“Content is King” โมโนผนึกแกรมมี่ สปริงบอร์ดสื่อบันเทิงอันดับ 1 เมืองไทย
บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ “MONO” ผู้นำในการสร้างสรรค์สื่อและข้อมูลความบันเทิง “Media and Content Conglomerate” ชั้นนำของเมืองไทย ประกาศผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาของสื่อบันเทิงไทย กับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านสื่อและผู้นำคอนเทนต์ที่แข็งแรงที่สุดของเมืองไทย รวมทั้ง GMM Studios ในการเป็นพันธมิตรร่วมกันสร้างคอนเทนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อจับมือเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์และสื่อบันเทิงอันดับ 1 ของเมืองไทย โดยงานนี้ มีการวางแผนทั้งด้านการผลิตคอนเทนต์, ด้านกลยุทธ์ทางการตลาด และการขยายช่องทางการเข้าถึงคอนเทนต์
ปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ. โมโน เทคโนโลยี เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ถือเป็นความร่วมมือที่พิเศษมากๆ สำหรับโมโน กรุ๊ป ทั้งเราและจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ต่างมีจุดแข็งที่ชัดเจน เมื่อเรามาผนึกกำลังกัน ผมเชื่อว่าคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นนั้นจะเป็นคอนเทนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ดีที่สุด โมโนเองเป็นผู้นำด้านธุรกิจสื่อและการให้บริการข้อมูลและธุรกิจบริการด้านความบันเทิงแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมการนำเสนอเนื้อหาทุกประเภท ซึ่งมีการพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสำเร็จของธุรกิจทีวีดิจิตอล ในช่วงระยะเวลากว่า 5 ปี จากการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีคุณภาพระดับโลก สดใหม่ และเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม ผลักดันให้ช่อง MONO29 เติบโตและสามารถครองอันดับต้นๆ จากการจัดอันดับความนิยมหรือเรตติ้งของผู้ชมด้วยดีมาตลอด 5 ปี อีกทั้งฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย ด้านของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็นผู้นำด้านสื่อและคอนเทนต์ที่แข็งแรงและแข็งแกร่งที่สุดของเมืองไทย ทั้งเพลง ศิลปิน ซีรีส์ ที่ครองใจวัยรุ่นและทุกเพศทุกวัยมาตลอดระยะเวลายาวนานหลายสิบปี รวมทั้งเครือข่ายบน Social ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างชัดเจน วันนี้เรามีเป้าหมายเดียวกัน ในการผลิตเนื้อหาและคอนเทนต์ต่างๆ ที่สนุกสนาน มีคุณภาพ แถมยังรับชมได้หลากหลายช่องทางในเครือโมโน

ในส่วนของเนื้อหาและคอนเทนต์ที่เราจะร่วมมือกันนั้น จะมีทั้งในส่วนของนักแสดง, ศิลปิน, เพลง, Original Content และคาราโอเกะโดย

ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์ สายงานธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่า “Content is King” ยังใช้ได้อยู่ แต่นอกจากคอนเทนต์ที่ดีแล้วเรายังต้องมีพันธมิตรที่ดีมาช่วยขับเคลื่อน รวมทั้งแผนการตลาดที่ครบทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ควบคู่กันไปด้วย เพราะหากมีคอนเทนต์ดีแต่ไม่ทำการตลาดก็ประสบความสำเร็จได้ยาก การที่เรามาจับมือกับกลุ่มบริษัท โมโน ในครั้งนี้ จะเป็นการจับมือเพื่อผลิตคอนเทนต์ที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด จากความถนัดของเราทั้งสองบริษัทเมื่อมาผสมผสานกันแล้ว คิดว่าจะออกมาเพอร์เฟคและตอบโจทย์ตลาดอย่างแน่นอน อย่างในมุมของธุรกิจเพลง ทางจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีทีมนักสร้างสรรค์เพลงที่มีฝีมือ และสร้างผลงานเพลงดังเพลงฮิตมากมาย ความร่วมมือครั้งนี้เราจึงมาร่วมสร้าง Original Album ให้กับเกิร์ลกรุ๊ปศิลปินแม่เหล็กของทางโมโน ซึ่งมั่นใจว่าจะได้ผลงานเพลงที่ทำให้ธุรกิจเพลงมีปรากฏการณ์ใหม่ๆ ที่น่าติดตามอย่างแน่นอน
อีกทั้งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ก็ยังมีความถนัดด้านคอนเทนต์เกี่ยวกับวัยรุ่นและกลุ่มคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็น เพลง ศิลปิน ซีรีส์ จึงมองความถนัดและเชี่ยวชาญของเราทั้งคู่ว่าจะสามารถช่วยเสริมให้กันได้ในทุกๆทาง
สำหรับแผนกลยุทธ์คอนเทนต์ที่วางไว้ 3 ปี ต่อจากนี้จะมุ่งสร้าง10 Artists,10 Digital Albums,12 Concerts, 30 Road tour Events, 20,000 Karaoke Songsและ 20 Original Content โดยคอนเทนต์ทั้งหมดจะต้องเป็นที่ถูกใจและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคอย่างแน่นอน ให้สมกับเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงอย่างแท้จริง


อมฤต ศุขะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสดี ที่บริษัทที่มีความแข็งแรงทางด้านคอนเทนต์อย่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างโมโน ซึ่งจะทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถโฟกัสในสิ่งที่ตนเองถนัด ในส่วนของ GMM Studios จะทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตซีรีส์ให้ในทิศทางที่โมโนต้องการ ในขณะเดียวกันโมโนสามารถโฟกัสด้านการสร้างและบริหารแพลตฟอร์มและทำการตลาดควบคู่กันไป ในส่วนของคอนเทนต์นั้น ผมวางจุดเด่นของซีรีส์ คือการเล่าเรื่องที่ซับซ้อน สนุก และน่าติดตาม เรามองว่าซีรีส์ที่ผลิตให้โมโนต้องสามารถเรียกผู้ชมทางโทรทัศน์ได้ และต้องสามารถเข้าไปอยู่ในบริการของ MONOMAX ที่สามารถดู ในรูปแบบ OTT ได้ คือมีอายุ หรือ Shelf Life ที่นาน บางเรื่องอาจจะมีการพัฒนาเป็นซีซั่นที่ 2 – 3 ต่อไป ครั้งนี้ถือเป็น การจับมือทำงานกันเป็นระยะเวลา 3 ปี มีจำนวนซีรีส์ที่วางแผนกันเบื้องต้นมากถึง 20 -22 เรื่อง
“การร่วมมือครั้งนี้ เป็นโอกาสพิเศษที่ บริษัทบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ทั้งสอง มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านคอนเทนต์ ศิลปิน การตลาด การขาย และเทคโนโลยี ในระยะยาว” ปฐมพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย




