นักดื่มถูกใจสิ่งนี้ “ไฮเนเก้น” เสริฟเบียร์ถึงบ้าน รวม”พี่ไทย”ด้วย
เรียกเสียงฮือฮาให้เหล่าสาวกนักดื่มทั่วโลกก็ว่าได้สำหรับการประกาศความร่วมมือล่าสุดระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่อย่าง “แกร็บ” ในฐานะบริการส่งด่วนและ “ไฮเนเก้น” ยักษ์ใหญ่วงการเบียร์พรีเมียมซึ่งเกิดขึ้นแล้วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการนำเสนอบริการใหม่ล่าสุดให้กับลูกค้าสามารถสั่งซื้อเบียร์และชำระเงินผ่าน “แกร็บ เพย์” ให้มาส่งถึงหน้าบ้านได้เลย แคมเปญนี้จะเริ่มที่ประเทศสิงคโปร์และเวียดนามภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
ส่วนนักดื่มเมืองไทยไม่ต้องตกใจไป เพราะ Dolf van den Brink ประธานไฮเนเก้น เอเชียแปซิฟิก ประกาศไว้ว่า มี “ประเทศไทย” ประเทศแห่งการดื่มติดอยู่ในโผในเฟสถัดไป
Dolf van den Brink ผู้บริหารไฮเนเก้น บอกว่า แคมเปญดังกล่าวสอดคล้องกับแผนการรับมือความเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของทางไฮเนเก้นที่นำนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ นำเสนอสินค้าและบริการเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค

ด้านแกร็บโดยซีอีโอของบริษัท Anthony Tan บอกว่า ความร่วมมือนี้ถือเป็นการสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน เชื่อว่าจะเป็นการเสริมพลังให้ร้านค้าสามารถปลดล็อก สร้างโอกาสในการตอบสนองความต้องการและเอาชนะใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการนำเสนอข้อมูลจากส่วนบริหารระดับภูมิภาค หลายฝ่ายยังไม่แน่ใจว่า จะเกิดขึ้นในประเทศไทยได้หรือไม่ โดยทาง “ไฮเนเก้นประเทศไทย” ก็ยังไม่ได้มีความเคลื่อนไหวหรือยืนยันถึงความร่วมมือดังกล่าวแต่อย่างใด
จะเห็นได้ว่า บริการเสริฟเบียร์ถึงหน้าบ้าน ไฮเนเก้นเคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงปลายปี 2560 ภายใต้แคมเปญ “Star Delivey Service” ที่ไฮเนเก้นร่วมกับเกรฮาวด์ จัดเซ็ตอาหารและเบียร์สดจากไฮเนเก้นพร้อมด้วยของตกแต่งงานปาร์ตี้ บริการส่งตรงถึงบ้านหรือสถานที่จัดงานของลูกค้าในช่วงปลายปีซึ่งเป็นเทศกาลแห่งการปาร์ตี้ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมทางการตลาด ที่ทางไฮเนเก้นเองก็ยอมรับว่า ไม่ได้คาดหวังยอดขายโดยตรง แต่เป็นเหมือนการชิมลางการเข้าสู่อีคอมเมอร์ซของไฮเนเก้นเสียมากกว่า
แพ็กเกจขายเบียร์พ่วงอาหารในขณะนั้น มี 3 ไซส์ 1.ขนาดกลาง (M) ราคา 6,500 บาท สำหรับ 8 – 10 คน 2.ขนาดใหญ่ (L) ราคา 8,900 บาท สำหรับ 10-12 คน และ 3.ขนาดใหญ่พิเศษ (XL) ราคา 10,500 บาท สำหรับ 15 คนขึ้นไป โดยรถที่ใช้ส่งเบียร์สดมี 3 คัน เป็นรถทรัก 1 คัน และจักรยานยนต์ 2 คัน ติดโลโก้ไฮเนเก้นเด่นชัด เรียกว่าสร้างแบรนด์ไปในตัว

ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้นและสตรองโบว์ ในกลุ่มบริษัททีเอพี บอกว่า ไม่คาดหวัง “ยอดขาย” เพราะต้นทุนโดยรวมสูง และมีความเสี่ยงอุปกรณ์เบียร์สดที่นำไปเสิร์ฟลูกค้า แต่ต้องการเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ และสร้างการจดจำแบรนด์มากกว่า
นอกจากนี้ ไฮเนเก้นได้ศึกษาทางกฎหมายแล้วว่าไม่จำเป็นต้องเปิด-ปิดการขายเป็นช่วงเวลาเหมือนร้านค้า ส่วนการควบคุมอายุผู้ซื้อที่ต้องครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ไฮเนเก้นจะมีการสอบถามก่อนการสั่งซื้อและพนักงานผู้ส่งสินค้าจะขอตรวจสอบบัตรประชาชนผู้รับสินค้าทุกครั้ง


ถ้ายังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ แบรนด์ที่เคยสร้างความฮือฮาไปก่อนหน้านี้คือ ค่ายเบียร์ ลีโอ และช้าง ที่ใช้วิธีตั้งตู้ขายเบียร์สดภายในร้านสะดวกซื้อ แต่ก็ต้อม้วนเสื่อกลับด่วนเพราะโดนกระแสต่อต้านจนต้องล้มเลิกไปในที่สุด
งานนี้ต้องเหล่านักดื่มต้องลุ้นกันว่า แคมเปญนี้จะเดินทางมาถึงบ้านเราหรือไม่ หรือถ้ามาแล้วจะประสบความสำเร็จหรือเปล่าท่ามกลางกฏ กติกา มารยาทต่างๆ มากมายในเวลานี้ ….




