เซ็งเป็ด!!! “ค้าปลีก” โวยยอดขายตก หลังรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก
ครบ 1 เดือนเต็มสำหรับการประกาศใช้มาตรการเลิกแจกถุงพลาสติกืั้ืำเอาบรรดาค้าปลีกชั้นนำตลอดจนร้านสะดวกซื้อมึนตามๆ กันเนื่องจากพฤติกรรมคนไทยยังไม่คุ้นชินกับการพกผ้าลดโลกร้อนแต่อย่างใด เห็นได้จากระยะหลังๆ เมื่อเข้าร้านสะดวกซื้อ พนักงานเริ่มถามลูกค้าบ่อยขึ้นว่า “รับถุงไหม” ขณะที่ล่าสุด ‘หอการค้าไทย’ รายงานผลการเลิกแจกถุงทำยอดขายตก ผู้บริโภคซื้อน้อยลง เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้พกถุงผ้าติดตัว
นายสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้หอการค้าไทยและผู้ประกอบการห้างค้าปลีกอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบและการออกมาตรการเสริมเพื่อช่วยขับเคลื่อนการใช้จ่ายหลังจากที่ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก จนทำให้ยอดขายลดลง เพราะผู้บริโภคลดการซื้อสินค้าให้น้อยชิ้นลง โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้นำถุงผ้าติดตัวมาด้วย

เบื้องต้นจะส่งเสริมให้ใช้ถุงกระดาษ, ถุงพลาสติกบางที่ย่อยสลายได้ รวมถึงแจกถุงขยะแทนการแจกถุงพลาสติกทั่วไป เพื่อให้ผู้บริโภคนำถุงไปใส่ขยะก่อนที่จะนำขยะไปทิ้ง เป็นต้น ผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้วางแผนว่าจะซื้ออะไร เดิมเมื่อเข้าร้านค้าหรือห้าง หากเห็นอะไรที่ชอบก็จะซื้อตอนนั้นเลย แต่หลังจากรณรงค์อย่างเข้มข้นให้เลิกแจกถุงพลาสติก ทำให้ลูกค้าลดจำนวนการซื้อ
ดังนั้น ภาคเอกชนคงต้องร่วมกันหามาตรการจูงใจผู้บริโภคซื้อสินค้ากันต่อไป ซึ่งตอนนี้มีหลายแนวทาง แต่ยอดขายที่น้อยลงไม่ใช่ประเด็นการรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติกอย่างเดียว แต่จะมีเรื่องของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, ฝุ่น PM 2.5 และไวรัสโคโรนาด้วย” นายสุรงค์ กล่าว
ขณะที่นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า เตรียมเรียกผู้ประกอบการค้าปลีก หารือร่วมกันเพื่อระดมความคิดเห็นถึงแนวทางหลังบรรยากาศการค้าปีนี้มีปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก, ปัญหาฝุ่น PM2.5 และยังมาเจอปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาซ้ำเข้าไปอีก ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในห้างสรรพสินค้าลดน้อยลงไปมาก แม้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ แต่ภายในไตรมาสแรกปีนี้ เชื่อว่าผู้ค้าหลายรายยอดขายตกแน่นอน
ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกปีนี้ เต็มที่น่าจะเติบโตได้เพียง 2.5% ลดลงจาก 2.8% ในปี 2562



