Biznews

ส่องอาณาจักร’ซีพี’ในวันที่ ‘รับลูกกลับบ้าน’

ร้อนแรงแข่งกับอากาศเมืองไทยบ่ายวันนี้ไม่น่าจะมีเรื่องไหนเกินการปิดดีลหลังจากที่ยืดยื้อและเป็นข่าวมานานกับการ“กลุ่มซีพี” กุมชัยชนะการประมูลกิจการ “เทสโก้” (Tesco) ในประเทศไทยและมาเลเซีย ด้วยมูลค่า 3.38 แสนล้านบาท โดย CPALL ถือ 40% กลุ่มซีพีถือ 40% , ซีพี เมอร์แชนไดซิ่ง (บริษัทลูก CPF) ถือ 20% 

เทสโก้ ระบุวา การขายกิจการครั้งนี้จะตัดลดหนี้สิน ทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้เทสโก้สามารถหันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจในอังกฤษ ไอร์แลนด์ และยุโรปได้มากขึ้น

 

ทั้งนี้ หลังจากแจ้งตลาดฯได้ไม่นาน ปรากฏว่าราคาหุ้นทั้ง CPALL และ CPF ปรับตัวร่วงแรงมากชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อนนั่นคือ  CPALL ร่วงลง 9.03% มาอยู่ที่ระดับ  63.00 บาท หรือลดลง 6.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,481 ล้านบาท และ CPF ร่วงลง 17.82% มาอยู่ที่ระดับ 22.60 บาท หรือลดลง 4.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,441 ล้านบาท

การกำชัยในคร้ังนี้ของเจ้าสัวธนินทร์ แห่งอาณาจักรซีพีถือเป็นการชนะประมูลเหนือ 2 กลุ่มทุนใหญ่ อย่าง บิ๊กซี จากกลุ่ม TCC ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี และกลุ่มเซ็นทรัล ของตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่ร่วมประมูล เทสโก้ โลตัส ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การปิดดีลดังกล่าวส่งผลให้เครือซีพี ได้กลับมาบริหาร โลตัส อีกครั้ง หลังจากในปี 1998  CP Group ได้ขายกิจการ “โลตัส” ให้กับกลุ่ม Tesco เป็นมูลค่าประมาณ 180 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมไปถึงกิจการค้าปลีกอย่าง “แม็คโคร” เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงนั้น   การซื้อ โลตัส ในครั้งนี้ ส่งผลให้ ซีพี จะมีห้างขายปลีกและร้านสะดวกซื้อชั้นนำ ทั้ง โลตัส 7-Eleven และแม็คโครครบวงจร

ก่อนหน้านี้นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD “ความจริงเทสโก้ โลตัสเป็นลูกของผม ตอนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ผมขายไป ฝากให้คนอื่นเลี้ยง ในครั้งนี้เจ้าของที่เคยเลี้ยงลูกผมจะขายลูกกลับคืนมา ผมก็ต้องซื้อ แต่ผมจะซื้อต่อเมื่อต้องเป็นประโยชน์ ถ้าซื้อแล้วไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ซื้อ”

ทั้งนี้มีการวางแผนจะนำเทสโก้ โลตัสมาเป็นที่กระจายสินค้าของสดของซีพี โดยยืนยันว่าตนเองรู้จักธุรกิจค้าปลีกดีกว่าคนอื่น เมื่อซื้อมา ผมทำแบบใหม่ ไม่ทำแบบเก่า สำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมยืนยันเรื่องการถูกตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลของไทย โดยกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ว่า การเข้ามาซื้อเทสโก้ โลตัสในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการผูกขาด เนื่องจาก แมคโครค้าส่ง โลตัสค้าปลีก เซเว่น สะดวกซื้อ ในต่างประเทศไม่เอามารวมกัน มันจะผูกขาดได้ยังไง

