Biznews

ส่องรายได้ ธุรกิจดารา “พีช พชร” เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ “Potato Corner”

เมื่อเอ่ยชื่อพีช หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นลูกชายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ และเป็นหลานของนายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารเครือเซ็นทรัล

“พีช-พชร จิราธิวัฒน์” ได้สร้างชื่อเสียงให้รู้จักในวงการบันเทิงอย่างมากทั้งด้านภาพยนตร์ ซีรีย์วัยรุ่น และละคร ซึ่งในตอนนี้เขาได้สวมบทบาทเป็นนักธุรกิจอีกด้วย โดยเป็นการร่วมหุ้นกันภายในกลุ่มเพื่อนและช่วยกันดูแลร้าน “Potato Corner” ร้านขายมันฝรั่งทอดที่นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจดาราที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดี
 
Potato Corner เริ่มต้นครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ในรูปแบบของคีออสก์เคลื่อนที่ได้ ต่อมาด้วยรสชาติและคุณภาพสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ทำให้สามารถขยายสาขาได้มากถึง 70 สาขาทั่วประเทศ หลังจากนั้นได้มีการพัฒนามาเป็นรูปแบบของแฟรนไชส์ซึ่งนอกจากในฟิลิปปินส์แล้วยังมีสาขาทั้งในสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ปานามา ออสเตรเลีย รวมกว่า 600 สาขาทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยที่ซื้อแฟรนไชส์มาโดยคุณพีช ที่เขาได้ทานมันฝรั่งทอดของแบรนด์นี้ในต่างประเทศแล้วประทับใจจึงนำเข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย
ร้าน Potato Corner สาขาประเทศไทยตั้งอยู่ที่เซ็นทรัล เวิลด์  มีให้ลูกค้าเลือกถึง 4 รสชาติ ได้แก่ รสชีส รสบาร์บีคิว รสชิลลี่บาร์บีคิว และรสซาวครีม ลูกค้าสามารถเลือกไซส์ถ้วยได้ตามต้องการ โดยถ้วยเล็กสุดนั้นเหมาะกับการทานคนเดียว ส่วนถ้วยอื่นๆที่มีขนาดใหญ่ขึ้นก็เหมาะกับการทานด้วยกันเป็นกลุ่มมากกว่า
 
ในฐานะทายาทเจ้าของธุรกิจนอกจากคุณภาพสินค้าจะเป็นที่ยอมรับแล้ว การตลาดเองก็มีส่วนช่วยในการโฆษณาประชาสัมพันธ์แบรนด์อย่างมาก โดยในวันแรกที่เขาได้เปิดร้านนั้นมีการแจกมันฝรั่งฟรี 1,000 ถ้วยเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองชิมสินค้าและเมื่อประทับใจก็จะซื้อซ้ำโดยอัตโนมัติ รวมทั้งการใช้ช่องทางออนไลน์ในการโฆษณาร้านซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง
 
“Potato Corner” จำหน่ายเฟรนช์ฟรายปรุงรสที่หลายคนชื่นชอบ แม้แบรนด์จะมีอายุ 2-3 ปี แต่ก็ทำรายได้ไม่เลวเลยทีเดียว
 
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า แบรนด์ Potato Corner ถูกจดชื่อในนามบริษัท ร็อคส์ พีซี จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 โดยมีนายพชร จิราธิวัฒน์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ดำเนินธุรกิจการบริการด้านอาหารในภัตตาคาร และร้านอาหาร ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท
 
โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้
 
ปี 2559 รายได้ 8.6 ล้านบาท ขาดทุน 283,625 บาท
ปี 2560 รายได้ 83 ล้านบาท กำไร 2.1 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 170 ล้านบาท ขาดทุน 5.1 ล้านบาท

Related Articles

Back to top button