Biznews

คนไทยทำได้ ติด ‘โควิด-19’ รู้เร็ว ….รอด 100%

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อทะลุกว่า 70 คนแล้วสร้างความหวาดหวั่นไม่น้อย อีกทั้งบางส่วนอาจจะไม่ค่อยมั่นใจมาตรการของภาครัฐมากนัก

แอดขออนุญาตใช้โอกาสนี้นำ2 เคสคนไทยที่ผ่านการติดเชื้อและรักษาตามขั้นตอนอย่างถูกวิธีจนหายเป็นปรกติเพื่อเป็นกรณีศึกษาเพื่อสรา้งขวัยและกำลังใจว่าคนเราเป็นได้ก็หายได้เช่นกันถ้าเรามีระเบียบวินัยมากพอ

เคสแรก อาม่า ที่นครปฐม

อาม่า ใจ้ม่วย แซ่อึ๊ง อายุ 73 ปี ผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 คนแรกที่พบในประเทศไทย มีประวัติเดินทางไปท่องเที่ยว และเยี่ยมญาติที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ลูกสาวพาเข้ารักษาตัวที่ รพ.นครปฐม

แพทย์ได้รักษาตามแนวทางเวชปฏิบัติ เพื่อป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล ให้นอนพักรักษาตัวในห้องแยกโรคความดันลบ มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจดูแล จนกระทั่งผลการตรวจเป็นลบติดต่อกัน 2 ครั้ง พ้นระยะการแพร่กระจายของเชื้อ ทางโรงพยาบาลจึงให้ผู้ป่วยเดินทางกลับบ้าน หลังรับเข้ารับการรักษาเป็นเวลา 10 วัน

 

นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี ได้รายงานผลการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พบว่า กระบวนการรักษาด้วยการให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ และต้านไวรัสเอดส์ ได้ผลภายใน 48 ชั่วโมง จากที่เคยมีผลบวกตลอด 10 วัน ทำให้ผลเป็นลบ ปัจจุบันไม่พบเชื้อแล้ว ซึ่งการใช้วิธีการรักษาดังกล่าวที่ได้ผลรวดเร็ว ผลการฟื้นตัวของคนไข้ก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ทั้งที่มีคนไข้รายหนึ่งมีอาการค่อนข้างรุนแรงตอนที่รับตัวเข้ามา

 

เคสที่สอง แท็กซี่ ที่บำราศนราดูร

วันที่ 5 ก.พ. 63 ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อในไทย อยู่ที่ 25 ราย กลับบ้าน 9 ราย รักษาตัวใน รพ. 16 ราย และอาการดีขึ้น ข่าวดีอีกข่าว ก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ได้แถลงว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรก ที่มีการติดเชื้อในไทย เป็นโชเฟอร์แท็กซี่วัย 50 ปี ขณะนี้ผลตรวจไม่พบเชื้อแล้ว ถือว่าหายเป็นปกติดี แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้

พี่แท็กซี่บอกว่า ไม่คิดว่าจะเป็น ขับรถทำงานเพื่อครอบครัว ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูรโทรมาหาทุกวัน บอกว่าอย่าเครียด ขอให้กินได้ นอนหลับ จะมีภูมิคุ้มกัน และขอบคุณรัฐมนตรีอนุทิน ที่โทรศัพท์มาแสดงความเป็นห่วง

2 เคสนี้น่าจะคลายความหวาดวิตกได้ไม่มากก็น้อย  ในยามนี้ที่เราคนไทยต้องช่วยกันสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีต่อกัน  ถ้าจิตใจเราเข้มแข็งมากพอ เชื่อว่าอะไรก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ ขอให้โชคดีทุกคน  เราจะก้าวผ่านปัญหานี้ไปด้วยกัน  #เราต้องรอด  

ขอบคุณข้อมูล  ไทยรัฐออนไลน์

Related Articles

Back to top button