ตะลุยชิม 13 ร้านชานมไข่มุกใน ‘ไอคอนสยาม’
ต้องยอมรับว่าชานมไข่มุก เครื่องดื่มสุดฮิตที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเมืองไถจง ประเทศไต้หวัน ได้สร้างปรากฏการณ์กลายเป็นเมนูฮิตในเมืองไทยมาอย่างยาวนานหลายปี แถมดังไกลไปในอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งชานมไข่มุกแต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน ทั้งกลิ่นชา ระดับความหวาน ไปจนถึงความหนึบของไข่มุก ซึ่งแน่นอนว่าไอคอนสยามมีร้านชานมไข่มุกอยู่เพียบ ซึ่งอยากให้ทุกคนได้มาทยอยชิมกัน เพราะแต่ละร้านก็มีจุดเด่นและสเน่ห์ต่างกันไป และบอกเลยว่าทุกร้านที่ดีงามมารวมกันอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ว่าจะแบรนด์ไต้หวัน หรือแบรนด์ไทย แบรนด์ใหม่มาแรง หรือแบรนด์ยอดนิยมสุดเก๋า
ทั้งหมดทั้งมวลมีร้านชานมไข่มุกให้เลือกชิมอยู่ถึง 13 ร้าน ตั้งแต่ชั้น G ไปจนถึงชั้น 6 ถ้าพร้อมแล้วไปตะลุยอาณาจักรชานมไข่มุกกันได้เลย
After You (ชั้น 6)
จากความฝันและความหลงใหลในขนมหวาน กลายเป็นแรงผลักดันให้เปิดร้าน After You คาเฟ่ขนมหวานแบรนด์ไทย ที่ใส่ใจตั้งแต่คัดสรรวัตถุดิบดีๆ ทำจากใจในทุกกระบวนการ เพื่อให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยอย่างเต็มปากเต็มคำ จน After You ยืนหยัดครองใจสายขนมหวาน มายาวถึง 14 ปีแล้ว

และนอกจาก After You จะมี Shibuya Honey Toast เป็นตัวละครหลักยืนหนึ่งในฝั่งขนมหวานแล้ว ฝั่งเครื่องดื่มก็ต้องยกให้ชานมไข่มุกที่มีหลายรสชาติ ใครชอบเมนูเบสิกแนะนำให้สั่ง Hong Kong Milk Tea ชานมหอมเข้มที่อิมพอร์ตสูตรมาจากฮ่องกง หรือถ้าอยากเพิ่มความหอมมัน ห้ามพลาด Boba Caramel Cream Tea ที่มีคาราเมลและครีมมาเสริมทัพ หรือหากชอบใจทั้งชาและกาแฟ ก็ต้อง Boba Yin Yang
แต่ไม่ว่าจะสั่งชาประเภทไหน ทุกแก้วจะมีทั้งไข่มุก และ Brown Sugar Jelly ที่สกัดจากน้ำตาลทรายแดง เวลาเคี้ยวเลยจะได้สัมผัสทั้งความกรุบและหนุบหนึบในคราวเดียวกัน เป็นอีกเอกลักษณ์ประจำร้าน
Good Day Good Time (ชั้น 6 ตรงข้ามร้าน Momo Paradise )
ไม่ต้องบินไปชิมถึงไต้หวัน ก็ได้สัมผัสความอร่อยกับร้านชานมไข่มุกน้องใหม่จากไทเป ประเทศไต้หวัน กับร้าน Good Day Good Time ซึ่งชื่อนี้ตรงกับภาษาจีนที่ว่า เหลียงเฉิน จี้ฉือ แปลว่า ฤกษ์งาม-ยามดี ด้วย เพราะผู้ก่อตั้งชาวไต้หวัน มีความเชื่อว่าวันเวลาที่ดีไม่จำเป็นต้องไปดูฤกษ์ใดๆ แต่เครื่องดื่มจาก Good Day Good Time ทุกแก้วนี่แหละ ที่สร้างช่วงเวลาดีๆ ให้วันธรรมดาทุกวันได้