อาณาจักรของซีพีภายหลังการปิดดีลสะเทือนวงการค้าปลีกในครั้งนี้จะทำให้ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของค้าปลีกกลุ่ม CP ในประเทศไทย หลังชนะการประมูล ซื้อ Tesco Lotus คืนสำเร็จอยู่ที่  14,000 สาขา แบ่งออกเป็นร้านเซเว่น อีเลฟเว่นนำโด่งที่  11,900 สาขา ตามด้วยเทสโก้โลตัส 2,000 สาขา และแม็คโคร  133 สาขา ครอบคลุมค้าปลีกครบทั้ง 3 กลุ่มคือ 7-Eleven ในกลุ่มร้านสะดวกซื้อ, Makro ในกลุ่มค้าส่ง Cash & Carry และ Tesco Lotus ในกลุ่ม Hypermarket

ทั้งนี้ ในตลาด Modern Trade ถ้าเรียงลำดับบริษัทที่มีรายได้มากที่สุด ในปี 2561  พบว่า

1. ซีพี ออลล์ นับเฉพาะกิจการ 7-Eleven จะมีรายได้ 335,533 ล้านบาท กำไร 19,944 ล้านบาท

2. เทสโก้ โลตัส มีรายได้ 198,316 ล้านบาท กำไร 9,628 ล้านบาท

3. สยามแม็คโคร มีรายได้ 192,930 ล้านบาท กำไร 5,942 ล้านบาท

4. บิ๊กซี มีรายได้ 126,408 ล้านบาท กำไร 6,375 ล้านบาท

5. เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เจ้าของ Tops มีรายได้ 42,529 ล้านบาท กำไร 531 ล้านบาท

6. สรรพสินค้า เซ็นทรัล มีรายได้ 41,253 ล้านบาท กำไร 4,176 ล้านบาท

7. โรบินสัน มีรายได้ 32,107 ล้านบาท กำไร 2,937 ล้านบาท

8. เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีรายได้ 25,419 ล้านบาท กำไร 1,620 ล้านบาท

จะเห็นว่า 3 อันดับแรกในตลาดของเป็นกลุ่มซีพีโดย 3 บริษัทนี้รวมกัน จะมีรายได้ 726,779 ล้านบาท กำไร 35,514 ล้านบาท

 

 

 

ปัจจุบันกลุ่ม CP มีบริษัทหลักในเครือมากถึงกว่า 20 บริษัทด้วยกัน โดยแบ่งสายธุรกิจหลักออกเป็น 8 กลุ่ม ดังนี้
1. ธุรกิจการเกษตรและอาหาร

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF

บริษัท เจียไต๋ จำกัด

บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน)

บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด

2. ธุรกิจค้าปลีก

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO

Chia Tai Enterprises International Limited
เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ทำธุรกิจจำหน่ายรถไถ รถขุด รถดันดิน ในภาคตะวันตกของประเทศจีน
Shanghai Kinghill
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์การค้า Super Brand Mall ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

บริษัท เทสโก้ สโตร์ (ประเทศไทย)

บริษัท เทสโก้ สโตร์ (มาเลเซีย)

3. ธุรกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ True Move บริการอินเทอร์เน็ต True Online สถานีโทรทัศน์ True Vision ทีวีดิจิทัล True4U รวมถึงร้านกาแฟชื่อดัง True Coffee

4. อีคอมเมิร์ซและธุรกิจดิจิทัล

บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ASCEND
ผู้ให้บริการเทคโนโลยีทางการเงินและอีคอมเมิร์ช ภายใต้แบรนด์ TrueMoney, iTrueMart, WeLoveShopping เป็นต้น
บริษัท พันธวณิช จำกัด หรือ PANTAVANIJ

5. พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPLAND
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม รวมถึงศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ และศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น

6. ธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมทั่วไป
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด หรือ SAIC-CP MOTOR
เป็นผู้ร่วมผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย
CPPC Public Co., Ltd.
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไต้หวัน ทำธุรกิจอาหารสัตว์ บรรจุภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์พลาสติก PVC

