ยักษ์ใหญ่เสียงแตก! ‘Microsoft’ ชี้ WFH ระยะยาวไม่ส่งผลดีเตรียมเรียกพนง.กลับออฟฟิศตุลานี้
จากสถานการณ์ ในปัจจุบันของประเทศไทยที่ทำให้หลายๆองค์การ และ บริษัท ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน เนื่องจากมาตรการของทางรัฐบาล ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงาน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นก็คือการทำงานแบบ Work from Home ถึงแม้ว่าการทำงานในรูปแบบนี้ คนไทยยังไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่ แต่สำหรับต่างชาติการ Work from Home ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
ข้อดีของการให้พนักงาน Work from Home จากผลการวิจัยต่างๆ ระบุในทิศทางเดียวกันว่า มีข้อดีมากกว่าข้อเสียมากมาย อาทิ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน,พนักงานมีความสุขมากขึ้น,ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของบริษัท,ลดความเครียด แถมเพิ่มความคิดสร้างสรรค์,พนักงานลาป่วยน้อยลง,สร้างความรักกับองค์กรมากขึ้น,ลดอัตราการลาออกของพนักงาน ฯลฯ

แม้ว่าการทำงานที่บ้านล้วนแต่มีข้อดี แต่ก็ยังมีบางบริษัทซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Microsoft ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว
Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft แสดงถึงความวิตกกังวลต่อผลกระทบด้านลบของการทำงานที่บ้าน เนื่องจากเกรงว่า พนักงานจะขาดการโต้ตอบกับเพื่อนร่วมงานเหมือนแต่ก่อนที่ทำงานในออฟฟิศ
แม้ว่านโยบาย Work from Home ของ Microsoft จะประสบความสำเร็จอย่างมาก และเห็นผลในเรื่องการป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้ดีที่สุด แต่ Satya Nadella กลับมีมุมมองว่า พนักงานจะมีสภาวะหมดไฟหรือไม่? พนักงานจะเสียสุขภาพจิตหรือไม่? และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานจะเป็นอย่างไร? โดยสิ่งหนึ่งที่ตนคิด คือนี่อาจจะเป็นการทำลายวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงทุนทางสังคมที่สร้างขึ้นมาจากการทำงานระยะไกล

การทำงานแบบ Work from Home นั้น Satya Nadella มองว่าเป็นเพียงการเปลี่ยนความเชื่อหนึ่งไปยังอีกความเชื่อหนึ่งเท่านั้น
นั่นจึงเป็นที่มา ที่ Microsoft เตรียมที่จะให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิมในเดือนตุลาคมนี้
การกระทำดังกล่าวแตกต่างไปจากยักษ์ใหญ่ระดับโลกรายอื่นๆ อย่าง บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา อย่าง ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก
ทวิตเตอร์ ไม่เพียงอนุญาตให้พนักงานเลือกจะทำงานที่บ้านได้ตลอดไป แม้ว่าโควิด-19 หมดไป แต่ยังแถมให้เงินพนักงานเพิ่มอีกคนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และยังไม่เปิดออฟฟิศให้พนักงานเข้ามาทำงานก่อนเดือนกันยายนนี้ ส่วนผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ต้องมาทำงานที่ออฟฟิศ ก็ยังต้องมา
ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊ก และกูเกิล เพิ่งจะประกาศให้พนักงานทำงานที่บ้านจนถึงสิ้นปีนี้ โดยเฟซบุ๊กก็ให้เงินพนักงานเพิ่มอีกคนละ 1,000 ดอลลาร์เช่นกัน โดยเฟซบุ๊กมีพนักงานอยู่ประมาณ 45,000 คน

นอกจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์แล้ว ยังมีบริษัทอื่นที่ให้เงินพนักงานเพิ่มเมื่อต้องทำงานที่บ้าน เช่น Shopify ขายสินค้าออนไลน์ ที่ให้พนักงานคนละ 1,000 ดอลลาร์ ไปซื้ออุปกรณ์สำนักงานมาใช้ที่บ้าน รวมไปถึงโต๊ะ เก้าอี้ให้นั่งทำงานได้สะดวกมากขึ้น

แจ็ก ดอร์ซีย์ ผู้บริหารบริษัท ทวิตเตอร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในซานฟรานซิสโก แจ้งผ่านอีเมลถึงพนักงานว่า มีพนักงานประมาณ 5,000 คน ที่ทำงานจากที่บ้านตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และมาตรการทำงานที่บ้านนี้เป็นไปด้วยดีซึ่งทวิตเตอร์พร้อมที่จะให้พนักงานทำงานที่บ้านต่อไป หากอยู่ในตำแหน่งที่สามารถทำได้โดยไม่มีอุปสรรค
ทั้งนี้ ทวิตเตอร์มีสำนักงานอยู่ 35 แห่ง ทั่วโลก รวมถึงในนิวเดลีของอินเดีย ในลอนดอนของอังกฤษ และในสิงคโปร์ ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ อย่าง Facebook และ Google ก็ได้ออกมาตรการให้พนักงานหลายคนสามารถทำงานจากที่บ้านได้ไปจนถึงสิ้นปี 2020



