Biznews

เปิดคะแนน “นโยบายเพื่อสังคม” 8 ค้าปลีกไทย ใคร”เพิ่ม” ใคร”ลด”

แคมเปญ “ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก” เปิดผลการประเมินนโยบายสาธารณะด้านสังคมของ 8 ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย ประจำปี 2562 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 พบว่าในภาพรวม ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยยังทำคะแนนได้ไม่ดีนัก โดยมีซูเปอร์มาร์เก็ตถึง 4 รายที่ไม่ได้คะแนนเลย ได้แก่ Big C, Foodland, Gourmet Market และ Villa Market 

 

สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้คะแนนจากการประเมินประจำปีนี้ ได้แก่ CP Freshmart (มิติความโปร่งใส 2 คะแนน มิติสิทธิแรงงาน 6 คะแนน และมิติเกษตรกรรายย่อย 3 คะแนน) Makro (มิติความโปร่งใส 3 คะแนน มิติสิทธิแรงงาน 3 คะแนน และมิติเกษตรกรรายย่อย 4 คะแนน) Tesco (มิติความโปร่งใส 10 คะแนน มิติสิทธิแรงงาน 14 คะแนน มิติเกษตรกรรายย่อย 5 คะแนน และมิติสิทธิสตรี 6 คะแนน) และ Tops (หมวดสิทธิสตรี 1 คะแนน)

ธีรวิทย์ ชัยณรงค์โสภณ เจ้าหน้าที่องค์การอ็อกแฟมในประเทศไทย กล่าวถึงการประเมินในครั้งนี้ว่า เป็นการประเมินจากนโยบายสาธารณะที่เปิดเผยต่อสังคมใน 4 หัวข้อ คือ ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ 24 คะแนน, แรงงาน 24 คะแนน, ผู้ผลิตรายย่อย 24 คะแนน และสตรี 21 คะแนน รวมทั้งหมดเต็ม 93 คะแนน

จากการประเมินดังกล่าวพบว่า เทสโก้ โลตัส เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้คะแนน “นโยบายเพื่อสังคม” สูงสุด คือ 35 คะแนน รองลงมาคือ ซีพี เฟรชมาร์ท 11 คะแนน แมคโคร 10 คะแนน และท็อปส์ได้ 1 คะแนน ส่วนอีก 4 ซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นไม่สามารถเก็บคะแนนได้ทุกหัวข้อ คือ บิ๊กซี, ฟู้ดแลนด์, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และวิลล่า มาร์เก็ต  ซึ่งการที่บิ๊กซีได้ตะแนนลดลงได้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะเพิ่งจะเปลี่ยนเจ้าของและออกจากตลาดหลักทรัพย์ไป ทำให้ไม่มีรายงานประจำปีเหมือนเมื่อก่อน

ทั้งนี้ แคมเปญซูเปอร์มาร์เก็ตที่รักยังเรียกร้องให้ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคแน่ใจได้ว่าการซื้อตรงจากเกษตรกรหรือ Direct Sourcing เป็นไปอย่างเป็นธรรมและรับผิดชอบ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ยกตัวอย่างกรณีของสหกรณ์ท่ายาง จ.เพชรบุรี ซึ่งมีการรวมกลุ่มเกษตรกรอย่างเข้มแข็ง ส่งขายให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างเป็นระบบ สามารถระบุที่มาของผลผลิต ตรวจสอบย้อนกลับได้ชัดเจน โดยกลุ่มเกษตรกรสามารถกำหนดราคาขายที่พอใจได้เองด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการซื้อตรงอย่างเป็นธรรมและรับผิดชอบสามารถทำได้จริงในประเทศไทย

แคมเปญ ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก’ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มกินเปลี่ยนโลก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และองค์การอ็อกแฟมในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนจากโครงการ SWITCH-Asia II ของสหภาพยุโรป และสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสวีเดน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในการผลิตและจำหน่ายอาหารในประเทศไทย ผ่านการรณรงค์ให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารที่ ‘ดีตั้งแต่ต้นทาง’ คือ เป็นธรรมกับเกษตรกรและแรงงาน ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

 

Related Articles

Back to top button