เที่ยวเทศกาลตรุษจีน “ปากน้ำโพ”
ตรุษจีน ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ และชาวจีนโพ้นทะเล ทั่วโลก พร้อมกับมีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่
สำหรับในเมืองไทย หากเอ่ยถึงเทศกาลตรุษจีน ต้องนึกถึงตรุษจีนที่ จ.นครสวรรค์ เพราะที่นี่มีการแสดงสิงโตอันสวยงาม
ที่ปากน้ำโพจะมีงาน 2 งานจัดควบคู่กันก็คือ
1.งานตรุษจีน
2.งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ซึ่งพ.ศ. 2562 นี้ เป็นปีที่ 103

งานครั้งนี้ใช้ชื่องานว่า “103ปีตรุษจีนปากน้ำโพ เมืองสวรรค์แห่งศรัทธา” จัดวันที่ 29 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2562 และแห่กลางคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ / แห่กลางวันวันที่ 8 กุมภาพันธ์
- มีการเนรมิตถนนทั้งเส้น คือถนนศรีไกรลาส ให้เป็น เมืองคนจีน 5 ภาษา เรียกว่า “ปักน่ำโพโหงวซก” คือ ปักน่ำโพ=ปากน้ำโพ ,โหงว=ห้า และ ซก=ภาษา เพื่อสร้างบรรยากาศและสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตบวกกับความสามัคคีของ ชาวจีนทั้ง 5 ภาษา ที่มาอาศัยอยู่รวมกันในปากน้ำโพอย่างยาวนาน คือชาวจีน กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหนำ แต้จิ๋ว และฮากกา ซึ่งแต่ละชาติพันธุ์หรือแต่ละภาษา จะมีการแสดงการละเล่นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในช่วงเวลาตรุษจีนของใครของมัน ไม่เหมือนกัน คือ 5 สิงโต 1 เสือ
ชาวจีนกวางตุ้ง – สิงโตกว๋องสิ๋ว , ชาวจีนฮกเกี้ยน – สิงโตฮกเกี้ยน , ชาวจีนไหหนำ – เสือไหหลำ , ชาวจีนแต้จิ๋ว – สิงโตปักกิ่ง และ ชาวจีนฮากกา – สิงโตทองฮากกา จะสามารถชมการแสดงได้บนถนนเส้นนี้ (ปกติจะชมได้เฉพาะวันแห่กลางคืนกับแห่กลางวันเท่านั้น) นอกจากนั้นเรายังมีการแสดงชุดพิเศษวันละ 1 รอบ จากทุกคณะดังกล่าวมารวมๆกันแสดงด้วยกัน ในเวลา 1 ทุ่มตรงของทุกๆวัน

- ปีนี้ในช่วงวันงาน 12 วัน 12 คืน เรารณรงค์ให้ชาวนครสวรรค์ไม่ต้องทำกับข้าวมื้อเย็นกัน เพราะภายในงานมีโซน “สวรรค์นักกิน” ให้ทุกๆคนมาอิ่มอร่อยกันที่โซนนี้ได้เลย จะมีร้านอาหารทั้งหมด 100 ร้านค้ามารวมกันอยู่ที่โซนนี้ มีตั้งแต่ระดับภัตตาคารจนถึงระดับรถเข็น ที่เป็นที่ยอมรับว่าอร่อย โดยคณะกรรมการได้เดินทางไปชิมด้วยตนเองทั้งหมดก่อนคัดเลือกมา โซนนี้ประดับไฟด้วยไฟสีชมพู
ที่สำคัญ ทั้ง 100 ร้านค้าที่อยู่ในโซนสวรรค์นักกิน ไม่มีการเก็บค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
- ถัดจากโซนสวรรค์นักกิน ต่อไปเป็นโซน “สวรรค์นักช็อป ” ในงานยังมีอีก 300 ร้านค้าในโซน “สวรรค์นักช็อป” ร้านขายของดีๆ ของเจ๋งๆ ราคาถูกๆ ที่ปกติกระจายกันขายตามตลาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ถนนคนเดิน ตลาดนัดหน้าค่าย ตลาดศรีนคร เราจะยกมารวมตัวกันไว้ในงานตรุษจีนปากน้ำโพของเราอีก 300 ร้านค้า โซนนี้ตกแต่งไฟสีฟ้า
- ภายในงานเรายังมีไฮไลท์สำคัญๆ ที่สวยงามและมีความหมาย อีกมากมาย เช่น เรามีซุ้มประตูหัวเสือ คนที่ลอดซุ้มนี้ตามตำนานเล่าว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมดวงชะตา กัดกินสิ่งอัปมงคล ทรงอำนาจมากบารมี นอกจากนั้นหากได้ลอดซุ้มประตูหัวมังกร จะเพิ่มอำนาจเสริมบารมีเติมสิริมงคล โชคลาภทวีคูณเพิ่มพลังบวกให้กับชีวิต
- ในส่วนของการตกแต่งเมือง ปีนี้เราแต่งเมืองให้สวยงาม นอกจาก เต็งลั้งสีแดงทั้งเมืองแล้ว เรายังมี ซุ้มประตูเข้าเมือง ที่ปีนี้เป็นปีแรกที่เราใส่ใจออกแบบทุกรายละเอียด ตั้งแต่มังกรพันเสาแหวกว่ายก้อนเมฆ4ชั้น ขึ้นไปคารวะองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่อยู่ด้านบน ,มีการประดับโคมไฟมังกรที่สะพานเดชาติวงศ์ โคมไฟเจ้าแม่กวนอิมตรงสี่แยกหอนาฬิกา ประดับเกาะกลางถนนด้วยหน้ากากเอ็งกอยาวไปจนถึงสามแยกบายพาส อีกด้วย
-
ปีนี้เราได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น การคิดงาน แผนที่งาน การประชาสัมพันธ์ ทุกๆอย่างของงานนี้จะไปปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือของทุกๆท่าน เพียงแค่สแกนผ่าน QR CODE ที่จะมีกระจายอยู่ตามป้ายต่างๆภายในงาน นอกจากนั้นในการเที่ยวงาน ทุกๆคนยังสามารถดูแผนที่งานจากพาสสปอร์ตได้ ในนั้นจะมีเกมส์ให้ร่วมสนุกด้วย คือนักท่องเที่ยวจะต้องไปประทับตราให้ครบ 5 ไฮไลท์ของงาน เป็นกุสโลบายให้คนที่มางานนั้นได้เดินเที่ยวทั่วงาน ใครประทับตราครบก็มารับของที่ระลึกและยังสามารถชิงโชครางวัลใหญ่ได้อีกด้วย พาสปอร์ตนี้สามารถรับได้ที่ไกด์จิตสาธารณะ ในปีนี้เป็นตัวแทนจาก โรงเรียนนครสวรรค์ กับ มหาวิทยาลัยมหิดล

- นอกจากการกราบไหว้บูชา “ปึงเถ่ากงม่า” ที่ศาลเหนือและศาลใต้แล้ว ปีนี้ ทางคณะกรรมการได้อัญเชิญคณะสงฆ์จากวัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลาวาส มาประกอบพิธีสวดเสริมดวง บูชาดาวนพเคราะห์ แก้ชงแบบเต็มรูปแบบ สวดทุกวัน ณ ลานพุทธรัศมี บริเวณงานตรุษจีนปากน้ำโพในครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะวันที่ 29 มกราคมวันแรกของงาน 4 กุมภาพันธ์ คืนวันส่งท้ายปีเข้าสู่วันชิวอิก และวันที่ 9 กุมภาพันธ์คือวันสุดท้ายของงาน จะมีพิธีสวดมนต์ใหญ่ด้วย
- อีกจุดหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ คือ ที่เวทีใหญ่เรามีการแสดงจากโรงเรียนต่างๆ ที่ใช้เวลาฝึกซ้อมกันมาเป็นแรมปีมาโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม อีกทั้งยังมีศิลปินนักร้องชื่อดังมาเล่นคอนเสิร์ตทั้ง 12 วัน 12 คืน แบบฟรีๆ ไม่เก็บค่าเข้าชมอีกด้วย
- และแน่นอนว่าในปีนี้ทางคณะกรรมการของเราผลิตสินค้าที่ระลึก แบบลิมิเต็ทอิดิชั่น มาเสริมมงคลให้ทุกๆท่านอีกด้วย คือ มังกรพันเสา ไฉ่ไบ๊โชคลาภ 5 ทิศ ธงมังกร ถุงข้าวสารมงคล น้ำมนต์ เต็งลั้ง ซึ่งผ่านพิธีกรรมปลุกเสกเรียบร้อยแล้ว และก็เสื้อแดงที่สกรีนภาษาจีน แปลว่า สิริมงคลด้วยเงินทอง ครอบครัวปลอดภัยอยู่เย็นเป็นสุข
*** นี่เป็นแค่ส่วนเล็กๆของงาน ตรุษจีนปากน้ำโพปีที่ 103 เท่านั้น

ตำนานงานตรุษจีนปากน้ำโพ
นครสวรรค์ เมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา มีชื่ออีกชื่อที่คนทั่วไปรู้จักคือ “ปากน้ำโพ” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นครสวรรค์นับว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ ส่วนปากน้ำโพจัดเป็นศูนย์ลางทางการค้า เป้นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด
ชาวจีนหลายเชื้อสายที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินจะอาศัยอยู่ตามริมแม้น้ำน่าน เรียกว่า “แควใหญ่” และบริเวณ “ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา” คือตลาดปากน้ำโพ ซึ่งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก
บรรพบุรุษของชาวจีนนับถือเทพเจ้า เมื่อมาตั้งรกรากที่ใด ได้อัญเชิญเอาเทพเจ้าที่ตนนับถือติดตัวมาด้วย ชาวจีนในตลาดปากน้ำโพก็เช่นกัน พากันนับถือ เจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าพ่อกวนอู-เจ้าแม่ทับทิม-เจ้าแม่สวรรค์ เมื่อมาอยู่ได้จัดตั้งศาลเพียงตาสำหรับเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อ-เจ้าแม่เพื่อกราบไหว้บูชา โดยตั้งขึ้น ๒ ศาล คือ ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันออกของตลาดปากน้ำโพ และศาลเจ้าแม่หน้าผา ริมฝั่งแม่น้ำปิงที่บ้านหน้าผา ขึ้นไปทางเหนือของตลาดปากน้ำโพ
เมื่ออดีตประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว ตลาดปากน้ำโพได้เกิดโรคอหิวาตกโรค ระบาดครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก บรรดาชาวจีนในปากน้ำโพ ได้นำเอา “กระดาษฮู้” (กระดาษยันต์) จากศาลเจ้าไปเผาไฟแล้วเอาเถ้ากระดาษมาชงน้ำดื่มทำให้หายจากโรคระบาด เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว
ตั้งแต่นั้นมาชาวจีนในปากน้ำโพจึงได้อัญเชิญองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ทุกองค์แห่รอบตลาดปากน้ำโพ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีจนกลายเป็นประเพณีสืบทอดกันมากกว่า ๘๐ ปี เพื่อเป็นศิริมงคล และความเจริญก้าวหน้าด้านการค้า การเคารพกราบไหว้เปรียบเสมือนเทพเจ้าได้มาอวยชัยให้พรยังร้านค้าอันเป็นแหล่งทำกิน ในพิธีจะมีขบวนแห่มากมาย อาทิ เช่น สิงโต จากคณะเชื้อสายจีนต่าง ๆ เอ็งกอ ล่อโก้ว มังกรทอง ขบวนสาวงาม นางฟ้า ขบวนเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น
ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม(แควใหญ่) ตั้งอยู่บนถนนสาย นครสวรรค์-ชุมแสง หันหน้าลงสู่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่มีแม่น้ำสองสี สี่สายมารวมกันเรียกว่าปากน้ำโผล่ หรือปากน้ำโพ ศาลเดิมเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง จากจารึกในระฆังโบราณคู่ศาล ระบุปีที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายใน ค.ศ. ๑๘๗๐(พ.ศ. ๒๔๑๓) แสดงให้ทราบว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุนานกว่า ๑๓๐ ปี จึงมีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายครั้ง จากป้ายไม้กลางศาลเขียนว่า บุ๊นเถ่ากงเบียว ระบุปีที่สร้างศาลใหม่เป็นภาษาจีน หรือ ค.ศ. ๑๙๐๙(พ.ศ.๒๔๑๒) ปัจจุบันลักษณะศาลเจ้าเป็นครั้งตึกครึ่งไม้ แบ่งเป็น ๓ ส่วน หน้าสุดคือส่วนที่สร้างใหม่ประดิษฐานแท่นบูชาเทพยดาฟ้าดิน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ดั่งเดิม ตอนในสุดเป็นส่วนที่สร้างใหม่มีแท่นที่ประดิษฐานองค์เทพเจ้าบุ๊นเถ่ากง เป็นองค์ประธานอยู่กลางเทพเจ้ากวนอู อยู่ด้านขวา เจ้าแม่ทับทิม- เจ้าแม่สวรรค์ อยู่ด้านซ้าย หลังคาศาลประดับด้วยมังกรคู่ชูลูกแก้ว ปลายสันหลังทอดยาวลงมาเป็นหัวหงายที่สวยงามตระการตา เด่นตระหง่านคู่เมืองนครสวรรค์




