Biznews

ระวัง! เวฟ 2 “อิปซอสส์” เผย ธุรกิจไทยไม่ได้เคร่งมาตรการ 100%

ผลวิจัยของ อิปซอสส์ ชี้ ธุรกิจไทยยังไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยเท่าที่ควร โดยเฉพาะธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและ ร้านอาหารจานด่วน (QSR: Quick Service Restaurants) ที่ปฏิบัติตามมาตรการเฉลี่ยไม่ถึง 70%

ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าคลายล็อคดาวน์เพื่ออุ้มเศรษฐกิจ สัญญาณการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่สองก็เริ่มปรากฏในประเทศอย่างจีนและเกาหลีใต้ ความเสี่ยงในการกลับมาแพร่ระบาดซ้ำนี้ชี้ย้ำว่าประเทศไทยยังต้องระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระลอกใหม่ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงอยู่ ธุรกิจและประชาชนจึงยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้

อิปซอสส์ (Ipsos) ได้เผยผลการศึกษาดัชนีสุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety Index) ที่เป็นการสำรวจสถานประกอบการทั่วประเทศของกว่า 22 แบรนด์ใน 5 ภาคธุรกิจ โดยคำนวณดัชนีรวมจากการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของรัฐบาลและการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดต่าง ๆ เช่น การจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ, การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)  และการสวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น

ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ธุรกิจไทยถึง 99.6% ให้ความร่วมมือกับมาตรการด้านสุขอนามัยของรัฐบาล โดยมีการให้ผู้บริโภคสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชัน ‘ไทยชนะ’ ก่อนเข้า-ออกร้าน

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่ายังคงมีหลายมาตรการที่ภาคธุรกิจไม่ได้ปฏิบัติตามเท่าที่ควร โดยจากผลสำรวจพบว่ามีเพียง 67.8% จากสถานประกอบการที่สำรวจทั้งหมดที่มีมาตรการจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ และมีเพียง 79.5% เท่านั้นที่มีการตรวจวัดไข้ลูกค้าก่อนเข้าร้าน ในขณะเดียวกันหากมองจากฝั่งของลูกค้าแล้ว พบเหตุการณ์ที่ลูกค้าไม่ได้เว้นระยะห่างกันตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในสถานประกอบการที่สำรวจมากถึง 60.7%

ห้างสรรพสินค้า คุมเข้มมาตรการความปลอดภัยสูงสุด

หากดูจากดัชนีรวมแล้ว ธุรกิจห้างสรรพสินค้าเป็นธุรกิจที่เคร่งครัดเรื่องมาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัยสูงที่สุด โดยปฏิบัติตามดัชนีชี้วัดเฉลี่ยมากถึง 87.9% ตามด้วยธุรกิจร้านอาหาร 86.7%

อย่างไรก็ตามพบว่า ธุรกิจร้านอาหารจานด่วน (QSR: Quick Service Restaurants) และซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีผู้คนสัญจรเข้า-ออกจากร้านเป็นจำนวนมาก มีความเคร่งครัดด้านมาตรการสุขภาพและความปลอดภัยน้อยกว่า โดยหากดูจากภาพรวมแล้วปฏิบัติตามมาตรการเฉลี่ยต่ำกว่า 70%

‘ไอคอนสยาม’ ขึ้นแท่นแบรนด์ที่ปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยอันดับหนึ่ง

แม้ก่อนหน้านี้ธุรกิจหลายแห่งจะออกมาประกาศแผนการเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการตามข้อกำหนดหลังรัฐบาลประกาศผ่อนปรนล็อคดาวน์ แต่เนื่องด้วยปัจจัยต่าง ๆ ทำให้แต่ละแบรนด์สามารถปฏิบัติตามมาตรการเหล่านั้นได้ไม่เท่ากัน โดยหากดูจากทุกภาคธุรกิจแล้ว 5 อันดับแบรนด์ที่ปฏิบัติตามดัชนีสุขภาพและความปลอดภัยมากที่สุด ได้แก่

  • อันดับ 1 ไอคอนสยาม – ICONSIAM (94.8%)
  • อันดับ 2 บาร์บีคิวพลาซ่า – Bar B Q Plaza (92.8%)
  • อันดับ 3 เดอะมอลล์ – THE MALL (89.7%)
  • อันดับ 4 เอ็มเค – MK Restaurants (89.4%)
  • อันดับ 5 เอไอเอส – AIS (88.9%)

 

‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ที่ 1 ร้านอาหาร / ‘เอไอเอส’ ที่ 1 เทเลคอม / ‘เคเอฟซี’ ที่ 1 ร้านอาหารจานด่วน / ‘ท็อปส์’ ที่ 1 ซูเปอร์มาร์เก็ต

หากลองมองเจาะลึกลงไปในแต่ละภาคธุรกิจแล้ว สามารถเรียงลำดับแบรนด์ที่ปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยตามดัชนีสุขภาพและความปลอดภัยได้ ดังนี้

 

  • ธุรกิจห้างสรรพสินค้า (ภาพรวม 9%)

อันดับ 1 ไอคอนสยาม – ICONSIAM (94.8%)

อันดับ 2 เดอะมอลล์ – THE MALL (89.7%)

อันดับ 3 เมกาบางนา – Mega Bangna (87.6%)

 

 

  • ธุรกิจร้านอาหาร (ภาพรวม 7%)

อันดับ 1 บาร์บีคิวพลาซ่า – Bar B Q Plaza (92.8%)

อันดับ 2 เอ็มเค – MK Restaurants (89.4%)

อันดับ 3 ฟูจิ – Fuji (86.1%)

 

  • ธุรกิจเทเลคอม (ภาพรวม 2%)

อันดับ 1 เอไอเอส – AIS (88.9%)

อันดับ 2 ทรู – True (82.7%)

อันดับ 3 ดีแทค – DTAC (81.8%)

อันดับ 4 ซัมซุง – Samsung (78.3%)

อันดับ 5 แอปเปิ้ล – Apple (77.8%)

 

  • ธุรกิจร้านอาหารจานด่วน หรือ QSR: Quick Service Restaurants (ภาพรวม 5%)

อันดับ 1 เคเอฟซี – KFC (73.6%)

อันดับ 2 เบอร์เกอร์คิง – Burger King (67.9%)

อันดับ 3 แมคโดนัลด์ – McDonald (67.1%)

 

 

  • ซูเปอร์มาร์เก็ต (ภาพรวม 4%)

อันดับ 1 ท็อปส์ – Tops (76.5%)

อันดับ 2 กูร์เมต์มาร์เก็ต – Gourmet Market (72.2%)

อันดับ 3 เทสโก้ โลตัส – Tesco Lotus (69%)

อันดับ 4 วิลล่ามาร์เก็ต – Villa Market (66.1%)

อันดับ 5 บิ๊กซี – Big C (64.3%)

 

ในขณะที่ความคืบหน้าของวัคซีนยังคงอยู่ในระยะการพัฒนาวิจัย มาตรการรักษาสุขภาพและความปลอดภัยจึงเป็นเกราะป้องกันเดียวที่จะช่วยไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดรอบ 2 ซึ่งนอกจากมาตราการต่างๆแล้วธุรกิจและห้างร้านจำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันว่ามาตรการต่างๆ ได้ถูกปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และเพื่อให้ธุรกิจเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ไปได้

 

 

Related Articles

Back to top button