เวอร์ชั่นใหม่ “นิตยา ไก่ย่าง”
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในอาหารยอดนิยมที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน แต่ยังคงยืนหยัดเป็นเมนูยอดฮิตขวัญใจทั้งคนไทยและต่างชาติก็ว่าได้ นั่นก็คือ อาหารอีสานอย่าง ส้มตำ ไก่ย่าง และเมนูอีกหลากหลาย ที่ไม่ว่าที่ไหนจะมีขายก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเหตุผลหนึ่งน่าจะมาจากอาหารอีสานนั้นมีรสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทยและเป็นที่ลิ้มลองแก่คนทั่วโลก หนำซ้ำสนนราคาก็จับต้องได้ ไม่แพงจนเกินไปเรียกได้ว่ากินได้ทุกชนชั้น ไม่ว่าจะยากดีมีจนไปจนถึงผู้มีอันจะกิน จึงเป็นสาเหตุให้คนไทยนั้นชอบที่จะทานส้มตำกันอย่างมาก และผู้ที่ขายนั้นหากทำเก่งหรือมีเคล็ดลับในการทำถูกปากละก็รวยแบบไม่รู้ตัวมาหลายรายแล้ว

คอส้มตำไก่ย่างพันธ์แท้ต้องรู้จัก ร้านนิตยาไก่ย่าง เนื่องจากเปิดให้บริการยาวนานมากว่า 20 ปี รสชาตินั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะถ้าไม่แน่จริงคงไม่ยืนระยะยาวมาจนถึงทุกวันนี้ โดยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งรุ่นแรกๆ ล้วนแต่เป็นเครือญาติพี่น้องร่วมสายเลือดพื้นเพเป็นชาวนนทบุรีชื่นชอบการทานส้มตำ ไก่ย่างจึงมีความคิดที่จะเปิดร้านของตัวเองขึ้นมา ภายใต้ชื่อ นิตยาไก่ย่าง ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน สาขาแรกเปิดร้านที่ถนนรัตนาธิเบศร์เมื่อ ปี 2543 ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนคนให้ความสนใจมากจึงเปิดสาขา 2 ที่ เมืองทองธานี และขยายไปยังสาขาอื่นๆ ตามมา ปัจจุบันนิตยาไก่ย่างเปิดให้บริการทั้งสิ้น 12 สาขา
คำพูดที่บอกว่า “เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” น่าจะใช้ได้ดีกับนิตยาไก่ย่างในปีพ.ศ.นี้ที่ได้หนึ่งในทายาทคนสำคัญของผู้ร่วมก่อตั้งนิตยาไก่ย่างมาช่วยขับเคลื่อนให้เดินต่อไปได้ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารมากมาย

“นนท์ ยังรอด” ผู้บริหารหนุ่มน้อยในวัยเพียง 26 ปีคือผู้ที่เข้ามาสืบทอดกิจการต่อจากรุ่นคุณแม่ คุณน้าที่ได้สร้างฐานธุรกิจไว้ค่อนข้างแข็งแกร่งเป็นทุนให้เขาก้าวเดินต่อไปโดยใช้ความเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาช่วยให้ภาพของนิตยา ไก่ย่างมีความทันสมัยมากขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งคอนเซ็ปท์เดิม
นนท์ จบปริญญาตรีที่ธรรมศาสตร์ ก่อนข้ามน้ำข้ามทะเลไปคว้าปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาก่อนเข้ามาช่วยเหลือกิจการครอบครัวอย่างเต็มตัว โดยสาขาที่นนท์มีบทบาทมากที่สุดและสะท้อนความเป็นตัวตนที่เด่นชัดคือ นิตยาไก่ย่างสาขาสวนเพลิน พระราม 4 ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบด้วยการใส่ความเป็นโมเดิร์นแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นนิตยาไก่ย่าง

ที่ชัดเจนคือ ร้านนิตยาไก่ย่างสาขาเดิมจะมีรูปไก่เสมือนจริงตั้งอยู่หน้าร้านซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของนิตยาไก่ย่าง แต่ในสาขาหลังๆ นี้ นนท์ ได้ปรับเปลี่ยนจากไก่เสมือนจริงให้เป็นรูปปั้นไก่สีแดงสดให้ลูกค้าได้รู้สึกผ่อนคลายและมีกิจกรรมสำหรับครอบครัวซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของทางร้าน และสาขาที่ 13 กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ที่เมกา บางนา
ในฐานะคนรุ่นใหม่ย่อมมีวิชั่นในการบริหารงานใหม่ๆ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์รอบข้างที่รายล้อมไปด้วยคู่แข่งทั้งอินเตอร์และโลคอลแบรนด์มากมาย นนท์ กำลังคิดโปรเจคสำคัญในการขยายสาขารูปแบบใหม่ที่มีขนาดพื้นที่เล็กลงประมาณ 150 ตารางเมตรก็เพียงพอจากเดิมที่เคยใช้พื้นที่ต่อสาขาตั้งแต่ 300 ตารางเมตรไปจนถึง 3- 4 ไร่ในบางสาขา

และหากโอกาสเอื้ออำนวย นนท์ ต้องการนำพาแบรนด์นิตยาไก่ย่างออกไปยังตลาดต่างประเทศถ้าเป็นไปได้ ซึ่งเป็นการลงทุนเองทั้งหมด ไม่มีนโยบายขายแฟรนไชส์แต่อย่างใด

นนท์ ย้ำว่านิตยาไก่ย่างจะไม่มีวันนี้ได้เลยถ้าไม่มีบุคลากรที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่สาขาแรกๆ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการที่จะผูกใจพนักงานให้อยู่ด้วยนั้นมีความสำคัญ สำหรับที่นี่ การให้ “ความใส่ใจและเข้าถึงได้ง่าย” ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจและมีที่พึ่งมีความสำคัญมาก เพราะพนักงานส่วนมากมาจากต่างจังหวัดห่างไกลครอบครัว ต้องทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี และสิ่งสำคัญคือลูกค้า เพราะอยู่ได้ทุกวันนี้มาจากลูกค้า ดังนั้น ลูกค้าต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

นนท์ ยอมรับว่า รุ่นคุณแม่ คุณน้าทำมาไว้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว มีบางสิ่งบางอย่างที่เขาเข้ามาปรับเปลี่ยนด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้สะดวก รวดเร็วขึ้น และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็ม และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ โดยยึดหลัก เมื่อคิดแล้วต้องลงมือทำทันที เพราะถ้าคิดแล้วไม่ทำก็ไร้ประโยชน์
และนี่คือ เจน 2 ผู้สานต่อเวอร์ชั่นล่าสุด นิตยา ไก่ย่าง “นนท์ ยังรอด”


