Biznews

ถนนค้าปลีกพุ่งสู่ “โคราช”

หลังผ่านพ้นพระราชพิธีที่ฉุดหัวใจคนไทยทั้งชาติครั้งยิ่งใหญ่ไปได้ไม่นาน เพราะชีวิตต้องไปต่อตามคำพ่อที่บอกไว้ว่า “เสียใจได้แต่อย่าให้นาน” ดูเหมือนภาคธุรกิจต่างใส่เกียร์ลุยอย่างไม่ยั้งหลังอั้นมานาน โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่มีการเคลื่อนไหวโดยรายใหญ่ๆ ต่างพุ่งตรงไปที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อยึดฐานที่มั่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ถ้าไม่นับกรุงเทพฯ การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกที่ร้อนแรงและดุเดือดที่สุด นาทีนี้คงหนีไม่พ้น จังหวัดนครราชสีมา หรือ “โคราช” ที่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของ 3 กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ จากส่วนกลางที่บุกเข้าไปจับจองพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเดอะมอลล์ ในฐานะเจ้าตลาดมากว่า 17 ปี และมีกลุ่มทุนรายใหม่ที่ใหญ่ไม่แพ้กันถึง 2 กลุ่ม นำโดยยักษ์อสังหาฯ กลุ่มแอนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่เปิดตัว “เทอร์มินอล 21 โคราช” เมือวันที่ 19 ธันวาคม 2559 และล่าสุด กลุ่มเซ็นทรัล ที่เตรียมเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ เซ็นทรัลพลาซ่า นครราชสีมา ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

สาเหตุที่รายใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับโคราช น่าจะเป็นเพราะการเติบโตของเมืองโคราชที่ไปได้อีกมหาศาล ด้วยจำนวนประชากรสูงถึง 2.8 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ที่สำคัญ โคราช ยังเป็นเกตเวย์ในการเดินทางสู่ภาคอีสาน และยังเป็นจังหวัดที่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มเออีซีได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าผ่านระบบรางกับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง

นอกจากนี้ เมืองใหญ่แห่งนี้ยังมีจำนวนนักศึกษาสูงถึง 50,000 คนและมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 5 ล้านคนต่อปี เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และรสนิยมที่แทบไม่ต่างไปจากคนกรุงเทพฯ

เซ็นทรัล ไม่กลัวไฟ

ประเดิมที่ผู้ท้าชิงอย่างบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ที่ประกาศเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ภายใต้รูปแบบ Mixed-Use Project ที่มีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม ศูนย์ประชุม คอนโดมิเนียม ตลาดไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ และสวนสาธารณะ บนที่ดินกว่า 65 ไร่ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท บนที่ดินกว่า 65 ไร่ โดยซีพีเอ็นได้เลือกวันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นวันเปิดตัว ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง งานจึงต้องจัดเต็มทั้งแสง สี เสียง ดารา นักร้อง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ใช้ชีวิตให้สุด” 9 ไฮไลต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนโคราชและคนอีสานครบทุกมิติ ทั้งชม ชิม ชอป ชิลล์ ชิค ชาร์จความฟิต รวมไว้ในที่เดียว

เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา เป็นโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่รวมใหญ่เป็นอันดับ 3 ของศูนย์การค้าโดยกลุ่มเซ็นทรัล รองจากเซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 64 ไร่ ติดถนนมิตรภาพขาเข้าเมืองนครราชสีมา มีพื้นที่รวมกว่า 355,000 ตารางเมตร (มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค) รองรับกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดนครราชสีมากว่า 2.8 ล้านคน และจังหวัดใกล้เคียง
ทั้งนี้ เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ถือเป็นศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนาแห่งที่ 4 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถัดจากเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น และเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี

ก่อนหน้านี้ ซีพีเอ็น เตรียมพัฒนาโครงการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมามาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ก่อนการเปิดให้บริการของศูนย์การค้า เดอะมอลล์ โคราช ที่เปิดให้บริการปี พ.ศ. 2543 เสียอีก ครั้งนั้นได้เลือกทำเล บนพื้นที่ของ เทอร์มินัล 21 โคราช ในปัจจุบัน โดยมีเจ้าของคือ กลุ่มไทยสงวน แต่ได้ระงับโครงการลงไป

ผ่านไป 16 ปี ข่าวการพัฒนาของกลุ่มเซ็นทรัลในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2556 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อที่ดินบริเวณถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ขนาด 52 ไร่ จากนายบุญชัย พรมนะกิจ มูลค่าประมาณ 5-6 ร้อยล้านบาท และยื่นแบบขอก่อสร้างโครงการเป็นที่เรียบร้อย ก่อนประกาศเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการใน วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 โดยมีกำหนดเปิดภายในปี พ.ศ.2559 ด้วยขนาดพื้นที่โครงการรวม 250,000 ตร.ม. เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนขึ้นไป พร้อมทั้งวางแม่เหล็กหลักๆ เหมือนศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาในกรุงเทพมหานคร เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ท็อปส์ มาร์เก็ต เพาเวอร์บาย บีทูเอส ซูเปอร์สปอร์ต ออฟฟิศเมท และบ้านแอนด์บียอนด์ โดยมีกำหนดเปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 แต่งานก่อสร้างกลับไม่คืบหน้าตามกำหนดการเดิม