ชาของร้านนี้ชงสดใหม่ทุกแก้ว และนอกจากเมนูชาต้นตำรับแท้จากไต้หวันแล้ว ยังมีชารสดีจากหลากหลายประเทศ อาทิ ชานมสดดาจีลิง จากประเทศอินเดีย ชานมสด Earlgrey Lady Twining จากประเทศอังกฤษ ฯลฯ แต่เครื่องดื่มที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ คือ Dragon Fruit Pearl Milk Tea ที่ขึ้นแท่นขายดีในไอคอนสยาม เป็นชานมสดแท้ผสมไข่มุกแดงแก้วมังกร ที่มีกลิ่นหอมนมเตะจมูก และหากมองภาพนอก จะเห็นเป็น 3 ชั้น ชั้นของชา นม และไข่มุกสีชมพูหวาน ซึ่งมีไข่มุกนิ่มหนึบให้เลือกถึง 4 แบบ คือไข่มุกบราวชูก้า ไข่มุกแก้วมังกรแดง ไข่มุกมัตฉะ และไข่มุกข้าว แถมยังเลือกปริมาณน้ำแข็งได้อีกด้วย มีทั้งใส่น้ำแข็งปกติ ใส่ครึ่งเดียว หรือจะไม่ใส่เลยก็ได้
KAMU (ชั้น 6 ใกล้ ICON CINECONIC)
KAMU แบรนด์ชานมไข่มุกของไทย ที่สร้างแบรนด์ขึ้นมาจากความชื่นชอบ “ชา” ล้วนๆ โดยรับสูตรชานมมาจากไต้หวัน KAMU สาขาแรกมีขนาดร้านเพียง 2 x 2 เมตรเท่านั้น! โดยมาพร้อมคอนเซ็ปต์ชวนหิวว่า “ชาเคี้ยวได้” เน้นการคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งผลิตชั้นดี นำเข้าชาเขียวมัตฉะและชาเขียวโฮจิฉะจากเมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และด้วยคุณภาพของชาทำให้ KAMU ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และขยายร้าน ขยายสาขาไปทั่วเมืองไทย
โดย KAMU สาขาไอคอนสยามยังคงเน้นการใช้ชาดี ใช้นมสดแบบพรีเมียม ส่วนไข่มุกนั้นเคี่ยวกับน้ำตาลทรายแดงจนหอม ต้มในอุณหภูมิที่เหมาะสมนานถึง 2 ชั่วโมง! KAMU มีไข่มุกให้เลือก 2 แบบคือไข่มุกโกกุโตะและคริสตัลเพิร์ล บอกเลยว่าสั่งแค่ชานมไข่มุกธรรมดาก็อร่อยมากๆ แล้ว แต่หากใครเป็นสาวกชาชีส ต้องลอง Kamu Milk Tea Chizu Brulée ที่รวมตัวเหล่าวัตถุดิบแนวหน้าเอาไว้ในแก้วเดียวทั้ง ชา ชีสสด น้ำตาลไหม้ ไข่มุกนุ่ม ไม่ต้องสั่งท็อปปิ้งอะไรเพิ่มก็ฟินมากๆ แล้ว KAMU แนะนำว่า เวลาดื่มแก้วนี้ให้เอียงแก้ว 45 องศา แล้วค่อยๆ ดื่มชาผ่านวิปชีส รับรองว่าประทับใจแน่นอน

Olino Crepe & Tea (ชั้น 5 ใกล้โซน ICON Education)
Olino Crepe & Tea คาเฟ่แบรนด์ไทยที่มีทั้งขนมและเครื่องดื่ม ครบจบในร้านเดียว ร้านนี้เริ่มต้นจากจุดตั้งต้นที่ว่า อยากนำความพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นมาปรับให้ถูกปากคนไทย ให้ความอร่อยที่แปลกใหม่ Olino เลยหยิบขนมและเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างเครปและชามาเป็นจุดเด่นของร้าน นำเข้าสูตรขนมมาจากญี่ปุ่นและสูตรเครื่องดื่มมาจากไต้หวัน

