เจอพิษโควิด-19 หนักมาก ‘Zara’ จ่อปิด 1,200 สาขาทั่วโลก
แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นชื่อดัง Zara ประกาศเตรียมปิดร้านค้า 1,000-1,200 แห่งทั่วโลก เนื่องจากภาวะยอดขายตกต่ำ แต่จะเดินหน้าลงทุนกระตุ้นยอดขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังยอดซื้อในช่วงล็อกดาวน์เพิ่มขึ้น
ต้องบอกว่าหลังจากวิกฤตโควิด-19 ทำบริษัทแฟชั่นต่างๆ ประสบปัญหาจนต้องปิดร้านค้ากันระนาว ล่าสุด Pablo Isla CEO ของ Inditex บริษัทแม่ของ Zara ออกแถลงการณ์ถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในปี 2022 คือการเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าพวกเขาจะเข้าใช้ผ่านอุปกรณ์อะไรในช่วงเวลาใดก็ตาม”
ทั้งนี้ในรอบหลายปีที่ผ่านมา Zara ขยายตัวรวดเร็วมากจนมีสาขากว่า 7,500 สาขาทั่วโลก ใน 96 ประเทศ แต่ในไตรมาสแรกของปีมีเพียง 965 สาขาเท่านั้น ที่เปิดบริการได้ในช่วงล็อกดาวน์ ทำให้ยอดขายหน้าร้านลดลง ขณะที่ยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 95% ทำให้บริษัทมีแผนจะทุ่มเม็ดเงินเน้นการขยายธุรกิจไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์ช่องทางใหม่ทำกำไรในอนาคต
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า แม้ว่าร้านค้าจะเริ่มเปิดได้ช่วงเวลานี้ แต่โควิด-19 มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อวิธีที่เลือกซื้อสินค้า ผู้ซื้อบางคนอาจจะกลัวการกลับไปเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้า เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสกลับมาระบาดครั้งที่ 2 นอกจากนี้ผู้บริโภคบางคนอาจคุ้นชินกับการซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่าในช่วงเวลานี้ และเลือกที่ทำมันต่อไป

Inditex เป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมียอดขายลดลง 44% คิดเป็นมูลค่า 3.3 พันล้านยูโร (ราว 1.1 แสนล้านบาท) ในช่วงระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน ซึ่งเป็นไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2020
บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 409 ล้านยูโร (1.4 หมื่นล้านบาท) ในระหว่างไตรมาส และเกือบ 1 ใน 4 ของร้านค้าทั้งหมดยังคงต้องปิดทำการจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน
อามันชิโอ ออร์เทกา (Amancio Ortega) ผู้ก่อตั้งบริษัท Inditex วางแผนที่จะลงทุนราว 1 พันล้านยูโร (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) ในแผนการขายออนไลน์ และอีก 1.7 พันล้านยูโร (ราว 6 หมื่นล้านบาท) สำหรับร้านค้า เพื่อให้การขายออนไลน์และหน้าร้านสามารถประสานกันได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการจัดส่งสินค้า




