Biznews

3 ข้อสังเกตจากงานวิจัย ก่อนเก็บ VAT ธุรกิจรายย่อย

กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาขยายฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้ครอบคลุมธุรกิจที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยมองว่าจะช่วยลดธุรกิจนอกระบบและเพิ่มรายได้เข้ารัฐ

หลักคิดเรื่อง “การขยายฐานภาษี” เป็นทิศทางที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อมุ่งให้ระบบภาษีเป็นธรรมมากขึ้น แต่คำถามสำคัญคือ…
เราเข้าใจบทบาทของเกณฑ์ VAT ต่อแรงจูงใจและพฤติกรรมของธุรกิจเล็กมากน้อยแค่ไหน
ในฐานะนักวิจัยที่ศึกษาพฤติกรรมธุรกิจขนาดเล็กและระบบภาษีไทย ผมขอฝากข้อสังเกต 3 ข้อเผื่อจะเป็นประโยชน์ได้บ้างครับ
.
.
1) พฤติกรรมการหลีกเลี่ยง 1.8 ล้าน และผลกระทบต่อการเติบโต
งานวิจัยของเราพบว่าธุรกิจไทยมี “พฤติกรรมกองตัว” (bunching) อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับรายรับก่อนถึง 1.8 ล้านบาทเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนการตั้งใจหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบ VAT
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ งานวิจัยพบว่าธุรกิจจำนวนมากจงใจ “หยุดการเติบโต” เมื่อรายได้เข้าใกล้ 1.8 ล้านบาท และพยายามรักษารายได้ให้อยู่ในระดับเดิมหลายปีติดต่อกัน
ส่งผลให้ระบบภาษีกลายเป็น “ข้อจำกัดในการเติบโต” แทนที่จะเป็นกลไกสนับสนุนธุรกิจ
.
.
2) ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎ VAT สูงเกินรับไหวสำหรับธุรกิจเล็ก
การเข้าระบบ VAT ไม่ได้แปลว่าแค่ “จ่ายภาษี”
แต่หมายถึงภาระการปฏิบัติตามกฎระเบียบจำนวนมาก ทั้งการออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง ทำบัญชีให้ได้มาตรฐาน ยื่นแบบรายเดือน เตรียมเอกสารพร้อมตรวจสอบ
สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีฝ่ายบัญชีเป็นเรื่องเป็นราว นี่คือภาระที่ “เปลี่ยนเกม” ไปเลย
ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยยังพบว่าหากธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่คู่แข่งจำนวนมากอยู่นอกระบบ (VAT informality สูง) การเสียภาษีกลายเป็นต้นทุนที่ทำให้แข่งขันไม่ได้ เพราะแข่งขันยากเมื่อต้องเก็บ VAT จากลูกค้า
.
.
3) กฎระเบียบ VAT แบบ “One Size Fits All” เหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยหรือไม่
คุณลักษณะสำคัญของระบบ VAT ไทยคือการใช้กฎเกณฑ์แบบเดียวกันกับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะมีรายได้ 2 ล้านหรือ 200 ล้านบาท ทุกธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎ vat แบบเดียวกัน ซึ่งข้อดีคือ เราได้ระบบภาษีที่เรียบง่ายและชัดเจน
แต่ “ความเท่าเทียม” แบบนี้อาจไม่เป็นธรรมกับธุรกิจเล็กที่ไม่มีทรัพยากรหรือบุคลากรเพียงพอในการจัดการภาระทางภาษีที่ซับซ้อน เปรียบเสมือนให้เด็กและผู้ใหญ่แบกกระเป๋าหนักเท่ากัน
หลายประเทศที่ต้องการขยายฐานภาษีไปที่ธุรกิจขนาดเล็ก มีการสร้างระบบ simplified VAT โดยเฉพาะ เช่น:
• ลดความถี่การยื่นแบบเป็นรายไตรมาสหรือรายปี (แทนรายเดือนแบบปัจจุบันของไทย)
• ทำระบบเครดิตภาษีซื้อให้ง่ายขึ้น หรือใช้อัตราเหมา (Flat rate)
• ลดความซับซ้อนของเอกสารที่ต้องจัดทำ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้การเข้าระบบ “ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว” สำหรับรายย่อย
.
.
มองภาพใหญ่ของระบบ VAT ไทย
VAT คือแหล่งรายได้หลักของรัฐ คิดเป็นราว 30% ของรายได้ภาษีทั้งหมดในปัจจุบัน แต่ก็กลายเป็น “เพดาน” ที่ทำให้ธุรกิจเล็กจำนวนมาก “ไม่กล้าโต” เพราะกลัวข้ามเส้น 1.8 ล้านบาท หากยากให้ระบบภาษีมีทั้งประสิทธิภาพและความเป็นธรรม เราจำเป็นต้องแก้จุดนี้
การขยายฐานภาษีเป็นสิ่งจำเป็น แต่โจทย์ท้าทายคือ ทำอย่างไรให้การขยายฐานภาษี “ไม่บั่นทอนแรงจูงใจในการเติบโต” และ “ไม่ผลักให้ธุรกิจหลบซ่อนมากขึ้น”
คำตอบอาจไม่ใช่แค่การเก็บ VAT จากธุรกิจเล็กในอัตราที่ต่ำ แต่อยู่ที่การลดต้นทุนและความซับซ้อนของระบบเพื่อให้การเข้าระบบ VAT เป็นเรื่องที่ “คุ้ม” และ “เป็นไปได้” สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
รศ. ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ
คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ

Related Articles

Back to top button