BiznewsReal Estate

เปิดใจเจ้าถิ่น ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล แห่ง “มารวย” ในวันที่บิ๊กเนมเหยียบจมูก

พลันที่รัฐบาลประกาศโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ปี่กลองในภาคส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่างดังเซ็งแซ่รับมาตรการที่คาดว่าจะมาช่วยฉุดให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวโตวันโตคืน โดยเฉพาะภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับบิ๊กเนมจากเมืองกรุงประกาศกรีฑาทัพบุกประชิดจังหวัดต่างๆ  ที่เห็นภาพชัดเจนคือจังหวัดฉะเชิงเทรา หนึ่งในจังหวัดยุทธศาสตร์สู่อีอีซี

บรรดาผู้ประกอบการที่แห่แหนร่วมวงบุกเมืองฉะเชิงเทราล้วนดีกรีไม่ธรรมดา ไล่มาตั้งแต่ลลิล พร็อพเพอร์ตี้  ที่เตรียมเปิดตัวโครงการในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง

ตามด้วยค่ายพฤกษา ที่มีกลยุทธ์พัฒนาโครงการในต่างจังหวัด โดยจะเปิดตัวโครงการในโซนอีอีซีทั้งสิ้น 18 โครงการ ภายในปี 2563 คิดเป็น มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท รองรับความต้องการ ที่อยู่อาศัยของแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมและคนในพื้นที่ที่มีระดับกำลังซื้อตั้งแต่ 1.6-2 ล้านบาทต่อหน่วย ในรูปแบบโครงการขนาดใหญ่ “พฤกษา อเวนิว” ที่มีสินค้าที่หลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม

รวมทั้งค่ายสีส้มอย่าง “ออริจิ้น” ที่ประกาศทุ่มหมื่นล้าน ผุดเมืองดิจิทัลในพื้นที่แหลมฉบัง โดยการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส Origin Smart District Rayong

นอกจากนี้ ออริจิ้น ยังเตรียมงบลงทุน 6,000 ล้านบาทลุยตลาดบ้านแนวราบภายใต้แบรนด์บริทาเนียเจาะลูกค้าทุกกลุ่ม เริ่มตั้งแต่ทาวน์โฮม  บ้านแฝดไปถึงบริทาเนียแกรนด์ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวเจาะลูกค้าระดับพรีเมียมราคาหลังละ 8-10 ล้านบาท   และบริทาเนียวิลล่าราคาเริ่มต้น 18-30 ล้านบาท

ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการแบ่งเป็นพื้นที่ในกรุงเทพ 2 โครงการ  แบ่งเป็นโครงการบริทิเนียวิลล่าจะเปิดไตรมาส 4 ปีนี้ และบ้านเดี่ยวบริทาเนียบางนา- สุวรรณภูมิ  ส่วนที่เหลืออีก 2 โครงการจะเปิดในเขตพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี จะเป็นโครงการที่อยู่ในจ.ฉะเชิงเทรา   เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมีการเติบโตของเมืองและอุตสาหกรรมอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ  และอีกโครงการจะเปิดที่จ.ชลบุรี

เมื่อเหล่าบิ๊กเนมมาเยือนถึงถิ่น  มีหรือเจ้าถิ่นสุดเก๋าจะยอมพ่ายแพ้  เพราะเมื่อเอ่ยถึงอสังหารมิทรัพย์ฉะเชิงเทราต้องยกให้กับ มารวย อสังหาหน้าเก่าแต่เก๋าเกมเพราะอยู่มากว่า 30 ปีแล้วจึงรู้ไส้รู้พุงชาวฉะเชิงเทราเป็นอย่างดีก็ว่าได้ ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จก็ไม่ใช่ใครที่ไหน   “ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ “บ้านมารวย”

ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล  ในฐานะเจน 2 ของมารวย  ยืดอกแมนๆ  ยอมรับว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่รายใหญ่ๆ  เข้ามาบุกเมืองฉะเชิงเทราเพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่น่าสนใจมาแต่เดิมแล้วก่อนที่จะประกาศอีอีซี ซึ่งทางมารวยก็เตรียมแผนการรองรับไว้บ้างแล้ว ทั้งการเตรียมเปิดโครงการบ้านหรู ระดับเกิน 5 ล้านบาท จากปรกติมารวยจับกลุ่ม 3-5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของรายใหญ่ ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้การแข่งขันคึกคักมากขึ้น ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย ส่วนจะชอบแบรนด์ไหนนั้นขึ้นยอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งแต่ละแบรนด์ที่เข้ามาส่วนใหญ่จับกลุ่มพรีเมียมส่งผลดีทำให้มารวยพลอยขยับราคาตามไปด้วย

ส่วนคู่แข่งขันที่เข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดนั้น ดร.สืบวงษ์ บอกว่า ไม่กังวล เพราะปัจจุบัน มารวยฯมีที่ดินสะสมรอการพัฒนาอีกมาก ทำให้มีต้นทุนและได้เปรียบกว่าคู่แข่งขันที่จะต้องหาซื้อที่ดินในราคาที่สูง ต้องขยับราคาพัฒนาโครงการและเป็นจังหวะทำให้มารวยฯปรับราคาขึ้นได้เช่นกัน ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า ปัจจุบันที่ดินติดถนนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 8-10 ล้านบาทต่อไร่ ในซอยเมื่อ 3-5 ปีที่ผ่านมาราคา 2-3 ล้านบาท เพิ่มเป็น 4-5 ล้านบาทต่อไร่ หรือแม้แต่ที่ดินตาบอดเสนอขาย 1-2 ล้านบาทต่อไร่


