โพลชี้ วันแม่ปีนี้ใช้จ่ายต่ำสุดในรอบ 10 ปี
อย่างไรก็ตาม น่าแปลกใจที่การใช้จ่ายในช่วงวันแม่ปีนี้ขยายตัวต่ำ เนื่องจากไม่มีสถานการณ์อะไรรุนแรง หากเทียบกับปี 2558 ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ หรือชัดดาวน์กรุงเทพฯ และการเมืองก็ผ่านการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความกังวลเรื่องความปลอดภัยและเศรษฐกิจ จึงไม่มีใครอยากจับจ่าย สะท้อนชัดเจนว่าเศรษฐกิจมีสัญญาณที่ไม่ดีจริงๆ
ทั้งนี้ หากรัฐบาล ยังไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจามแผนที่วางไว้ 100,000 ล้านบาท ทั้งการประกันรายได้ เพิ่มรายได้ให้ภาคการเกษตรได้ การเดินหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และเดินหน้าโครงการเมกกะโปรเจค ต่างๆ จะส่งผลกระทบกับรายได้ของประชาชน มีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับมีปัญหาภัยแล้ง จึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวยาวไปจนถึงไตรมาสที่ 4 และมีโอกาสขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ 3 หรือเฉลี่ยอยู่ในกรอบที่ร้อยละ 2.9-3.2 มากขึ้น จากคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ 3.2 – 3.5
อย่างไรก็ตาม มองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ร้อยละ 0.25 นั้น ยังสามารถปรับลดลงได้อีก ตามนโยบายผ่อนคลายทางการเงินที่หลายประเทศเริ่มใช้ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้านี้ .

นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนก.ค. 2562 อยู่ที่ 75.0 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน นับตั้งแต่เดือนต.ค.2560 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจปรับตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ214 เดือนหรือ 17 ปี 10 เดือน และดัชนีเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 63 เดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2557
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่อง มาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ปัญหาสงครามการค้า สถานการณ์การเมือง การส่งออกที่ลดลง ราคาพืชผลทางการเกษตร ความกังวลเกี่ยวกับภัยแล้ง เหตุการณ์ระเบิดที่กทม.