7. ธุรกิจเวชภัณฑ์
Sino Biopharmaceutical Limited
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง เพื่อทำธุรกิจวิจัยและพัฒนายารักษาโรคในประเทศจีน
8. การเงินและการธนาคาร
ZhengXin Bank Company Limited
สถาบันการเงินในประเทศจีน ที่เริ่มบริการตั้งแต่ปี 2535 สำหรับรับฝากเงินจากประชาชน และปล่อยสินเชื่อให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก

Ping An Insurance Company China Limited
ในปี 2556 เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ทุ่มเงินกว่า 282,000 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น Ping An Insurance บริษัทประกันภัยในประเทศจีน ที่ปัจจุบันพัฒนาเป็นผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร ทั้งประกันภัย ธนาคาร การลงทุน และหลักทรัพย์

เทสโก้ โลตัส (อังกฤษ: Tesco Lotus) เป็นกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เดิมใช้ชื่อว่า โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Lotus Supercenter) โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในนามของบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด เปิดให้บริการสาขาแรกที่ซีคอนสแควร์ บนถนนศรีนครินทร์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับกลุ่มเทสโก้เมื่อปี พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกข้ามชาติจากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นที่มาให้เกิดการควบรวมชื่อเป็น เทสโก้ โลตัส ในปัจจุบัน โดยในปัจจุบันได้มีการแบ่งรูปแบบตามขนาด และวิถีชีวิตของแต่ละท้องที่

เทสโก้ โลตัส เกิดจากความต้องการขยายรูปแบบร้านค้าปลีกของ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่มซีพี เมื่อ พ.ศ. 2537 โดยได้ทดลองรูปแบบสาขาแรกที่ซีคอนสแควร์ แต่เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยจนกลายเป็นวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ทำให้ใน พ.ศ. 2541 กลุ่มซีพีตัดสินใจขายหุ้นส่วนใหญ่ของ โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ให้กับกลุ่มเทสโก้ จากประเทศอังกฤษ และได้เปลี่ยนแปลงชื่อมาเป็น เทสโก้ โลตัส ในปัจจุบัน

เมื่อ พ.ศ. 2557 กลุ่มเทสโก้ ถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการจาก Serious Fraud Office ฐานแสดงบัญชีไม่ตรงกับการดำเนินการจริงของบริษัทฯ ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ของกลุ่มเทสโก้ลดลงจนขาดทุน 3.1 แสนล้านบาทในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังเกิดเรื่อง เมื่อเป็นเช่นนี้กลุ่มเทสโก้จึงตัดสินใจขายกิจการในหลายประเทศรวมถึงประเทศมาเลเซียและเทสโก้ โลตัสในประเทศไทย เพื่อนำเงินไปชำระหนี้สินและพยุงสถานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท อย่างไรก็ตาม กลุ่มเทสโก้ กลับปฏิเสธการขายกิจการในไทยและมาเลเซีย เนื่องจากเป็นฐานรายได้หลักนอกประเทศอังกฤษของกลุ่มเทสโก้ และกลุ่มยังไม่มีความจำเป็นต้องขายออกไปเพื่อพยุงสถานะทางการเงิน

ต่อมา ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้ข่าวว่ากำลังปรึกษากับธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง เพื่อขอกู้เงินซื้อกิจการเทสโก้ โลตัสกลับคืนมา คาดว่าจะใช้เงินสูงถึง 2 แสนล้านบาทในการซื้อกิจการกลับมาทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ธนินท์ ได้เปิดเผยภายหลังว่าตนได้เจรจาขอซื้อคืนหลายครั้งแล้ว แต่กลับถูกปฏิเสธเนื่องจากกลุ่มเทสโก้ไม่ยอมขาย ตนจึงเคารพการตัดสินใจของกลุ่มเทสโก้และหยุดแผนการซื้อกิจการทั้งหมดลง

