BiznewsFinancial

ราชาเงินผ่อนมีสะดุ้ง!แบงก์เล็งลดโปรโมชัน 0% หวังสกัดภาวะหนี้ท่วมหัว!

จากตัวเลขที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เปิดเผยตัวเลขหนี้ครัวเรือนของไทยไตรมาสเเรกปี 2562 พุ่ง 13 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 27 เดือน และสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย เป็นรองแค่เกาหลีใต้

การที่หนี้ครัวเรือนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยของรายได้ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าค่าใช้จ่าย และด้วยสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีและความทันสมัยของนวัตกรรมต่างๆ จึงทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ยังพบสินเชื่อส่วนบุคคลยังคงอยู่ในระดับสูง และสินเชื่อบัตรเครดิตที่มียอดค้างชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไปที่กลับมาขยายตัวอีกครั้ง

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ และอันดับ 11 ของโลก จาก 74 ประเทศ อีกทั้งหนี้ที่ต้องจับตา คือ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต หนี้รถยนต์ ที่มีเเนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง

 

จากปัญหาดังกล่าว ล่าสุด นายปรีดี ดาวฉาย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เผยว่า หนี้ครัวเรือนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ที่ 78.7% ต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แบ่งเป็นกลุ่มหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล 34% หนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 33% หนี้สินเชื่อเพื่อธุรกิจ 18% หนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 12% และหนี้บัตรเครดิต 3% ซึ่งจากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยของรายได้ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าค่าใช้จ่าย และปัจจุบันที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีที่เข้ามาและความทันสมัยของนวัตกรรมต่างๆ ทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้  ระดับหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันถือว่ายังเป็นระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยและผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ แต่หากหนี้ครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้นไปแตะที่ระดับ 84% จะถือว่าเป็นระดับที่มีความเสี่ยงที่จะสร้างผลกระทบค่อนข้างมาก

สมาคมธนาคารไทยได้ตระหนักถึงการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ซึ่งได้มีการลงนามระหว่างธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อแบบรับผิดชอบ (Responsible Loan) ไปแล้ว

ซึ่งธนาคารพาณิชย์จะต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบในการให้สินเชื่อ ทั้งสินเชื่อรายใหญ่ไปจนถึงสินเชื่อรายย่อย อีกทั้งการให้สินเชื่อนั้นจะต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหากระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการให้ธนาคารพาณิชย์มีความรับผิดชอบในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการช่วยลดการก่อหนี้ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะการก่อหนี้เพื่อการจับจ่ายในสิ่งที่เกินความจำเป็น ซึ่งจะมีการทบทวนแนวทางการปล่อยสินเชื่อในประเภทดังกล่าว รวมถึงการออกโปรโมชันเพื่อกระตุ้นในส่วนของการจับจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อความสุขสำราญ เช่น การเที่ยวก่อนจ่ายทีหลัง โดยมีการให้ผ่อน 0% 6 เดือน และการผ่อนโทรศัพท์มือถือ 0% 10 เดือน และ 24 เดือน เป็นต้น ซึ่งโปรโมชันเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยให้มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ มองว่าสินเชื่อบางประเภทที่ให้อัตราดอกเบี้ย 0% ยังสามารถทำได้ตามปกติ เพราะการให้อัตราดอกเบี้ย 0% ของสินเชื่อบางประเภท ถือเป็นการช่วยเหลือลูกค้าและลดต้นทุนให้แก่ลูกค้าได้ในกลุ่มสินเชื่อเพื่อความจำเป็น ซึ่งการทบทวนแนวทางในเรื่องนี้จะพิจารณาจากความเหมาะสมของสินเชื่อแต่ละประเภท ส่วนในแง่ผลกระทบในการระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อนั้น อาจจะส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อในระบบบ้างเพียงเล็กน้อย แต่ถือว่าเป็นสิ่งดีที่จะช่วยลดหนี้ครัวเรือนลดลงได้

“เราจะไม่สนับสนุนการเป็นหนี้โดยไม่มีความจำเป็น เช่น เที่ยวก่อนผ่อนทีหลัง ถ้าอยากไปเที่ยวก็ต้องเก็บเงิน โปรโมชั่นแบบนี้จะน้อยลง โดยธนาคารไม่กังวลว่าจะกระทบการเติบโตของสินเชื่อของธนาคารปีนี้” นายปรีดี กล่าว

 

 

 

Related Articles

Back to top button