“ซีคอน”ยิ้มร่า รับรถไฟฟ้ามาหานะเธอ
“ซีคอน”ยิ้มร่า รับรถไฟฟ้ามาหานะเธอ ขอใหญ่อย่างแตกต่าง

ความสำเร็จตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีของ “ซีคอนสแควร์” ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านบนถนนศรีนครินทร์ รวมทั้งซีคอน บางแค การันตีโดย ตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ และ บริษัท ซีคอน บางแค หัวเรือใหญ่บอกว่าเกิดมาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ ขนาดของศูนย์การค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด การลงทุนอย่างระมัดระวัง และการสร้างความต่างไปจากคู่แข่งทำให้อาณาจักรซีคอนสวแควร์สามารถยืนอย่างโดดเด่นมาได้จนถึงทุกวันนี้
ล่าสุดโอกาสของซีคอนสแควร์เปิดกว้างมากขึ้น เมื่อ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่จะเปิดให้บริการในปี 2563 และรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน จะเปิดให้บริการในปี 2562 กลายเป็นอานิสงค์ เนื่องจากรถไฟฟ้าพาดผ่านทั้ง 2 ศูนย์ ทำให้ซีคอนที่ไม่ยอมนั่งรอโอกาสเพียงอย่างเดียวโดยลุกขึ้นมาพัฒนาศูนย์ฯ ครั้งใหญ่เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว
ตะติยะ ฉายภาพให้เห็นว่า การที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านหน้าศูนย์การค้าทั้งสองแห่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกไปยังผู้บริโภคให้เดินทางเข้ามายังศูนย์ฯได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ถือเป็นการเพิ่มจำนวนลูกค้าเดิมตลอดจนได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆที่จะเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มศักยภาพธุรกิจมากขึ้นตามไปด้วย
รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ที่จะวิ่งผ่านซีคอน บางแค ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดมีเนียมเกิดใหม่มากกว่า 4-5 โครงการ รวมกว่า 1.3 หมื่นยูนิต นั่นหมายความว่าจะมีผู้อยู่อาศัยใหม่ในพื้นที่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 4-5 หมื่นคน จึงเป็นโอกาสของซีคอนบางแคที่จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ผ่านซีคอน ศรีนครินทร์นั้น ตะติยะ มองว่า ก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในฐานลูกค้าให้เพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น เนื่องจากมีการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น

จากโอกาสส้มหล่นดังกล่าว ซีคอนสแควร์ได้ปรับยุทธศาสตร์เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ ด้วยการพัฒนาคอนเซ็ปต์หลักใหม่ของธุรกิจ นั่นคือ การเป็น ยูนีค เดสติเนชั่น (Unique Destination) โดยจะสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากผู้ประกอบการค้าปลีกรายอื่น ทั้งด้านการตกแต่ง ร้านค้า ไปจนถึงรูปแบบการจัดอีเว้นท์ ที่แตกต่างและด้วยความใหญ่ของศูนย์ฯ ทำให้มีพื้นที่ในการจัดงานมากขึ้น
นอกจากนี้ โซนอาหารถือเป็นแม็กเนตสำคัญในการดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ซีคอน ศรีนครินทร์ได้ลงทุน 250 ล้านบาทพัฒนาโซน คาโนปี้ (CANOPY) ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมร้านอาหารขนาดพื้นที่ 1 หมื่นตารางเมตรเปิดให้บริการแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีเห็นได้จากยอดผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดลูกค้าในวันธรรมดา 6-7 หมื่นคนต่อวัน และเพิ่มเป็น 1.2 แสนคนต่อวันในวันเสาร์-อาทิตย์ ขณะที่ซีคอน บางแค วันธรรมดาอยู่ที่ 3.5 หมื่นคนต่อวันและเพิ่มเป็น 5-6 หมื่นคนต่อวันในวันหยุด
จากการตอบรับที่ดี ซีคอนเทงบอีก 300 ล้านบาทใส่เกียร์เดินหน้าต่อทันทีด้วยการพัฒนาโซน ฟู้ด ออน โฟร์ (Food on Four) ที่ซีคอนบางแค คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. 2561

ทั้งหมดทั้งมวลเมื่อบรรลุแผนงานที่วางไว้บวกกับการมาของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย หัวเรือใหญ่ซีคอน ประเมินว่า จะเพิ่มจำนวนลูกค้าได้อย่างแน่นอน โดยทั้ง 2 ศูนย์ไม่ต่ำกว่า 15% หรือแบ่งเป็นรายได้ซีคอนบางแค 600 ล้านบาทและซีคอนศรีนครินทร์ 1,560 ล้านบาทในปีนี้
นอกจากการเดินหน้าพัฒนาทั้ง 2 ศูนย์การค้าแล้ว ธุรกิจในเครือซีคอนยังมีโรงแรม เรเนซองส์ ภูเก็ต ที่พบว่ามีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ ปัจจัยหลักมาจากภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตและลูกค้าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและเอเชีย โดยผู้บริหารซีคอนย้ำชัดว่า ไม่มีนโยบายรับทัวร์จีน
จากเทรนด์การเติบโตที่ดีดังกล่าวทำให้ซีคอนเตรียมปัดฝุ่นที่ดินเก่าจำนวน 40 ไร่ที่ จ.กระบี่ เพื่อทำโรงแรมระดับ 5 ดาว ขนาด 200 ห้อง เม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งจัดอยู่ในแผนระยะยาว 3-5 ปี
“ถึงจะมีโอกาสดีจากรถไฟฟ้า แต่เรารอให้ลูกค้าวิ่งเข้ามาหาเราไม่ได้ เราจึงต้องทำให้ตัวเราเองสตรองในแง่การแข่งขันที่ต้องสร้างความแตกต่างด้วย”
ทั้งหมดนี้สะท้อนความสำเร็จของซีคอนสแควร์ที่นำทัพโดย “ตะติยะ ซอโสตถิกุล” ซึ่งหลังจากรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายเปิดให้บริการ จะเป็นปีทองของซีคอนสแควร์แน่นอน




