พนักงานหน้าร้านโล่งอก! เงินสดอัตโนมัติ “CASH INFINITY”ตอบโจทย์ธุรกิจค้าปลีกยุคดิจิทัล
นับวันพัฒนาการของธุรกิจค้าปลีกยิ่งมีวิวัฒนาการล้ำสมัยกว่าแต่ก่อนมากมาย เนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างสูงสุด ท่ามกลางการแข่งขันอันร้อนแรงของธุรกิจค้าปลีกในสมรภูมิที่กำลังถูกออนไลน์เข้ามาช่วงชิง การอำนวยความสะดวกทุกช่องทาง
ครีเอตุส คอร์โปเรชั่น ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมและโซลูชั่นที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกมากว่า 40 ปี สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกของประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “CASH INFINITY” (CI) ระบบบริหารจัดการเงินสดอัตโนมัติ จาก Glory บริษัทผู้ผลิตนวัตกรรมการจัดการเงินสดแบบครบวงจรกว่า 100 ปี จากประเทศญี่ปุ่น ต่อยอดธุรกิจให้เติบโตทันโลกยุคดิจิทัล ภายในงาน “ASEAN RETAIL 2019 EXHIBITION”
ไตรนุภาพ จิระไตรธาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) บริษัท ครีเอตุส คอร์โปเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายในการผลักดันโซลูชั่นใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าปลีกให้กับผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกในไทยได้เล็งเห็น และสามารถนำไปต่อยอด พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจของตัวเองได้ จึงได้เลือกสรรนวัตกรรมที่ดีที่สุดทั้งยังตอบโจทย์ผู้บริโภค ด้วยระบบ CASH INFINITY (CI) จาก Glory บริษัทชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น โดยตัวเครื่องมีตั้งแต่รุ่นเล็ก CI-10 , CI-50, จนไปถึงรุ่นใหญ่ CI-100 เป็นระบบบริหารจัดการเงินสดอัตโนมัติ สามารถรองรับเงินสดและเหรียญได้ทุกชนิดราคา รวมถึงการทอนเงิน ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับกับธุรกิจที่หลากหลาย โดยเป็นธุรกิจที่ต้องมีเงินสดเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก สามารถรองรับกับขนาดความจุเงินสดได้มากกว่าปกติ และออกแบบมาให้เหมาะกับธุรกิจในประเทศไทยโดยเฉพาะ

ระบบ CI นี้ มีจุดเด่นอยู่ที่เป็นตัวสำคัญในการช่วยบริหารจัดการเงินสดของร้านค้าปลีกทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ไม่ให้เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวกับผู้ค้าปลีกอีกต่อไป โดยสามารถลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินสดและบุคลากรหน้าร้านได้อย่างเต็มที่ พร้อมเพิ่มความสามารถในการขยายสาขาอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการช่วยให้พนักงานสามารถให้บริการกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“ปัญหาที่ผู้บริหารพบในปัจจุบัน คือ พนักงานหน้าร้านต้องเป็นคนรับผิดชอบเงินสดจำนวนมาก บวกกับถ้าเจอร้านค้าที่ขายดีๆ พนักงานก็จะมีความกดดันอย่างหนัก เวลามีลูกค้ารอคิวยาว ทำให้พนักงานอยู่ในภาวะตึงเครียดตลอดเวลา ว่าจะทอนเงินผิดไหม เพราะถ้าเกิดความผิดพลาดในช่วงเวลาที่ทำงานอยู่ พนักงานเหล่านั้นก็ต้องรับผิดชอบจากกระเป๋าเงินตัวเอง” ไตรนุภาพ กล่าว