จนกระทั่งมีข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่าเซ็นทรัลพัฒนาได้ซื้อที่ดินผืนใหม่ริมถนนมิตรภาพบริเวณเยื้องกับมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล และติดปากซอย 30 กันยา ซึ่งมีขนาดพื้นที่รวมกว่า 64 ไร่ โดยได้กว้านซื้อที่ดินหลายแปลง จากร้านนิวเซียงกง มอเตอร์, อาคารพาณิชย์ 8 ห้องด้านหน้า และจากนายวัฒนา อัศวเหม 53 ไร่ โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดตั้งแต่เดือน เมษายน พ.ศ.2557 โดยทางเซ็นทรัลปิดเงียบ ให้รอการชี้แจงในการแถลงข่าวครั้งถัดไป ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2557

การแถลงข่าวครั้งที่สองถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 โดยมีรายละเอียดคือประกาศย้ายทำเลจากที่ดินผืนเดิมไปอยู่ที่ดินผืนใหม่ที่พึ่งซื้อ ปรับแผนการลงทุนเป็น 9,500 ล้านบาท มีเนื้อที่โครงการรวม 250,000 ตร.ม. เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน และมีผู้เช่าหลักคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ เพาเวอร์บาย บีทูเอส ซูเปอร์สปอร์ต ออฟฟิศเมท บ้านแอนด์บียอนด์ และโรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า 10 โรง พร้อมโรงภาพยนตร์สี่มิติหนึ่งโรง พร้อมเพิ่มโรงแรม 25 ชั้น จำนวน 350 ห้องต่อยอดขึ้นไปบนตัวอาคาร และปรับให้ชั้นดาดฟ้าของศูนย์การค้าเป็นสวนหย่อมลอยฟ้าขนาดใหญ่เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจกลางเมือง

การแถลงข่าวครั้งที่สามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 โดยมีการปรับรายละเอียดใหม่ทั้งหมด คือลดจำนวนชั้นจาก 5+1 ชั้น เป็น 4+1 ชั้น ปรับแผนการลงทุนเป็นการลงทุนโครงการแบบผสม ประกอบไปด้วยศูนย์การค้า โรงแรม อาคารชุด และศูนย์การประชุม รวมถึงพัฒนาตลาดลีลาชีวิต (ตลาดมาร์เก็ต มาร์เก็ต) พร้อมสวนสาธารณะ พร้อมบึงขนาดเล็กบริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า มูลค่าโครงการทั้งหมดอยู่ที่ 10,596 ล้านบาท มีเนื้อที่โครงการรวม 355,000 ตร.ม. เน้นกลุ่มลูกค้าหลากหลายกลุ่ม และมีผู้เช่าหลักคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ เพาเวอร์บาย ธิงค์สเปซ บีทูเอส ซูเปอร์สปอร์ต ออฟฟิศเมท และโรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า 9 โรง พร้อมโรงภาพยนตร์สี่มิติหนึ่งโรง และมีกำหนดเปิดให้บริการจริงในระยะที่ 1 ภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 จากนั้นจะทะยอยเปิดส่วนอื่น ๆ ต่อไป ในขณะที่ที่ดินผืนเดิมบริเวณถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ก็จะยังไม่มีการขายทอดตลาด เพราะต้องการเก็บไว้มองหาโอกาสในการขยายสาขาในอนาคตต่อไป

การแถลงข่าวครั้งที่สี่จัดขึ้นเมื่อ 19 กันยายน 2560 ณ โรงแรมแคนทารี่ โคราช ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดศูนย์การค้าตัวเซ็นทรัล นครราชสีมา อย่างเป็นทางการ ถือเป็นศูนย์การค้าแห่งที่ 31 ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด และมีผู้บริหารระดับสูงมาร่วมในงานแถลงข่าวมากมาย โดยได้ชี้แจงเรื่องการยืนยันการเปิดตามกำหนดวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 และ เผยภาพการตกแต่งจำลองภายในศูนย์การค้าตามฤดูต่างๆ

เดอะมอลล์กรุ๊ป ผุด “เดอะมอลล์โคราช ลำตะคอง วิลเลจ”

ด้านเจ้าตลาดเดิมอย่าง เดอะมอลล์ กรุ๊ป มิได้นิ่งดูดายตั้งการ์ดรับทันทีด้วยการทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท จัดงาน “เดอะมอลล์โคราช ลำตะคอง วิลเลจ” เนรมิต แหล่งแฮงเอ้าท์แห่งใหม่ใจกลางเมืองโคราชบนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ให้เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำสุดชิค

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า หลังจากเดอะมอลล์โคราช มีการปรับโฉมใหม่ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก จึงได้มีการพัฒนาและจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้สร้างแหล่งแฮงเอ้าท์แห่งใหม่ที่มีชื่อว่า “เดอะมอลล์โคราช ลำตะคอง วิลเลจ” โดยได้ทุ่มงบประมาณ 30 ล้านบาท รังสรรค์พื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ให้เป็นแหล่งแฮงเอ้าท์สุดชิค คัดสรรค์ร้านค้าแฟชั่น และร้านอาหารชื่อดัง คาดกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอีสานให้เติบโตขึ้น โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย

สำหรับพิธีเปิดงาน เดอะมอลล์โคราช ลำตะคอง วิลเลจ ได้จัดคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง แจ๊ส สปุกนิกปาปียอง กุ๊กกุ๊ก และ จ๊ะ อาร์สยาม นอกจากนี้ยังได้ จากศิลปินชื่อดังอย่าง “โอ๋ ฟูตอง” และศิลปินโคราช มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยการวาดกราฟฟิก บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ Pride of Korat. Life is fun at Lamtakong Village. ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตของชาวโคราช

ทั้งนี้ คาดว่า “เดอะมอลล์โคราช ลำตะคอง วิลเลจ” จะเป็นแหล่งแฮงเอ้าท์แห่งใหม่เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและสร้างความคึกคักในการจับจ่ายใช้สอยและทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของเมืองโคราชและภาคอีสานมีการเติบโตมากยิ่งขึ้น โดย“เดอะมอลล์ โคราช ลำตะคอง วิลเลจ” เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 23.00 น. ที่บริเวณลำตะคอง เดอะมอลล์ โคราช ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเดอะมอลล์ โคราช

ก่อนหน้านี้ กลุ่มเดอะมอลล์ ได้ใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่และพลิกโฉม “เดอะมอลล์ นครราชสีมา” ภายใต้คอนเซปต์ มหานครหฤหรรษ์แห่งอีสาน (THE GREATEST KINGDOM OF HAPPINESS IN ISAN) พื้นที่รวมกว่า 3.5 แสนตร.ม.ตอกย้ำความเป็นอภิมหาอาณาจักรห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้ายิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดในภาคอีสาน ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ตั้งแต่เข้าลงทุนครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางด้านการช้อปปิ้งรวมถึงการนำร้านค้าชื่อดังจากกรุงเทพฯไปไว้ที่นั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นลานไอซ์สเก็ต เพิ่มเครื่องเล่นในสวนน้ำ ปรับปรุงซุปเปอร์มาร์เก็ตให้เทียบเท่ากับพารากอนและเอ็มคอเทียร์

กลุ่มแลนด์ฯ พร้อมรับมือ

จากฝั่งของเซนทรัล เดอะมอลล์ ก็มาถึงยักษ์ใหญ่อย่าง แลนท์ แอนด์ เฮาส์ นอกจากจะลงทุนในเรื่องของบ้านและที่พักอาศัย ก็ได้ลงทุนห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราชด้วย ซึ่งใช้งบลงทุนถึง 6,000 ล้านบาท สำหรับศูนย์การค้าและอีก 1,500 ล้านบาท สำหรับโรงแรม คอนเซ็ปต์ของเทอร์มินอล 21 โคราช คือ การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้ง โดยแต่ละชั้นจะตกแต่งเป็นบรรยากาศเมืองสำคัญทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น โตเกียว ปารีส อิสตันบูล ลอนดอน ซานฟรานซิสโก และฮอลลิวู้ด

อีกทั้งยังมีส่วนผสมของร้านค้าแบรนด์ดัง แบรนด์โลคอล ในพื้นที่รวมกว่า 240,000 ตารางเมตร รวมถึงโซนที่จะเปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับต่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และที่สำคัญยังดึงจุดขายหอคอยสูงอันดับ 3 ของประเทศ หอไอเฟลสูงเท่าตึก 10 ชั้น สะพานโกลเด้นเกต และบันไดเลื่อนความยาว 36 เมตร มาเป็นตัวดึงดูดทราฟฟิกเพื่อเช็กอิน ถ่ายรูปและจับจ่าย ไม่เฉพาะในเมืองไทย แต่ยังรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งภูมิภาคที่จะเข้ามาในอนาคต

นอกจากยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ราย แล้ว ล่าสุด อิออน กรุ๊ป ยักษ์ค้าปลีกรายใหญ่อย่างญี่ปุ่น ยังสนใจจะเข้ามาร่วมชิงเค้กค้าปลีกเมืองโคราชด้วยอีกราย โดยอยู่ระหว่างการซุ่มซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างศูนย์การค้า อิออน มอลล์ แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งยังต้องติดตามความคืบหน้าชนิดตาไม่กระพริบ

จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าสมรภูมิการแข่งขันของ “ทำเลทอง” นี้จะร้อนแรงไม่ต่างไปจากค้าปลีกใจกลางเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร

Related Articles

Back to top button