มีนัดกับหมอ (ตอนที่4)
มีนัดกับหมอ (ตอนที่4)
โดย ธนก บังผล
ค่าเม็ดเลือดขาวในช่วงแรกของการตรวจร่างกายมีปริมาณที่สูงเกือบเท่าตัวของค่าปกติ และเป็นเพราะเม็ดเลือดขาวสูงจึงทำให้การรักษาเป็นไปด้วยความระมัดระวัง ผมถูกเจาะเลือดถึง 5 ครั้งในเดือนเดียวเพื่อเฝ้าระวังค่าต่างๆมากมาย
บ่ายวันหนึ่งผมมีนัดพบกับคุณหมอปาริชาติ สาลี ที่อาคารศรีพัฒน์ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ให้ยาผ่านไป 1 สัปดาห์คุณหมอบอกับผมว่าค่าเม็ดเลือดขาวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“การที่เม็ดเลือดขาวสูงทำให้ร่างกายอักเสบ เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมถึงมีผื่นขึ้นและบวมแดงมาก” คุณหมอเหมือนจะให้ความรู้เป็นนัยๆ
ก่อนหน้านี้ ช่วงเดือนมีนาคม 2560 นอกจากเส้นผมบนหนังศีรษะจะหลุดร่วงและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆแล้ว ผมรู้สึกถึงอาการผิดปกติที่ผิวหน้า โดยเฉพาะบริเวณหนังตา โหนกแก้มและใบหูที่แห้งและเหมือนจะลอกเป็นสะเก็ด ใบหูทั้ง 2 ข้างเหมือนจะเป็นหนักที่สุด คืนหนึ่งระหว่างเดินทางโดยรถทัวร์ลงมายัง กทม. ผมเอามือลูบไปที่ใบหูรู้สึกถึงการลอกและสาก เมื่อบี้ใบหูเบาๆก็จะมีน้ำเหนียวๆซึมออกมา
เหมือนอาการอย่างนี้จะเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ผมใช้วิธีนำเปลือกกล้วยสุกมาทาตามใบหน้าซึ่งไม่นานนักก็หาย แต่คราวนี้ผมไม่ได้เอะใจอะไร ยังคงดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง
คืนหนึ่งก่อนจะเดินทางจาก กทม.ไป จ.บุรีรัมย์ หน้าผมเริ่มยับ เป็นปื้นขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยผมได้ถ่ายรูปกับเพื่อนถึงได้เห็น แต่ก็ยังไม่เอะใจอะไร นึกว่าคงจะดื่มมากไปและพักผ่อนน้อย จึงทำให้หน้าบวม
ระหว่างที่ไป จ.บุรีรัมย์ 2 วันก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งกลับมา กทม. ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วพบว่าหน้าบวมเป็นปื้นหนาๆ ตาทั้ง2 เกือบปิด ในขณะที่มีผื่นขึ้นตามแขนและลำตัว แม่ค้าในกองปราบนำผ้าขนหนูมาต้มกับน้ำร้อนให้ผมประคบหน้า ผมมองลงไปในน้ำร้อนหลังเอาผ้าผืนนั้นจุ่มลงไปเพื่อนำมาประคบอีกครั้ง ปรากฏว่ามีคราบน้ำมันลอยบนน้ำร้อนจากใบหน้าที่ถูกความร้อนซึมซับออกไป เป็นภาพที่ผมค่อนข้างจะวิตกอยู่พอสมควร
กว่าจะพาตัวเองไปหาหมอได้ก็ใช้เวลาอีก 2 วัน เพราะเห็นว่าปล่อยไว้คงไม่หายง่ายๆแน่ คืนนั้นผมถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านโชคชัย 4 ในเวลาประมาณ 5 ทุ่ม รอลงทะเบียนทำบัตร รอคิว กว่าจะเจอหมอก็ปาเข้าไปเกือบ 5 ทุ่มครึ่ง
“พี่ไปทานอะไรหรือว่าสัมผัสกับสารเคมีที่ไม่เคยใช้มาก่อนหรือเปล่า” คุณหมอยังสาวและน่ารักเรียกแทนผมว่าพี่แทนคำว่าคนไข้ เธอวินิจฉัยไปตามสิ่งที่เห็นและได้ซักถามผมก่อนจะให้ผมออกไปรอ
เกือบเที่ยงคืนพยาบาลเรียกชื่อผมให้เข้าไปยังห้องฉุกเฉินเพื่อฉีดยา ระหว่างนั้นผมสอบถามกับเจ้าหน้าที่ขอทำเรื่องแอดมิดนอนโรงพยาบาล
นึกถึงภาพผมนอนอยู่บนเตียง แล้วมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าหมอค่าห้องค่ายา ฯลฯ 1 คืนนั้น สนนราคาอยู่ที่ 12,000 บาท โดยประมาณ แต่ในกระเป๋าผมมีอยู่แค่ 1,000 บาทเท่านั้น ผมจึงปฏิเสธไป ในขณะที่พยาบาลเดินมาฉีดยาและให้ผมนอนพักประมาณ 30 นาที เพื่อดูว่าอาการผื่นคันและบวมจะลดลงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผลสรุปคืนนั้นผมก็ได้เข้าไปนอนห้องพิเศษ ในโรงพยาบาลแห่งนั้น ทันทีที่พยาบาลได้รับแจ้งว่าผมจะนอนก็มีการเจาะหลังมือเพื่อใส่น้ำเกลือ ให้นั่งบนรถเข็น มีคนเข็นไปยังห้องพักอย่างดี ก่อนที่พยาบาลคนสวยจะเดินเข้ามาพร้อมกับปิดม่าน