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 สำนักข่าวเดอะการ์เดียน ได้เปิดเผยว่ากลุ่มเทสโก้ กำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจขายกิจการในประเทศไทยและมาเลเซีย หลังมีเอกชนในไทยเสนอซื้อกิจการ ซึ่งต่อมาสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้เปิดเผยว่ากลุ่มที่สนใจเข้าซื้อกิจการมีทั้งหมดสามรายคือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือเครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มทีซีซี และบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งบลูมเบิร์กคาดว่ามูลค่าซื้อขายอาจสูงถึงหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณสามแสนล้านบาท และอาจกลายเป็นดีลใหญ่มากที่ส่งผลถึงตลาดค้าปลีกในประเทศไทย เนื่องมาจากปัจจุบันเทสโก้ โลตัสมีสาขากว่า 2,000 สาขา หลัก ๆ เป็นสาขาในรูปแบบเอ็กซ์เพรส และตลาดโลตัส หากหนึ่งในสามกลุ่มเป็นผู้ชนะการประมูลกิจการ จะทำให้กลุ่มนั้นพลิกขึ้นมาเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดค้าปลีกทันที ซึ่งต่อมา คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้ออกมาแถลงเป็นกรณีพิเศษว่า การประมูลกิจการเทสโก้ โลตัส ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการก่อน เนื่องจากจะส่อการผูกขาดทางการค้า และยังได้สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) เฝ้าระวังดีลนี้เป็นพิเศษ และติดตามการรวมธุรกิจอย่างใกล้ชิด

ต่อมากลุ่มเทสโก้ได้เปิดรับข้อเสนอจากเอกชนทั้งสามราย คือ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ผลปรากฎว่า บริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด อันเป็นกิจการร่วมค้าเฉพาะกิจที่ถือหุ้นโดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซี.พี. เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด เป็นผู้เสนอราคาประมูลสูงสุดที่ 338,445 ล้านบาท โดย ซี.พี. รีเทล ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563 แต่จะยังไม่สามารถเข้าซื้อกิจการทั้งหมดได้ เนื่องจากต้องขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และ Ministry of Domestic Trade and Consumers Affairs of Malaysia ให้เรียบร้อยก่อน คาดว่ากระบวนการซื้อขายจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2563

 

 

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ในปี 2562 เทสโก้ฯ ในไทยมีรายได้รวม 1.89 แสนล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,800 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2556 นายธนินท์ เจียรวนนท์ ได้เทกโอเวอร์ ธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบขายส่ง แบรนด์แม็คโคร สยามโฟรเซ่น และสยามฟูด เซอร์วิส มาด้วยมูลค่าประมาณ 188,880 ล้านบาท โดยปี 2561 สยามแม็คโคร มีรายได้ 155,917 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,378 ล้านบาท.

สำหรับ Tesco Lotus ในประเทศไทย มีร้านค้าในรูปแบบต่างๆ ที่ดำเนินการขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ให้เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้า และให้บริการอื่นๆ และได้พัฒนามาเป็นแบรนด์ธุรกิจค้าปลีก ประกอบด้วยร้านค้ารูปแบบไฮเปอร์มาร์เกต 214 สาขา ตลาด โลตัส 179 สาขา และ Tesco Express 1,574 สาขา และให้เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้า 191 สาขา (ข้อมูล ณ สิ้นเดือน ส.ค. 62)

ขณะที่ Tesco ในประเทศมาเลเซีย มีร้านค้าในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เกตจำนวน 46 สาขา ซูเปอร์มาร์เกตจำนวน 13 สาขา และร้านค้าขนาดเล็กจำนวน 9 สาขา

 

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า การที่ซีพีได้ เทสโก้ โลตัสไป จะเจอปัญหาเรื่องการแข่งขันทางการค้าหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ  เรากำลังจะอยู่ในยุคที่เข้า 7-Eleven ซื้อของ Makro ชอปปิง Tesco Lotus

ทุกอย่างที่เอ่ยมาเป็นของซีพีทั้งหมด  เรียบร้อยโรงเรียนเจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์แห่งอาณาจักรซีพี ตอกย้ำคำว่า กินรวบตลาดค้าปลีกเมืองไทยแบบเบ็ดเสร็จหรือไม่ …..ต้องติดตาม

 

 

 

Related Articles

Back to top button