BiznewsColumnist

2020 ปีที่นักการตลาดต้อง ‘อยู่ให้เป็น’

2020 ปีที่นักการตลาดต้องอยู่ให้เป็น

โดย  ‘ชาคริต  ดิเรกวัฒนชัย’ 

ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง เป็นประโยคที่ช่วงนี้จะได้ยินกันบ่อยมากในข่าวหรือจากคำทำนายจากนักวิชาการ บ้างก็มีหลักฐานจับต้องได้บ้าง ไม่ได้บ้าง โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้คนเกิดความกังวลกันในการทำธุรกิจก็คือ เศรษฐกิจจะไม่ดีตามความไม่แน่นอนของการเมืองภายในประเทศ กลัวความขัดแย้งซ้ำเติมประเทศ กังวลว่าความขัดแย้งจากประเทศมหาอำนาจจะมากระทบกับเรา หรือบางคนก็เอาเรื่องดวงเมืองมาผสมผสานกัน แล้วลงความเห็นว่าปีหน้าคงเผาจริง

อันที่จริงถ้าเราลองย้อนกลับไปทุกๆปีใหม่คำว่า “ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง” เป็นคำที่เราได้ยินกันมาอยู่ตลอดทุกปี แบบว่าที่ว่าเผาจริง ก็เผาจริงกันมาหลายปีแล้วแต่พวกเราก็ยังผ่านมาได้ บางทีฟังแล้วก็เห็นเป็นประโยคคำขู่ให้เรากลัว แต่นักการตลาดควรฟังให้เป็นสิ่งเตือนใจมากกว่า เตือนตัวท่านเองว่าอะไรก็ไม่แน่นอน ต้องเตรียมตัวรับมือกันให้ดี แต่แม้อะไร ๆ จะไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือเราต้องทำงานกันหนักขึ้นในปีหน้าอย่างแน่นอน

ปื 2020 นี้ (อันที่จริงผมชอบใช้พุทธศักราชมากกว่า แต่ยกเว้นปีหน้าที่เลขปี 2020 เป็นเลขที่สวยดี เลยขอใช้คริสตศักราชสักปี) นอกจากจะเป็นปีที่ทุกคนต้องทำงานหนักเหมือนที่เคยแล้ว ยังต้องมีความละเมียดละไมกับการเปลี่ยนแปลง (Disruption) ให้ดี

ในปีหน้านี้เราคงต้อง “อยู่ให้เป็น” กันมากขึ้น ที่เราเคยได้ทำมาตลอดคือการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (Handling Didruption) ที่ต้องคอยติดตามว่าเทรนด์จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งเราต้องทำต่อไปในปี 2020 ไม่ใช่แค่รับมือ แต่เราต้องอยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้เป็น (Live With Disruption) เพราะเราต้องยอมรับว่าความเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือยังจะเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ และเกิดเร็วขึ้นๆ เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้เป็น

การอยู่กับการเปลี่ยนแปลง 2020 คือ

  1. TRY FAST FAIl FAST คือการทดลองทำและเรียนรู้ และแม้มีข้อผิดพลาดไปบ้างก็ยังคงต้องทดลองอีกต่อไปจนเจอผลสำเร็จ TRY FAST FAIL FAST ไม่ใช่คำแช่งให้ล้มเหลวนะครับแต่มันแปลว่าเราเห็นอะไรดี เราก็ควรทำให้เร็วที่สุด แม้จะไม่มั่นใจที่สุดแต่ถ้าสามารถที่จะลองทำดูอย่างรวดเร็วก็จะดีกว่ามัวรอจนปัจจัยทุกอย่างพร้อมแล้วค่อยลงมือเพราะเวลานั้นอาจจะสายไป เพราะถ้าเราลองก่อนแม้จะล้มเหลวแต่เราก็จะรู้ก่อนคนอื่นว่าอะไรที่เป็นปัจจัยทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จ
    แต่การทดลองทำแล้วเรียนรู้นี้ต้องอยู่บนพื้นฐานว่ามีข้อมูลเพียงพอต่อการทำด้วย ไม่ใช่ว่าทำอะไรจะต้องเร็วไปหมด ถ้าข้อมูลยังไม่เพียงพอก็ยังไม่ควรทดลองทำ แบบนี้ก็จะกลายเป็นเร็วเกินไป เช่นเราเห็นว่าลูกค้ามักจะคอมเม้นท์กับเราว่าสินค้าของเราอร่อยดีแต่อยากได้รสชาติใหม่ เราก็รีบทำให้ลูกค้าลองชิม ลองขาย โดยไม่ตัดสินว่าสินค้าเดิมไม่ดี ทดลองผลิตของใหม่โดยไม่หยุดสินค้าเดิม แต่ก็ไม่รอจนมั่นใจว่าลูกค้าอยากได้รสชาติใหม่นั้นแล้วค่อยทดลองผลิต เพราะถ้ารอความมั่นใจ 100% ขึ้นมา คู่แข่งของเราอาจจะผลิตตัดหน้าเราไปแล้ว
    สิ่งที่สำคัญคือทำให้เร็วเพื่อเรียนรู้ว่าตลาดจะตอบสนองแบบไหน ถ้าตลาดตอบสนองดีเราก็จะได้แนวทางการทำงานต่อไปก่อนคู่แข่งเรา แต่ในทางกลับกันหากตลาดไม่ตอบสนองก็ถือว่าเราได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดก่อนใครและจะได้เริ่มทำสิ่งใหม่ก่อนคู่แข่ง
  2. หนักแน่นในข้อมูล ปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารมีมากมาย หลายช่องทาง มีทั้งข่าวลวงข่าวจริง นักการตลาดต้องมีความหนักแน่นและรู้จักพิสูจน์ข่าวให้เห็นจริง เพราะต่อไปนี้เรียกว่านอกจากเทคโนโลยีแล้ว เศรษฐกิจการเมืองและสังคม จะเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอีกมากเช่นกัน นักการตลาดที่เก่งต้องมีความรอบรู้ และก็ต้องรอบรู้ให้จริง รู้ข่าวอะไรต้องเช็คก่อนเชื่อ ต้องมีการค้นคว้าหรือดูข้อมูลด้านก่อนที่จะตัดสินใจใช้ข้อมูลนั้น