โดยเครื่องดื่มของ Olino ใส่ใจตั้งแต่กระบวนการเลือกใบชา ไปจนถึงการต้ม ชาที่ร้านใช้เป็นชาออร์แกนิกพรีเมียม นำเข้าจากไต้หวันและญี่ปุ่น อาทิ ชาเกนไม อูจิเกียวโตมัตฉะ โฮจิฉะ ฯลฯ โดยมีชาข้าวหอม (Organic Rice Milk Tea) เป็นซิกเนเจอร์ประจำร้าน
ในกลุ่มของชานมไข่มุกยังมีตัวอื่นๆ ที่น่าลองไม่แพ้กัน อย่าง Taiwan Brown Sugar Milk Tea ที่หอมและหวานเข้มข้น แต่ใครที่ไม่ใช่สายหวานจริงๆ อย่าลืมแจ้งพนักงานให้ลดระดับความหวาน เพื่อความชื่นใจดื่มได้หมดแก้ว
Fuku Matcha (ชั้น 5 ใกล้ร้านแหลมเจริญ)
คาเฟ่เครื่องดื่มและไอศกรีมจากเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เน้นเรื่องรสชาติดั้งเดิมและใส่ใจคุณภาพ ผงชาที่ใช้เป็นชาออร์แกนิกทั้งหมด โดยนำเข้ามาจากเกียวโต เมื่อพูดถึงร้าน Fuku Matcha หลายคนจะนึกถึงมัตฉะลาเต้ เมนูในตำนาน แต่บอกเลยว่าไม่ใช่เพียงชาเขียวเท่านั้นที่ครองใจใครต่อใคร แต่เมนูชานมไข่มุกจาก Fuku Matcha ก็ได้รับการกล่าวขานว่าทั้งหอม ทั้งเข้มข้น ดีต่อใจยิ่งนัก

ชาจาก Fuku Matcha ไม่ผสมนมข้น ครีมเทียม หรือสารปรุงกลิ่น แต่งรสใดๆ เขาเลือกใช้นมสดคุณภาพสูงเท่านั้น ทำให้ชาของที่นี่รสเข้มและหอมนาน ดื่มได้ทุกวันไม่มีเบื่อ ส่วนไข่มุกก็หอมน้ำตาลทรายแดงและน้ำผึ้ง ทำให้ Black Milk Tea ใส่ไข่มุกเมนูที่ดูเหมือนจะธรรมดา กลับเป็นเมนูขายดีแทบทุกวัน
ใครต้องการความหวานและความหอมเป็นพิเศษ แนะนำให้สั่ง Brown Sugar Milk Tea with Fresh Cheese & Golden Pearls รสชาตินุ่มละมุน หวานมัน หอมกลิ่นน้ำตาลทรายแดง และชีสพ่นไฟด้านบน ปิดท้ายด้วยไข่มุกสีทองนุ่มๆ หนึบๆ ฟินแน่นอน
SEOULCIAL CLUB 2017 (ชั้น 4)
SEOULCIAL CLUB 2017 คาเฟ่สไตล์เกาหลีโทนสีชมพูที่ทำให้คำว่า “เสือพ่นไฟ” ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง แม้ชื่อร้านจะมีชื่อเมืองหลวงของเกาหลีปนอยู่ แต่ความจริงแล้วร้านนี้เป็นของคนไทยแท้ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชานมไข่มุกไต้หวันกับขนมหวาน Crème brûlée ของฝรั่งเศสที่มีการใช้ไฟพ่นด้านบนให้น้ำตาลบนหน้าขนมไหม้นิดๆ จึงเกิดเป็นเมนู Fire Tiger
SEOULCIAL CLUB 2017 คัดสรรวัตถุดิบที่ดีและชงแบบจัดเต็มจนได้รสชาติเข้มข้น ด้วยคุณภาพและความอร่อยทำให้คนไทยเอ่ยชมกันปากต่อปาก จนสร้างปรากฏการณ์เข้าคิวรอชิมอย่างถล่มทลาย และปัจจุบันก็ได้ขยายอาณาเขตเสือพ่นไฟไปยังต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว
เมนูตระกูลเสือของร้านมีไม่ถึงสิบเมนู แต่ทุกตัวเข้มข้นต่างกันชัดเจน ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาคิดหนัก อาทิ ชานมเสือพ่นไฟ หอมชานมอ่อนๆ และได้สัมผัสความหอมจากน้ำตาลทรายแดงเบิร์นไฟที่อยู่บนสุดของแก้ว เมื่อดูดแล้วได้ทั้งความกรุบ ความมันจากครีมนม และความหนึบนุ่มจากไข่มุกน้ำตาลดำ (Black Sugar) อีกเมนูที่ฮิตไม่แพ้กันคือ ราชาเสือ เครื่องดื่มตัวนี้คล้ายชานมเสือพ่นไฟ แต่ใช้ครีมชาและโรยน้ำตาลดำครันชี่เพิ่มความกรุบและหอมให้เครื่องดื่มแก้วนี้
Eureka (ชั้น 4 โซน ICONCRAFT)
หัวใจในการสร้างสรรค์เมนูของร้าน Eureka คือการใส่ DNA ความเป็นไทยลงไปผสมผสานนวัตกรรมการทำเครื่องดื่ม คาเฟ่แห่งนี้เลยทุบกรอบความคิดแบบเดิมๆ ทิ้งทั้งหมด แล้วสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ขึ้นมา จนเกิดเป็นเมนูแปลก แต่อร่อย! ที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงกัน

หนึ่งในเมนูไฮไลต์ที่เพิ่งเริ่มขายได้ไม่ถึงปีก็คือ Kai Kem Bubble Tea หรือชานมมุกไข่เค็มนั่นเอง รสชาตินวลๆ ไม่เข้มเกินและไม่ข้นไป เมื่อรวมกับซอสคาราเมลไข่เค็ม ก็ยิ่งเพิ่มความหอมมันเค็ม กลมกล่อมลงตัว ที่ดีคือรสรวมๆ หวานน้อยอยู่แล้วจนไม่ต้องขอลดหวานก็ยังได้ แถมยังมีไข่เค็มที่ขูดสดๆ ทีละแก้วท็อปด้านบนด้วย ปิดท้านด้วยไข่มุกน้ำผึ้งสีทองเม็ดเล็ก สูตรเฉพาะของ Eureka ที่มีทั้งความหนุบ หนึบ และหวานเบาๆ เป็นชานมไข่มุกที่มีหลายมิติในแก้วเดียว
KOI Thé (ชั้น 4 หน้าทางเข้าสยาม ทาคาชิมายะ)
ด้วยความชอบท่องเที่ยว ทำให้ “มิสหม่า” นึกอยากทำชาสไตล์ไต้หวันให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากที่คลุกคลีอยู่ในร้านชาของครอบครัวอยู่แล้ว มิสหม่าก็แตกแบรนด์ใหม่ ใส่ความพรีเมียมและปรับสูตรให้ทุกเชื้อชาติดื่มได้ถูกปาก เกิดเป็นแบรนด์ KOI Café เมื่อปีพ.ศ.2549 ซึ่งคำว่า KOI หมายถึงเมล็ดชาและเมล็ดกาแฟ พอถึงปีพ.ศ.2558 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น KOI Thé (โค-อิ-เตะ) แล้วขยายสาขาไปทั่วเอเชีย โดยทุกร้านในทุกประเทศจะต้องนำเข้าใบชาและเม็ดไข่มุกจากไต้หวันเท่านั้น

ซิกเนเจอร์ที่ทำให้ทุกคนจำร้าน KOI Thé และตกหลุมรักแบรนด์นี้ก็คือ Golden Bubble ไข่มุกคาราเมลสีทอง ที่ขนาดเล็กกว่าไข่มุกทั่วไป แถมยังมีไซส์จิ๋ว Petit Bubble ออกมาอีก ที่ทั้งสองแบบล้วนเคี้ยวหนึบ มีรสหวานในตัว ซึ่งเบื้องหลังความอร่อยฟินนี้มาจากวัตถุดิบคุณภาพและความสดใหม่ ชาและไข่มุกที่นี่จะมีระยะเวลาในการต้ม ซึ่งหากเกินเวลาที่กำหนดไว้ จะต้องเปลี่ยนแล้วต้มใหม่ทั้งเซ็ต เรียกว่าใส่ใจคุณภาพสุดๆ
เมนูพื้นฐานที่ทุกคนไม่ควรพลาดคือ Golden Bubble Milk Tea แต่หากอยากลองรสชาติอื่นบ้างขอแนะนำ Oolong Milk Tea บอกเลยว่าชาอู่หลงของร้านนี้หอมมากๆ เหมือนกินที่ไต้หวันจริงๆ
เครื่องดื่มของ KOI Thé มีให้เลือก 2 ไซส์ (S และ M) และมีความหวานให้เลือกสั่งได้ถึง 6 ระดับ ดังนั้นไม่ว่าจะชอบดื่มชารสหวานระดับใน ที่ร้านนี้ตอบทุกโจทย์ได้หมดแน่นอน
The Alley (ชั้น 3)
A-C-D-L คือสูตรแห่งความสำเร็จที่ร้าน The Alley บอกว่า ทำให้แบรนด์ชานมไข่มุกอันโด่งดังจากไต้หวัน รังสรรชาให้เป็นมากกว่าชาได้ และขยายสาขาไปกว่า 10 ประเทศทั้งในเอเชีย อเมริกา และยุโรป ซึ่ง A-C-D-L ที่เขาพูดถึงก็คือ Aesthetic (สุนทรียะ) Creativity (ความคิดสร้างสรรค์) Design (การออกแบบ) และ Life (ชีวิต) โดย The Alley นำทั้ง 4 สิ่งสำคัญนี้มาผสานเข้าด้วยกัน