นอกจากนี้ เมื่อจบวันการทำงาน ถ้ามี Supervisor ก็ต้องมีการนับเงินที่ซ้ำซ้อน แต่ถ้าไม่มี เจ้าของร้านก็ต้องเป็นผู้ทำหน้าที่นับเงินเอง และกระทบยอดกับระบบ POS ซึ่งเป็นการเสียเวลาอย่างมาก และหากมีการทำงานหลายกะ บวกกับต้องมานั่งแยกชนิดราคาเงิน และเตรียมเงินทอนสำหรับวันต่อไปให้กับพนักงานหน้าร้าน ทั้งยังมีปัญหาการได้รับแบงค์ปลอมอีกด้วย
ดังนั้น Solution CI นี้ จึงช่วยตอบโจทย์การลดภาระเรื่องการจัดการเงินสดออกจากพนักงานหน้าร้านได้ ให้พนักงานสามารถโฟกัสไปที่เรื่องการให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาธุรกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนเรื่องเงินก็ปล่อยให้ระบบ CI จัดการแทน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญสุดที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างมาก คือเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย เพราะมีระบบล็อกถึง 3 ชั้น คือ ล็อกด้วยระบบ Software และล็อกด้วย ระบบ Hardware อีก 2 ชั้น จึงทำให้การเข้าถึงเงินสด ไม่สามารถทำได้โดยง่าย
นอกจากนี้ ภายในงาน ยังจะได้พบกับนวัตกรรม “Food court card issuing kiosk” หรือ “Cgroup Kiosk” ที่มีรูปแบบเป็นตู้คีออสจ่ายและคืนบัตรซื้ออาหารอัตโนมัติ ที่ศูนย์อาหารหรือฟู้ดคอร์ทสามารถนำไปติดตั้ง เพื่อให้ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถใช้เงินสดแลกซื้อบัตรศูนย์อาหารได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปแลกกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ในรูปแบบเดิม และยังมีนวัตกรรม “Self Ordering” ซึ่งเป็นระบบที่ให้บริการหน้าร้านค้า ที่ลูกค้าสามารถทำคำสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินได้ด้วยตัวเอง โดยพนักงานร้านค้ามีหน้าที่นำหรือผลิตสินค้าตามที่ลูกค้าต้องการ และส่งมอบให้กับลูกค้าเท่านั้น สามารถใช้ได้กับร้านค้าทุกประเภท เช่น ร้านอาหาร หรือร้านเครื่องดื่มต่างๆ มีจุดเด่นอยู่ที่ พนักงานจะค่อยทำหน้าที่ให้บริการอย่างเดียว ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินและเมื่อหมดวันก็จะมีรายงานตัวเลขยอดขายให้เจ้าของร้านค้าทราบ

รวมถึงการพัฒนา Solution ที่ต่อเนื่อง ให้กลายเป็นนวัตกรรม Unmanned Store หรือ ร้านค้าปลอดพนักงาน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าสามารถเดินเลือกสินค้าและชำระเงินได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีพนักงานเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงสามารถลดต้นทุนด้านพนักงานลงไปได้ รวมถึงมีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีสแกนใบหน้ามาใช้ด้วย
สำหรับนวัตกรรมที่บริษัทฯ นำมาเสนอในงานครั้งนี้ มั่นใจว่าจะช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกในไทยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจของตนได้ โดยบริษัทฯ ยังพร้อมเป็นพันธมิตรและให้คำปรึกษากับลูกค้าทุกราย ด้วยจุดเด่นที่สามารถให้บริการหลังการขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
“เป้าหมายของเรา คือ ต้องการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย และยกระดับให้ไทยเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้นและให้พนักงานสามารถทำหน้าที่ ให้บริการได้อย่างดีเลิศ ตอบโจทย์สังคมยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ” ไตรนุภาพ กล่าว
ครีเอตุส คอร์โปเรชั่น ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมและโซลูชั่นที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกมากว่า 40 ปี โดยมีที่ปรึกษามืออาชีพด้วยประสบการณ์การฝึกอบรมจากทั่วโลก เข้าใจถึงปัญหาและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงมีบริการหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็น การเทรนนิ่งผลิตภัณฑ์พื้นฐานไปจนถึงการบริการตรวจเช็คซ่อมแซม โดยครอบคลุมพื้นที่บริการทั่วประเทศ เข้าถึงพื้นที่กรุงเทพฯ ภายใน 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ครีเอตุส คอร์โปเรชั่น ยังเป็นผู้นำเข้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์จาก Glory บริษัทผู้ผลิตนวัตกรรมการจัดการเงินสดแบบครบวงจรกว่า 100 ปีจากประเทศญี่ปุ่น โดยให้บริการกับธนาคารและสถาบันทางการเงินกว่า 80% ในประเทศไทย