ความรู้รอบตัวรวมถึงสถานการณ์ความเป็นไปในสังคม เป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องรับรู้ เพราะทุกอย่างจะมีผลต่อความคิดความอ่านของผู้บริโภค ที่จะกระทบต่อพฤติกรรมของเขาในที่สุด นักการตลาดต้องหัวไวและต้องไม่หลงไปตามกระแสข่าวปลอม ข่าวลวง ข่าวเกินจริง เพื่อจะได้มีข้อมูลที่ดีไว้ใช้และต้องใช้วิจารณญานที่ดีในการตัดสินใจให้เป็น

  1. ใช้ทัศนคติที่ดีนำการทำงาน นักการตลาดต้องสามารถสร้างกำลังใจให้กับตัวเองและเป็นคนที่มี Self Motivation สูง เพราะปีหน้าและปีต่อไปความเปลี่ยนแปลงมันจะอยู่คู่กับเรา และบางทีการลองทำอะไรใหม่ ๆ ก็อาจจะประสบความล้มเหลวบ่อยครั้งกว่าความสำเร็จ สำหรับผมแล้วนักการตลาดที่รับสภาพความจริงได้ดี แม้ล้มเหลวเรื่องหนึ่งก็ยังสามารถลองทำอะไรใหม่ ๆ ต่อไปอีกได้ ไม่จมอยู่กับเรื่องเดิมๆ จะเป็นคนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง แถมยังสามารถพาทีมงานไปสู่ความสำเร็จได้อีกด้วย

เพราะที่จริงแล้วชีวิตเราไม่มีคำว่าล้มเหลว “Failure” ในการทำงาน เพราะเมื่อเกิดอะไรผิดพลาด  แม้ใคร ๆ จะเรียกว่าล้มเหลว แต่นักการตลาดที่เก่ง ๆ จะเรียกความล้มเหลวว่า “การเรียนรู้” (Learning) มากกว่า เมื่อเรามองอะไรที่ผิดพลาดเป็นเรื่องของการเรียนรู้เพื่อทำใหม่ให้ดีขึ้น เรียนรู้ที่จะไม่ทำซ้ำ หรือเรียนรู้ที่จะทำซ้ำด้วยวิธีการแบบใหม่เพื่อให้เกิดผลสำเร็จต่อไป

นักการตลาดที่แข็งแกร่งนอกจากจะเก่งและฉลาดแล้ว ยังต้องเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีอีกด้วย เป็นที่รักของคนที่ทำงานด้วย เป็นหัวเรือใหญ่ และนำทีมงานไปทำงานด้วยกันด้วยความสุข แค่ 3 ข้อนี้ดูเหมือนน้อยแต่ก็ไม่ง่ายเลย เพราะทุกอย่างอยู่ที่ใจล้วน ๆ

นักการตลาดปี 2020 จะต้องมีกำลังใจในการทำงาน อย่ากังวลกับสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมจนไม่กล้าทำอะไร แต่ต้องทำเร็วและใช้ความผิดพลาดมาปรับปรุงตัว นักการตลาดในปี 2020 ต้องรู้ว่าตัวเองต้องอยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้เป็น เมื่ออยู่เป็นเราจะเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและบริหารจัดการมันให้ได้

เพราะฉะนั้นแม้ปีหน้าที่เขาทำนายว่าจะเป็นปีเผาจริง มันก็อาจจะเป็นการเผาจริง ของคนอื่นที่ไม่ใช่เผาเรา เพราะปีไหน ๆ เราก็อยู่เป็นและปรับตัวตลอดมา

 

สวัสดีปีใหม่ครับ

Related Articles

Back to top button