืองไทยของ มอส เบอร์เกอร์ ครั้งนี้ คงไม่ง่ายนัก เพราะตลาดเบอร์เกอร์ นอกจากมี 2 ผู้เล่นหลักและเป็นยักษ์ใหญ่ทั้งคู่ นั่นคือ ‘แมคโดนัลด์’ และ ‘เบอร์เกอร์คิง’ แล้ว ยังมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งจากตลาดอื่น อย่าง ‘เคเอฟซี’ ก็พยายามเข้ามาชิงแชร์ในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน โดยต่างฝ่ายต่างงัดทุกกลยุทธ์ออกมาสู้กันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็น การเร่งขยายสาขา , การออกโปรดักท์และทำการตลาดแบบ Localization เอาใจคนไทย , การทำโปรโมชั่น และ Pricing
เรียกได้ว่า การกลับมาบุกอีกครั้งของ Mos Burger ต้องเหนื่อยหน่อยแน่นอน

รู้จัก ‘Mos Burger’ ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังจากญี่ปุ่น
– Mos Burger มี ‘ซากุระดะ ซาโตชิ’ เป็นผู้ก่อตั้ง โดยจุดเด่น คือ การเน้นวัตถุดิบที่มีความสดใหม่จากธรรมชาติ และเน้นการปรุงเบอร์เกอร์แบบชิ้นต่อชิ้น ไม่ปรุงเตรียมไว้ล่วงหน้า
– สาขาแรกเปิดให้บริการในปี 1972 ณ เมืองนาริมาซึ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่น
– ปี 1991 ได้เปิดสาขาแรกในต่างประเทศที่ไต้หวัน จากนั้นได้ขยายสู่ประเทศอื่น ๆ ได้แก่ สิงคโปร์ , ฮ่องกง เกาหลีใต้ , จีน , อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย รวมถึงไทย
– สำหรับไทย Mos Burger เข้ามาเปิดสาขาแรกในปี 2007 ที่เซ็นทรัลเวิล์ด เดิมที ‘บริษัท เอเชียน ฟู๊ด เน็ทเวิร์ค แอนด์ โฮลดิ้ง จำกัด’ และ ‘บริษัท แบงคอก อินเตอร์ ฟู๊ด จำกัด’ ได้รับสิทธิ์บริหารร้าน
– ในปี 2016 ทาง ‘มอส ฟูดส์ เซอร์วิสเซส อิงค์’ บริษัทแม่จากญี่ปุ่นได้ยกเลิกสัญญากับทั้งสองบริษัท ก่อนจะขายหุ้นให้กับบริษัท มอส ฟูดส์ เซอร์วิสเซล(ประเทศไทย) จำกัด


