Biznews

ห่วงสุขภาพคนไทย! สรรพสามิตจ่อเก็บภาษีเบียร์ 0% – เหล้าอัดเม็ด – ช็อกโกแลตเหล้า

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้จะต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว 40% ในวันที่ 1 ต.ค. 2563 นี้ ว่ามีความจำเป็นต้องขยายเวลาออกไปอีกหรือไม่ เพราะทั้งผู้ประกอบการ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) และเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ ไม่ต้องการให้ปรับขึ้น เพราะกระทบยอดขายอย่างรุนแรง จนเกษตรได้รับความเดือดร้อน เนื่องจาก ยสท. ลดการซื้อใบยาสูบลงถึง 50%

“ปัจจุบันการเก็บภาษีบุหรี่มีอัตรา 20% สำหรับบุหรี่ที่ราคาไม่เกินซองละ 60 บาท และ 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาเกินซองละ 60 บาท ซึ่งเดิมจะต้องมีการเก็บภาษีเป็นอัตราเดียว 40% ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา แต่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการขยายเวลาการขึ้นภาษีออกไปอีก 1 ปี คือ ในวันที่ 1 ต.ค. 2563 เนื่องกระทบยอดขายบุหรี่อย่างมาก จนทำให้การใช้ใบยาสูบจากชาวไร่ลดลง”

นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอให้ฝ่ายนโยบายเปิดพิกัดภาษีนวัตกรรมแฮลกอฮอล์ เพื่อนำ เบียร์0% เบียร์อัดเม็ด เหล้าอัดเม็ด ช็อคโกแลตเหล้า มาอยู่ในพิกัดภาษีดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้พบการขายสินค้าดังกล่าวในไทยเพิ่มขึ้น แต่อัตราภาษีที่จัดเก็บยังไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเบียร์ 0% ขณะนี้เสียภาษีอยู่ในพิกัดน้ำหวาน

ซึ่งพิกัดภาษีใหม่นำสินค้าที่เป็นนวัตกรรมแอลกอฮอล์ทั้งหมดเข้ามาอยู่ในระบบ เช่น เหล้าอัดเม็ด เบียร์อัดเม็ด ที่เริ่มพบการนำเข้ามาในไทย และเพียงแค่เอามาใส่น้ำกินมีรสชาติคล้ายเบียร์ ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างนำเหล้าอัดเม็ด เบียร์อัดเม็ด มาวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ส่วนช็อคโกแลตเหล้า ซึ่งขณะนี้ไม่ได้เก็บภาษีสรรพสามิตเพราะหลุดการตีความจะดึงเข้ามาอยู่ในพิกัดภาษีดังกล่าวด้วย

นายพชร กล่าวอีกว่า ในเรื่องเบียร์ 0% จากการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกคนเห็นตรงกันว่าไม่ควรให้อยู่ในพิกัดน้ำหวาน หรือเครื่องดื่มปกติ ดังนั้น ควรต้องเปิดพิกัดใหม่ และเก็บภาษีในอัตราภาษีสูงกว่าเครื่องดื่มที่มีอัตราภาษี 14% แต่เบียร์ 0% ควรมีภาษีต่ำกว่าเหล้าเบียร์ ที่เฉลี่ยเก็บตามปริมาณมูลค่าและปริมาณ 44% ของราคาขาย โดยเป็นการคิดจาก 22% ตามมูลค่า และคิดจากปริมาณ 450 บาทต่อลิตรต่อแอลกอฮล์บริสุทธิ์

ทั้งนี้ หากอาหารหรือเครื่องดื่มใดที่มีแอลกออฮอล์ผสมที่ไม่อยู่ในรูปแบบเครื่องดื่ม รวมทั้งในรูปแบบคล้ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ไม่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์จะมาอยู่ในพิกัดดังกล่าว เพราะสินค้าบางชนิดหลุดพิกัดภาษี และบางชนิดเสียภาษีในพิกัดน้ำหวาน โดยในส่วนเบียร์ 0% นั้นพบการแจกทดลองในสถานศึกษาถือว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะเมื่ออยู่ในพิกัดน้ำหวานไม่สามารถควบคุมได้ แต่ถ้ามีพิกัดภาษีชัดเจนทำให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถหาแนวทางควบคุมต่อไปได้

 

Related Articles

Back to top button