“ถอดเสื้อผ้าเลยค่ะ” เธอพูดพลางสบตากับผมพร้อมพยักหน้าทำนองว่าถอดเลยอย่ารีรอไม่ต้องอาย
ช่วงเวลาที่แสนจะอธิบายยากนั้นผ่านพ้นไป ผมเหลือบตามองนาฬิกาบอกเวลา ตี 2 จึงได้นอนพักในห้องที่แอร์เย็นเฉียบแห่งนั้น
พอเคลิ้มๆจากฤทธิ์ยาได้ไม่นาน พยาบาลเข้ามาปลุกผมให้ทานยานอนหลับ ผมเหลือบมองนาฬิกาอีกที …ตี 4 พลางคิดในใจจะปลุกเพื่ออะไร

ทานยานอนพักได้ไม่นาน เสียงเปิดประตูพร้อมกับความรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาหลายคนทำให้ผมลืมตาขึ้นมาดูว่าเป็นใคร
“อรุณสวัสดิ์ครับ คนไข้เป็นอย่างไรบ้าง” ผมมองนาฬิกา 6 โมงเช้า คุณหมอก็เข้ามาทักทายแล้ว พูดคุยกัน 2-3 คำก็ออกไป
แล้วหลังจากนั้น 7 โมง,8โมง และ 9 โมง มีการเปลี่ยนคุณหมอเข้ามาทักทายไม่ซ้ำหน้าเพื่อปลุกผมขึ้นมาถามซ้ำๆว่าเป็นอย่างไร บางท่านขอให้เปิดเสื้อดูผื่นพอเป็นพิธี แล้วบอกว่าสายๆก็กลับบ้านได้
10 โมง เจ้าหน้าที่ถือแฟ้มเข้ามาทักทาย สอบถามการบริการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายทั้งหมด ว่าจะต้องจ่ายแบบไหน อย่างไร
“มีอะไรให้เราปรับปรุงการบริการหรือเปล่าคะ คนไข้สามารถแนะนำได้เลยนะคะ” เสียงหวานๆของเธอพูดพลางส่งยิ้มให้
“มากันบ่อยจังเลยนะครับ ผมแทบไม่ได้นอนเลย” ผมตอบไปตรงๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆข่มความไม่พอใจไว้เล็กน้อย
เจ้าหน้าที่สาวหน้าเสียกล่าวคำขอบคุณแล้วเดินออกไปทันที โดยหลังจากนั้นมีพยาบาลเดินมาดึงสายน้ำเกลือออกจากขวด
ผมนอนฟังเสียงฟ้าคำรามโครมครามบรรยากาศภายนอกฝนตก ส่วนข้างในก็เร่งรัดให้จ่ายเงิน ให้รีบออกโรงพยาบาล โดยสายน้ำเกลือที่แขนมีเลือดไหลเข้าไปแทน จึงกดเรียกพยาบาลเข้ามา ปรากฏว่าเธอฉีดเลือดนั้นกลับเข้าไปในร่างกาย อารมณ์ผมขณะนั้นเหมือนคนที่ฉีดเฮโรอีนเข้าเส้นเลือด มันวูบๆวาบๆที่หลังมือระหว่างน้ำเกลือและเลือดถูกฉีดอัดเข้าไป
ผมออกจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้นในตอนบ่ายโมงพร้อมกับฝนที่กระหน่ำลงมาไม่หยุด มียาทานและยาทามากมายติดกลับมา
โดยยาเกือบทั้งหมดนั้นล้วนมีสารสเตียรอยด์ทั้งสิ้น ระหว่างนั้นผมทานและทาอยู่ประมาณ 3-4 วัน ก่อนจะกลับมาพบหมอที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งหลังจากนั้นผมก็ไม่แตะยาเหล่านั้นอีกเลย
ยาทานั้นเร่งให้หน้าที่บวมยุบอย่างสุดทรมาน ยาทานที่กินแล้วไม่รู้สึกว่าผื่นจะลดลง จนทำให้ท้อ และเพราะสารสเตียรอยด์นั้นเองที่ทำให้ค่าเม็ดเลือดขาวผมสูงมาก
ปริมาณค่าเม็ดเลือดขาวสูงจนร่างกายเกิดการอักเสบเป็นผื่น ซึ่งนั่นอาจจะมาจากการที่ช่วงนั้นผมป่วยจากเม็ดเลือดขาวที่สูงมากอยู่แล้วก็เป็นได้ เมื่อรับยาสเตียรอยด์เข้าไปอีกจึงไม่มีทีท่าว่าผื่นบวมจะลดลง
ผมเชื่อว่าการใช้ชีวิตที่หนักๆ การดื่มในปริมาณมากติดต่อกัน ทำให้ร่างกายต่อต้านอย่างรุนแรง เริ่มตั้งแต่หน้าและใบหูลอก ก่อนจะบวม และมีผื่นคันขึ้นเต็มตัว
แม้ว่าต่อมาผมจะกลับมาดื่มได้แต่ก็ค่อนข้างผวา พยายามควบคุมในจำนวนที่พอเหมาะ เพราะแม้ว่าจะหมดจากเม็ดเลือดขาวสูงแล้ว ก็ยังมีตับที่พร้อมจะอักเสบตามมาอีกอาการหนึ่งหากกลับไปดื่มหนักเหมือนเดิม