สำหรับสถานการณ์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราในปีนี้ ดร.สืบวงษ์ คาดว่าเติบโตไม่มากนัก โดยคาดว่ามีการขยายตัวเพียง 5-10% เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่อีอีซี และเป็นจังหวัดที่มีโครงการที่อยู่อาศัยติดอันดับขายที่ดีสุดโดยมีจำนวนโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย จำนวน 66 โครงการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างขาย เพียง 51 โครงการเท่านั้น โดยในจำนวน 66 โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน 14,310 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 40,784 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทาน ในตลาด 5,107 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 13,729 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 63 โครงการ มูลค่า 39,476 ล้านบาท อาคารชุด 3 โครงการ มูลค่า 361 ล้านบาท

นอกจากนี้จากการสำรวจของบริษัทพบว่าในปีนี้มีบริษัทรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 3-4 ราย ซึ่งเข้ามาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ อาทิ  บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน) , บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน  และล่าสุด บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ และที่กำลังจะเข้ามาพัฒนาในเร็วๆ นี้ คือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ดร.สืบวงษ์ กล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า การเพิ่มขึ้นของซัพพลายจำนวนมาก อาจเป็นมุมมองของผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุน เพื่อรองรับผลอานิสงส์จากอีอีซี แต่ในความเป็นจริงแล้ว จากประสบการณ์ที่บุกเบิกตลาดอสังหาฯในภาคตะวันออก ทำให้เข้าใจสภาพตลาดอสังหาฯในจังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากกำลังซื้อส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ ทำงานอยู่ในบริเวณนี้ ทำให้ตัวเลขเติบโตจะไม่สูงเพียง 5-10%

“เรามองว่า ในอนาคตฉะเชิงเทราจะมีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นการเติบโตจากการลงทุนในอดีตในสมัยยุคน้าชาติ (พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ) กับโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด มีท่าเรือน้ำลึก มีสนามบิน มีการลงทุนโครงสร้างต่างๆ รอมาก่อนแล้ว ที่ดินแถวนี้ สูงกว่าโซนบางน้ำถึง 4 เมตร ทำให้น้ำไม่ท่วม จึงเกิดความเจริญเติบโตขึ้นมา ส่วนนโยบายอีอีซี เป็นเรื่องผลพลอยได้ให้กับจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งปัจจุบัน อีอีซี ยังไม่ได้ดึงดูดนักลงทุนเข้ามามากนัก เป็นเรื่องของกระดาษ นั่นหมายความว่า แรงงานก็ยังไม่ตามมา กำลังซื้อจึงไม่เพียงพอรองรับจำนวนโครงการที่เปิดตัว อาจส่งผลให้เกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญ รัฐบาลต้องจูงใจนักลงทุนเข้ามา เพื่อให้มีโอกาสมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม และกัมพูชา”

อย่างไรก็ตามในปีนี้ ปิดยอดขายของโครงการบ้านมารวยโสธร 4 ไปกว่า 80%   หลังได้รับรางวัล  Highly commended : Best Housing Interior Design  รางวัลยกย่องพิเศษด้านการออกแบบตกแต่งภายในที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด จาก Thailand Property Awards 2018    ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งตรงกับแนวคิดของบริษัทที่ต้องการสร้างพื้นที่ภายในให้มีความสมดุลในการใช้ชีวิตและตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้อยู่อาศัยได้ในทุกๆ ช่วงวัย โดยเน้นการออกแบบตกแต่งภายใต้คอนเซปต์ Modern-Classic-Loft Style เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ที่แสดงให้เห็นถึงผิวสัมผัส ไม้ หนัง ผ้า อย่างชัดเจน และงานผนัง Built-in ใน Style Classic ที่ลดทอนรายละเอียดลง ให้ความรู้สึกสมัยใหม่ รวมถึงการเลือกใช้ของประดับตกแต่งที่มีรายละเอียดตามสไตล์ที่เลือกไว้ผสมผสานและสร้างบรรยากาศภายในบ้านได้อย่างลงตัว

“การออกแบบตกแต่งภายในเน้นคอนเซ้ปต์ สไตล์นอร์ดิก เน้นโทนสีที่มีความสว่างอบอุ่น รวมไปถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ไม่เน้นความสมดุลของเฟอร์นิเจอร์มากนัก เพื่อให้เกิดความหลากหลาย เน้นใช้โทนสีอ่อนไปจนถึงสีขาว ให้ความรู้สึกโปร่ง รู้สึกไม่อึดอัด  นอกจากนี้บริษัทยังเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานของ SCG และ บุญถาวร  และวัสดุอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน มอก. และกระจกรอบบ้านจะเป็นกระจกเขียวตัดแสงซึ่งสามารถกรองความร้อนได้มากกว่ากระจกทั่วไปถึง 20 % และมีผิวเรียบทำให้บ้านดูสว่างขึ้น”

สำหรับโครงการบ้านมารวยโสธร 4  เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดหรู ใจกลางเมืองแปดริ้ว ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ บนพื้นที่ 26 ไร่ จำนวน 150 ยูนิต ภายในโครงการประกอบไปด้วย สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส กล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง มีบ้านให้เลือก 3 แบบ เริ่มต้นที่แบบบ้านแฝดชัยพฤกษ์ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ขนาด 39 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 142.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3,300,000 บาท แบบบ้านเดียวชัยพฤกษ์ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 142.5 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และแบบบ้านเดี่ยวเศรษฐสยาม บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 180 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

“เวลคัม มาเถอะ  เราไม่กลัว”   คือคำพูดทิ้งท้ายของ ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล  แห่ง  มารวย  …..

 

Related Articles

Back to top button