ชาแต่ละแก้วของ The Alley ชงอย่างใส่ใจ ใช้เวลามากกว่า 500 วัน ตั้งแต่การเก็บใบชาคุณภาพจากไต้หวัน มาบ่มกับวัตถุดิบลับ เพื่อให้มีทั้งกลิ่นและรสชาติที่สมบูรณ์ที่สุด หรือแม้กระทั่งตัวไข่มุก อีกหัวใจสำคัญ ก็ทำด้วยมือ ผ่านการตวงและต้มอย่างพอดิบพอดี จนได้ไข่มุกเนื้อหอม เหนียวนุ่ม และมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Deerioca ไม่เพียงใส่ใจในขั้นตอนก่อนส่งถึงมือผู้บริโภคเท่านั้น The Alley ยังใส่ใจขั้นตอนการดื่มด้วย เมนูประเภท Fresh Milk & Puff หรือชานมไข่มุกรสชาติต่างๆ ให้เริ่มดื่มโดยที่ไม่ต้องคนก่อน เพื่อรับความอุ่นและรับรสของไข่มุกอย่างเต็มที่ จากนั้นจึงค่อยๆ คนให้เข้ากัน 9 ครั้ง เมื่อดื่มอีกครั้งจะได้รสชาติที่อร่อยอีกแบบ ส่วนเมนูไฮไลต์ห้ามพลาดประจำร้านคือ Brown Sugar Deerioca & Milk Tea ที่ทั้งหอม ทั้งอร่อย
Sharetea (ชั้น 3 ใกล้ร้าน LOFT)
แบรนด์ชานมไข่มุกสุดเก๋าจากไทเป ซึ่งหลายคนที่เคยไปเที่ยวไต้หวันมักต้องแวะไปเช็กอินที่ร้าน Sharetea เพราะนี่คือแบรนด์ชาไข่มุกสูตรดั้งเดิม เปิดร้านมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2535 เริ่มต้นจากเมนูประเภทชาดำและชานม จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มชาผลไม้และเมนูอื่นๆ เข้าไป จนตอนนี้ Sharetea มีสาขาใน 18 ประเทศทั่วโลกกว่า 500 สาขา
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Sharetea มาจากการคัดสรรชาจากไต้หวันทุกใบ แล้วทุก 4 ชั่วโมง พนักงานต้องต้มชาใหม่ เพื่อให้ชาทุกแก้วมีกลิ่นและรสชาติคงที่ โดยเราเลือกระดับความหวานและปริมาณน้ำแข็งได้ด้วย เมนูที่ครองใจหลายคนคือ Classic Milk Tea เมนูคลาสสิกที่อร่อยตลอดกาล นอกจากนี้ยังมีอีกเมนูแนะนำคือ Okinawa Milk Tea ตัวนี้จะเพิ่มน้ำตาลทรายแดงเบิร์นไฟลงไปด้วย จนได้กลิ่นหอมคาราเมลมาแต่ไกล

BRIX Dessert Bar (ชั้น G โซน The Veranda ใกล้ร้าน Jumbo Seafood)
จากแรงเชียร์ของผู้ที่ได้ชิมขนมที่ทำเล่นเป็นงานอดิเรก เจ้าของร้านเลยเปิดร้าน BRIX Dessert Bar ขึ้นมาพร้อมคอนเซ็ปต์ว่า “ร้านขนมหวานสำหรับทุกคน” โดยนำคำว่า BRIX ซึ่งเป็นหน่วยวัดค่าความหวานมาเป็นชื่อร้าน บาร์ขนมหวานแห่งนี้หมั่นเอาใจใส่และคัดสรรแต่วัตถุดิบพรีเมี่ยม แต่ละเมนูผ่านการคิดและทำแล้วทำอีกมามากกว่า 50 ครั้ง เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด

แต่ร้านนี้ไม่ได้มีแค่ขนม เพราะความจริงแล้วพระเอกของร้านคือ ชานมไข่มุก ที่ BRIX เลือกใช้ใบชาจากไต้หวันและศรีลังกาเท่านั้น ก่อนจะนำมาเบลนด์จนได้รสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทีเด็ดประจำร้านอยู่ที่ไข่มุกเคี่ยวน้ำตาลดำออร์แกนิก จนนุ่มเหนียว เคี้ยวเพลิน ที่สำคัญคือหอมน้ำตาลมากๆ
เมนูห้ามพลาดของ BRIX ก็คือ Black Bubble Series ซึ่งมี Black Sugar Bubble Milk Tea เป็นแก้วขายดีตลอดการประจำร้าน ซึ่งความอร่อยของเมนูนี้ทำให้ BRIX ขายไข่มุกหมดเกลี้ยงทุกวัน รับประกันความอร่อยด้วยความขายดีขนาดนี้ จึงพลาดไม่ได้จริงๆ
Kyoto Inari Tea & Dessert Café (ชั้น G โซน The Veranda)
คาเฟ่ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความอร่อยของมัตฉะและมัตฉะซอฟท์ครีมพาร์เฟ่ต์ เพราะเขาใช้ผงชาเขียวมัตฉะแท้จากเมือง Uji ทางตอนใต้ของเกียวโต ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นที่หนึ่งแห่งแหล่งผลิตชาเขียวในญี่ปุ่น Kyoto Inari ใช้เฉพาะชาพรีเมียมที่คัดสรรและส่งตรงมาจากญี่ปุ่นเท่านั้น เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มรสความเข้มข้นของชาแท้ๆ

แต่ไม่ใช่เพียงชาเขียวเท่านั้นที่ดีงาม แต่ Kyoto Inari ยังมี ชานม (Black Milk Tea) พร้อมไข่มุกสูตรพิเศษเตรียมไว้สำหรับคอชานมไข่มุกด้วย ตัวชาเข้มและหวานกำลังดี ส่วนไข่มุกมี 2 แบบคือไข่มุกน้ำเชื่อมดำญี่ปุ่น (สีดำ) และไข่มุกน้ำผึ้ง (สีทอง) สูตรเฉพาะของร้าน และสำหรับคนที่ไม่ชอบหวาน ก็เลือกระดับความหวานให้ตรงตามใจได้ บอกเลยว่าใครที่ชอบดื่มชาเข้มๆ ต้องตกหลุมรักร้านนี้แน่นอน
Tsujiri (ชั้น 6 ใกล้ร้าน Masala Art)
นี่คือร้านเดียวในลิสต์ที่ไม่มี “ไข่มุก” แต่ด้วยความดีงามของ “ชา” ทำให้เราต้องรวมมาอยู่ในลิสต์ร้านชานมด้วย เพราะอยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง ซึ่งใครที่มาสายชาเขียวแท้ๆ คงจะรู้จัก Tsujiri เป็นอย่างดีแล้ว เพราะเป็นแบรนด์ชาเขียวพรีเมียมจากเมืองอุจิ เกียวโต ที่เปิดกิจการมานานมากๆ แล้ว โดยยังคงขนบและการชงชาแบบดั้งเดิมอยู่ สำหรับ Tsujiri ไอคอนสยามนี้ มีทั้งเมนูขนมหวานและเครื่องดื่มที่ทำจากใบชาชั้นดีอย่างมัตฉะและโฮจิฉะ ซึ่งวัตถุดิบเกือบทั้งหมดในร้านนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อคงรสชาติและคุณภาพดั้งเดิมไว้

เมนูแนะนำของ Tsujiri คือ Premium Matcha Latte ที่ใช้ใบชาเกรดเดียวกับที่ใช้ในพิธีชงชา นอกจากนี้ยังมี O-Matcha Kuromitsu Jelly Latte และ Houjicha Kuromitsu Jelly Latte เครื่องดื่มชาเขียวที่ใส่เจลลี่ชิ้นโตไว้ให้เคี้ยวแทนไข่มุก ใครที่อยากลิ้มรสชาเขียวแท้ๆ ที่ยังชงแบบดั้งเดิมอยู่ กดลิฟต์ขึ้นมาชั้น 6 ได้เลย
ทั้งหมดนี้คือ 13 ร้านชานมไข่มุกในไอคอนสยาม ที่เป็นทั้งร้านแบรนด์ไทยและร้านดังจากต่างประเทศ ซึ่งแต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นต่างกันไป โดยเราคัดสรรมาแล้วว่าทุกร้านใช้ใบชาคุณภาพดี ได้มาตรฐาน ที่สำคัญคืออร่อย เติมเต็มความสุขให้ทุกคนได้แน่นอน มาค่อยๆ ทยอยชิมเพื่อหาร้านชานมไข่มุกในดวงใจกันได้ ที่ไอคอนสยาม


